ทบ. สวน 'ฮุน มาเนต' ลวงโลก อ้างไทยยึดดินแดน ยันเป็นพื้นที่ให้เขมรหนีตายเข้ามาพักพิงแต่ไม่ยอมกลับ

โฆษกกองทัพบก โต้ "ฮุน มาเนต" ฟ้องโลกอ้างไทยรุกล้ำดินแดนกัมพูชา ยืนยันเป็นพื้นที่ของไทยให้ความช่วยเหลือเขมรหนีภัยสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เข้ามาพักพิง ย้ำไทยปฏิบัติตามข้อตกลงใน Joint Statement อย่างเคร่งครัด พร้อมหารือทวิภาคี เมื่อสถานการณ์ลดความตึงเครียดและพื้นที่มีความปลอดภัย

19 กุมภาพันธ์ 2569 - พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงกรณีที่สำนักข่าว Fresh News ของกัมพูชา ได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์ของ นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ เมื่อ 17 ก.พ. 69 ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกองทัพไทยและข้อตกลงหยุดยิง ในถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) คณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3 ที่ไทยและกัมพูชาได้ลงนามร่วมกันไว้ เมื่อ 27 ธ.ค. 68 ณ จุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด ดังนี้

ประเด็นแรกกรณีที่ นายฮุน มาเนต ระบุว่า "กองทัพไทยกำลังยึดครองดินแดนกัมพูชาอยู่ พร้อมทั้งได้ติดตั้งตู้คอนเทนเนอร์และลวดหนาม ส่งผลให้ผู้พลัดถิ่นราว 80,000 คน ไม่สามารถกลับบ้านได้"

โฆษกกองทัพบกกล่าวว่า "กัมพูชาทราบอยู่แล้วว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ของประเทศไทย ที่ในอดีตไทยเคยได้ให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยจากการสู้รบของกัมพูชาเข้ามาพักพิง แต่เมื่อสงครามเสร็จสิ้น ประชาชนและทหารกัมพูชากลับไม่เดินทางกลับประเทศของตน ซ้ำยังมีการขยายชุมชนรุกล้ำเขตอธิปไตยของไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งฝ่ายไทยเองก็ได้มีการเรียกร้องหรือประท้วงผ่านกลไกคณะทำงานต่างๆ มาตลอด แต่กัมพูชากลับเพิกเฉย และไม่ยอมแก้ไขปัญหาในการนำประชาชนกลับไป ยังพื้นที่ฝั่งประเทศกัมพูชา

ดังนั้นกลุ่มคนดังกล่าวจึงไม่ได้เรียกว่าเป็นผู้พลัดถิ่น ดังที่นายกรัฐมนตรีของกัมพูชาได้กล่าวอ้าง แต่ถือเป็นกลุ่มบุคคลที่กระทำผิดกฎหมาย และกระทำการรุกล้ำอธิปไตยของไทยมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน จนทำให้ประชาชนชาวไทยเสียประโยชน์ในการเข้าใช้พื้นที่ดังกล่าว”

ประเด็นต่อมาที่นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้กล่าวอ้างถึงการยึดครองดินแดนของไทย รวมถึงการติดตั้งตู้คอนเทนเนอร์และลวดหนามในพื้นที่ควบคุมอยู่นั้น โฆษกกองทัพบกกล่าวยืนยันว่า “ฝ่ายไทยได้ดำเนินการตามข้อตกลงหยุดยิงในถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะข้อ 2 ที่ได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า ให้ทั้งสองฝ่ายคงวางกำลังที่มีอยู่ในพื้นที่ปัจจุบันหลังการสู้รบ โดยไม่มีการเคลื่อนย้ายกำลังที่ตั้งอยู่เพิ่มเติม

ซึ่งข้อเท็จจริงคือทุกพื้นที่เหล่านั้น กองทัพไทยจำเป็นต้องเข้าปฏิบัติการทางทหารเพื่อยับยั้งการถูกโจมตี การถูกคุกคามต่อชีวิตของทหารและประชาชนคนไทย จึงถือเป็นสิทธิในการป้องกันตนเองตามหลักสากล มิได้มีวัตถุประสงค์ที่จะละเมิดอธิปไตยหรือบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศใด

สุดท้ายเมื่อมีการตกลงหยุดยิงเกิดขึ้น การคงกำลังทหารในพื้นที่ดังกล่าว จึงชอบธรรมตามข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) ที่กัมพูชาก็ทราบและเข้าใจดี

ส่วนการวางตู้คอนเทนเนอร์ และลวดหนาม เพื่อใช้เป็นเครื่องกีดขวางสำหรับในบางพื้นที่นั้น เป็นหนึ่งในมาตรการรักษาความปลอดภัยพื้นที่ชั่วคราว ในการรักษาความปลอดภัยให้กับพื้นที่ สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเผชิญหน้า และการกระทบกระทั่งกันได้ ทั้งในส่วนทหารและประชาชน เพราะที่ผ่านมา ในพื้นที่บริเวณนั้น กัมพูชามักจะใช้ประชาชนให้มาออกหน้า แสดงการยั่วยุ ด้วยท่าทีที่แข็งกร้าวต่อฝ่ายไทย”

ประเด็นสุดท้าย สำหรับประเด็นที่นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เรียกร้องให้ไทยเปิดโอกาสให้คณะกรรมาธิการชายแดนกัมพูชา-ไทย (JBC) เริ่มดำเนินการแก้ไขข้อพิพาทชายแดนนั้น โฆษกกองทัพบกกล่าวว่า “ฝ่ายไทยโดยกระทรวงการต่างประเทศได้มีจุดยืนชัดเจน ที่พร้อมดำเนินการและยินดีที่จะใช้กลไกทวิภาคีทุกระดับมาแก้ไขปัญหาข้อพิพาทและเสริมสร้างความร่วมมือในพื้นที่ เมื่อทั้งสองฝ่ายมีความพร้อม ซึ่งประกอบด้วยหลายปัจจัย ทั้งการลดระดับความตึงเครียดด้านทางทหาร ความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดนจากทุ่นระเบิด รวมถึงความพร้อมของรัฐบาลไทยที่อยู่ในระหว่างจัดตั้งรัฐบาลใหม่”

กองทัพบกขอยืนยันในความพร้อมเข้าสู่กระบวนการหารือร่วมกันโดยสันติวิธี ควบคู่ไปกับการเตรียมพร้อมต่อทุกสถานการณ์ เพื่อพิทักษ์อธิปไตยและดูแลความปลอดภัยให้ประชาชน พร้อมขอให้ฝ่ายกัมพูชาทบทวนข้อกำหนดในถ้อยแถลงร่วมและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด อันจะนำไปสู่ทิศทางการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องและส่งเสริมความสงบสุขในพื้นที่อย่างยั่งยืน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สีหศักดิ์' จัดหนักเขมรกลางเวที UNCLOS ใส่ร้ายไทยไม่หยุด มุ่งแต่จะเอาทรัพยากร

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทย ให้สัมภาษณ์ หลังกล่าวถ้อยแถลงการประชุมครั้งแรกของคณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับ

'คนบ้านกรวด' ผวาประชุม UNCLOS ทำสถานการณ์ไทย-เขมร ตึงเครียดซ้ำ

ชาวบ้านชายแดน อำเภอบ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ กังวลประชุมเขตแดนทางทะเลไทย-เขมร อาจทำให้สถานการณ์ชายแดนกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เผยยังได้ยินเสียงปืนเล็กจากฝั่งกัมพูชาที่ยิงยั่วยุต่อเนื่อง ลั่นคนในพื้นที่ไม่อยากให้เกิดความขัดแย้งหรือปะทะซ้ำอีก เพราะกระทบความเป็นอยู่และการประกอบอาชีพ

'ทภ.2' แจงปม 'เขมร' ขุดคู-วางลวดหนาม เนิน 450 ช่องสะงำ

ทภ.2 แจง 'เขมรขุดคู-วางลวดหนาม' เนิน 450 ช่องสะงำ ชี้มีฐานทหารกัมพูชาอยู่ใกล้แนวเส้นปฏิบัติการของฝ่ายไทย 'กกล.สุรนารี' จับตาใกล้ชิด ย้ำไทยยึดข้อตกลงหยุดยิง-ปกป้องอธิปไตย

ชายไทยแห่สมัคร 'หน่วยรบพิเศษ' กองทัพบก เต็มแล้ว 7 หน่วย

ยอดสมัคร 'พลทหารอาสา' 5 วัน 'ทบ.' 4,180 คน คิดเป็น 22% พบชายไทยสนใจหน่วยรบพิเศษ สมัครเต็มแล้ว 7 หน่วย เชิญชวนผู้สนใจยังสมัครได้ถึง 24 ม.ค. 70

รับพลทหารอาสา เปิด1.8หมื่นอัตรา

ทบ.รับนโยบาย กห. เปิดรับสมัคร “พลทหารอาสา” ปี 2570 จำนวน 18,784 อัตรา สมัครใจรับราชการ 4 ปี เลือกผลัด-หน่วยได้ทั่วประเทศ พร้อมสิทธิประโยชน์และโอกาสต่อยอดสู่ทหารอาชีพ