
19 พ.ค.2569-ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ชั้น 3 อาคารศาลยุติธรรม ถนนราชดำเนินใน นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกาเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตุลาการ ครั้งที่ 13/2569
โดยที่ประชุมได้พิจารณาและมีมติ ในวาระที่น่าสนใจดังนี้
1.พิจารณารายงานผลการสอบสวนข้าราชการตุลาการ 1 ราย กรณีให้คำปรึกษาคดีแก่บุคคคลอื่น ซึ่งเป็นคู่ความในคดี เป็นการกระทำอันเป็นการกระทบกระเทือนถึงการปฏิบัติหน้าที่หรืออาจทำให้เสียเกียรติศักดิ์ แห่งตำแหน่งหน้าที่ราชการ และเป็นการไม่ถือปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนประเพณีปฏิบัติ ของทางราชการโดยมีมติว่ากรณีเป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง ลงโทษงดเลื่อนตำแหน่งหรืองดเลื่อนเงินเดือน เป็นเวลา 3 ปี แล้วแต่กรณีใดถึงก่อน แต่เห็นสมควรงดโทษ เนื่องจากพ้นจากตำแหน่งข้าราชการตุลาการไปแล้ว ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 มาตรา75 วรรคสอง
สำหรับผู้พิพากษาคนดังกล่าวเคยดำรงหัวหน้าคณะอุทธรณ์โดยกรณีมีข้อพิพาท กรณีให้คำปรึกษาเกี่ยวกับคนที่เอาเงินมาลงทุนที่ตัวเองร่วมลงทุนไปด้วยเเละ มีข้อพิพาทกับตุลาการด้วยกันในมูลธุรกิจการลงทุนดังกล่าวจนถูกร้องเป็นเหตุให้ไม่ได้ขึ้นดำรงตำเเหน่งในศาลฎีกาเเละเมื่ออายุครบ65 ก็ไม่ได้อนุญาตให้ต่อเป็นผู้พิพากษาอาวุโส
2.พิจารณารายงานการสอบสวนข้าราชการตุลาการ 1 ราย กรณีถูกล่าวหาว่าไม่มาปฏิบัติงาน นอกเวลาราชการเพื่อการออกหมายค้นและหมายจับ แต่ได้ลงลายมือชื่อในบัญชีการลงเวลาปฏิบัติราชการฯ แล้วรับเงินค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ อันเป็นการละทิ้งหน้าที่ราชการ ไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความ
ชื่อสัตย์สุจริต เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ และไม่ถือปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนประเพณีปฏิบัติของทางราชการ
โดยมีมติว่าเป็นความผิดวินัยร้ายแรง ลงโทษให้ออกจากราชการ
มีรายงานว่าผู้พิพากษาดังกล่าวขณะนั้นเป็นระดับหัวหน้าศาลจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ ที่เกาะเเห่งหนึ่ง มีการเซ็นเวร เเต่กลับเเอบออกนอกพื้นที่ในเรื่องส่วนตัว ซึ่งเหตุเกิดมานานพอสมควรเเล้ว จน ก.ต.มีมติในวันนี้
3.พิจารณารายงานผลการสอบสวนวินัย อดีตข้าราชการตุลาการ 1 ราย กรณีมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม
โดยเป็นผู้จัดหาทนายความให้แก่จำเลยในคดีของศาลแห่งหนึ่ง และมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการทำสัญญาปกป้องทรัพย์สินและดำเนินคดีโดยมีการเรียกค่าดำเนินการจากผู้ร้อง อันเป็นเหตุให้ประชาชนทั่วไปเสื่อมศรัทธาต่อความบริสุทธิ์ยุติธรรมของสถาบันศาลยุติธรรม เป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง โดยมีมติว่าเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ลงโทษไล่ออกจากราชการ
มีรายงานว่าผู้พิพากษาดังกล่าวเคยดำรงตำเเหน่งหัวหน้าคณะในศาลชั้นต้นในพื้นที่ภาคอีสาน ซึ่งถูกพักราชการไปนานหลายปีทำให้ไม่ได้ขึ้นถึงหัวหน้าศาลจังหวัดก่อน ก.ต.มีมติลงโทษไล่ออกวันนี้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ประธานสภาฯ ตั้งกก.พิจารณาคำร้องขอศาลฎีกาไต่สวน ป.ป.ช. ยกฟ้องศักดิ์สยามซุกหุ้น ลั่นจากนี้เอาสมองไปทำเรื่องอื่นบ้าง
“โสภณ” เผย ตั้ง กก. พิจารณาคำร้อง ฝ่ายค้าน-สว. ขอ ศาลฎีกาสอบ ป.ป.ช. ยกฟ้องคดี”ศักดิ์สยาม” แจง ตั้งคนนอกร่วมเพื่อความโปร่งใส ยันไม่ใช่กก.ทิพย์ โยนช้า-เร็วอยู่ที่ กก. ขอเอาสมองไปทำอย่างอื่น เหน็บอย่าหมกมุ่นอยู่เรื่องเดียว
ตั้งกก.ฟันวินัย3หมอตร. แบ่งหน้าที่ช่วย‘ทักษิณ’
“รักชนก” ย้ำจุดยืนส้มมีเราไม่มีเทา หลังมีกระแสตั้งรัฐบาลเขียว-แดง-ส้ม “มาร์ค” โนคอมเมนต์ ฝันกลับมาเป็นพรรคหลัก “ผบ.ตร.” ตั้งกรรมการสอบ
ดร.ณัฏฐ์ ชำแหละคดี 44 สส.ก้าวไกล ชี้ศาลเป็นผู้กำหนดเกม
ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม หรือ“ดร.ณัฏฐ์” นักกฎหมายมหาชน ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะและกล่าวว่า เทคนิคการอ้างพยานจำ
โล่ง! ศาลฎีกาตรวจหลักฐานคดี 44 สส.พรรคก้าวไกล ไต่สวนพยานปากสุดท้าย 18 พ.ค.ปีหน้าก่อนนัดตัดสิน
ที่ศาลฎีกา ถนนราชดำเนินใน ศาลนัดตรวจหลักฐานคดีคมจ.1/2569 ระหว่างคณะกรรมการปราบปรามทุจริตแห่งชาติผู้ร้อง กับ 44 สส.พร
'ทนายอั๋น' หอบหลักฐานยื่น 'ปชน.' ชง อสส. ฟ้องศาล ฟันแก๊งฮั้ว สว.
'ทนายอั๋น' หอบหลักฐานยื่น สส.ปชน. ชงอัยการสูงสุดส่งฟ้องศาลรัฐธรรมนูญ ลากคอขบวนการฮั้ว สว. ผิดมาตรา 49 พร้อมฟันกกต. ผิด 157 ด้าน 'ภัณฑิล' ย้ำต้องคุ้มครองพยาน ไม่ใช่ข่มขู่
ประธานสภาลั่นเป็นศิษย์ตถาคตไร้ผลประโยชน์ทับซ้อน!
'โสภณ' ยกหลักธรรมลั่นเป็นศิษย์ตถาคต ไร้ผลประโยชน์ทับซ้อน-ไม่หวั่นแรงกดดัน ยันไม่ดองคำร้องสอบ ป.ป.ช.คดี 'ศักดิ์สยาม' ชี้ต้องรอคณะผู้ทรงคุณวุฒิชงความเห็น ย้ำยึดหลักกฎหมายไม่ใช่อารมณ์

