
16 มี.ค.2569-ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 09.10น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่บนตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล จากนั้นเวลา 09.30 น. นายอนุทิน เรียกประชุมทีมเศรษฐกิจและฝ่ายกฎหมายรัฐบาล เพื่อรับมือสถานการณ์พลังงานจากวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง และในวันเดียวกันนี้ยังครบกำหนด 15 วันในการตรึงราคาน้ำมันดีเซลด้วย
โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า นายอนันต์ แก้วกำเนิด ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ นายลวรณแสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เข้าร่วมประชุม
นายเอกนิติ กล่าวก่อนการประชุมว่า นายกฯเรียกประชุมหารือต่อเนื่องจากการประชุมเมื่อวันที่ 16 มี.ค.ในเรื่องของน้ำมัน เพราะฉะนั้นต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง
เมื่อถามว่าจะต้องออก พ.ร.ก.กู้เงินชดเชยกองทุนน้ำมัน เพื่อมาใช้ในการรับมือวิกฤตพลังงานหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า วันนี้ทางเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา จะเข้าหารือในประเด็นทางกฎหมายด้วย ส่วนจะต้องมีการขอกู้เงินหรือไม่ ณ วันนี้ยัง คงมาติดตามสถานการณ์ก่อน ขณะนี้ยังเป็นรัฐบาลรักษาการ ยังไม่สามารถออกกฏหมายอะไรได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเย็นวันที่ 16 มีนาคม นายอนุทิน มีภารกิจปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีเกียรติยศ ในโอกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 16-18 มี.ค. 2569
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พลังงานพร้อมรับมือน้ำมัน - LNG ยันมีสำรองเพียงพอ 101 วัน
“พลังงาน”พร้อมรับมือ น้ำมัน - LNG ที่ผันผวนสูง ย้ำไทยมีสำรองเพียงพอ 101 วัน เตรียมมาตรการลดภาระค่าครองชีพต่อเนื่อง
‘แบงก์ชาติ’ชี้เศรษฐกิจไทยพ้นจุดต่ำสุดลุ้นQ3ฟื้นตัว
‘ธปท.’ ชี้เศรษฐกิจไทยพ้นจุดต่ำสุด ลุ้นไตรมาส 3/69 ทยอยฟื้นตัว ตามแรงส่งของภาคการส่งออก-การลงทุนภาคเอกชน พร้อมรับไทยยังอยู่ในบัญชี Monitoring List ของสหรัฐฯ แต่เข้าเกณฑ์เพียง 1 ข้อ มีโอกาสหลุดในรอบถัดไป
พีทีที สเตชั่น จัดโปรแรงเติมเอง ลด 1 บาท/ลิตร กว่า 204 สถานีทั่วไทย
พีทีที สเตชั่น เดินหน้าขยายบริการเติมเอง ครอบคลุมกว่า 204 สถานีทั่วประเทศช่วยให้ผู้ใช้รถเข้าถึงบริการได้ง่ายและครอบคลุมยิ่งขึ้น ช่วยลดระยะเวลาการรอคิว โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน

