กต.แจ้งเตือน 'คนไทย' 118 คนออกจาก 'เลบานอน' โดยเร็ว แนะให้หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง

กต.แจ้งเตือน 'คนไทย' 118 คนออกจาก 'เลบานอน' โดยเร็ว แนะให้หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง เผยยอดคนไทยลงทะเบียนกลับไทยต่อเนื่อง 'พาณิชย์' เผยโทษหนักฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า

6มี.ค.2569 - ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ฉุกเฉินในตะวันออกกลาง โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่เสี่ยงที่ 'อิหร่าน' ว่า ปัจจุบันมีคนไทยลงทะเบียนอพยพ 117 คน โดยรอบแรกวันที่ 7 มีนาคม เดินทางออก 18 คน และรอบที่สองวันที่ 10 มีนาคม เดินทางออก 49 คน เนื่องจากบางส่วนต้องดำเนินการเอกสาร Exit Visa ทั้งนี้ ขอให้ผู้ประสงค์เดินทางกลับรีบติดต่อสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน เพื่อเร่งรัดเอกสาร นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่กรมการกงสุลได้เดินทางไปยัง 'ตุรกี' เพื่ออำนวยความสะดวกการอพยพทางบกจากอิหร่านไปต่อเครื่องกลับไทย

ส่วน 'เลบานอน' มีคนไทยพำนักอยู่ 118 คน สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด ได้ประกาศขอให้คนไทยออกจากเลบานอนโดยเร็ว ขณะที่ยังมีเที่ยวบินพาณิชย์ให้บริการ พร้อมแนะนำให้หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงและลงทะเบียนข้อมูลติดต่อเพื่อรองรับเหตุฉุกเฉิน ที่ 'บาห์เรน' มีผู้แจ้งความประสงค์เดินทางกลับแล้ว 917 คน โดยเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ได้พาคนไทยกลุ่มแรก 9 คน ข้ามไปยังเมืองดัมมัม ใน 'ซาอุดีอาระเบีย' เพื่อขึ้นเครื่องกลับไทย และจะทยอยเดินทางเพิ่มเติม

สำหรับ 'คูเวต' และ 'กาตาร์' น่านฟ้ายังคงปิด สถานเอกอัครราชทูตติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด และประเมินเส้นทางอพยพเพิ่มเติมหากจำเป็น ขณะที่ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ยังอำนวยความสะดวกแก่คนไทยที่ประสงค์เดินทางกลับ และสำรวจเส้นทางรองรับเหตุฉุกเฉินอย่างต่อเนื่อง

นายสันติ นันตสุวรรณ รองปลัดกระทรวงแรงงานและโฆษกกระทรวงแรงงาน ระบุว่า ปัจจุบันมีแรงงานไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง 61,396 คน ได้จัดตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ (วอร์รูม) และชะลอการส่งแรงงานไปยังประเทศเสี่ยงเป็นการชั่วคราว พร้อมส่งเสริมการใช้แอปพลิเคชัน 'Smart TOEA' เพื่อสื่อสารและระบุตำแหน่งในกรณีฉุกเฉิน รวมทั้งมอบหมายสำนักงานแรงงานจังหวัดดูแลครอบครัวแรงงานอย่างใกล้ชิด

นายกรนิจ โนนจุ้ย ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์และรองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ได้ติดตามผลกระทบด้านราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด และยังไม่พบปัจจัยที่ต้องปรับขึ้นราคา สินค้ายังเพียงพอ ระบบกระจายสินค้าปกติ พร้อมบูรณาการกับกระทรวงมหาดไทยตรวจสอบทั่วประเทศ หากพบการกักตุนหรือปรับขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุผล จะดำเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเปิดสายด่วน 1569 รับเรื่องร้องเรียนตลอด 24 ชั่วโมง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ สั่งผู้ว่าฯทั่วประเทศ บังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาดกับผู้กักตุนสินค้า

นายกฯ ประชุมด่วนผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด สั่งการแก้ไขวิกฤตการณ์ราคาน้ำมัน กำชับบังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาดกับผู้กักตุนสินค้า พร้อมเร่งวางมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทั่วประเทศ และเตรียมพร้อมบริหารจัดการดูแลความปลอดภัยบนท้องถนน 7 วันอันตรายช่วงเทศกาลสงกรานต์

เครือข่ายปกป้องไฟฟ้าฯ บุกร้องนายกฯ แก้วิกฤตน้ำมัน ค่าครองชีพสูง ตรึงราคาค่าไฟฟ้า

กลุ่มเครือข่ายปกป้องไฟฟ้าประปาและยาเพื่อชาติประชาชน (คฟปย.) ประมาณ 50 คน นำโดย นายเสนอ วิสุทธนะ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้านครหลวง และประธานเครือข่ายไฟฟ้าประปาและยาเพื่อชาติประชาชน เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี

ศบก.ประเมินสถานการณ์รบในตะวันออกลางยังรุนแรงและลากยาว!

ศบก.ย้ำสถานการณ์ยังรุนแรง สหรัฐเตรียมเสริมกำลังทหารเพิ่มเขี้ยวเล็บปฏิบัติการตะวันออกกลาง ท่าทีอิหร่านปฏิเสธ 15 ข้อ เผยช่วยคนไทยกลับแล้ว 1,499 คน

ไทยยังรอยืนยัน 3 สถานะลูกเรือ!

ศบก.ย้ำสถานการณ์ตะวันออกกลางยังรุนแรง หาก 15 ข้อสหรัฐยื่นเจรจาอิหร่านล้มเหลว เสี่ยงสหรัฐโจมตีโครงสร้างสำคัญอิหร่านต่อ ยังรอยืนยัน 3 สถานะลูกเรือไทย เผยยอดช่วยคนไทยกลับแล้ว 1,486 คน

ศบก.แถลงสถานการณ์ตะวันออกกลาง-ช่องแคบฮอร์มุซ ยังตรึงเครียด คาด 27 มี.ค.ส่งร่างผู้เสียชีวิตคนไทยกลับปท.

ศบก. ย้ำสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงมีความตึงเครียด ขอให้คนไทยรีบออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด คาดว่า 27 มีนาคมนี้ จะมีการส่งร่างผู้เสียชีวิตคนไทยกลับประเทศ