ตั้งกก.ฟันวินัย3หมอตร. แบ่งหน้าที่ช่วย‘ทักษิณ’

“รักชนก” ย้ำจุดยืนส้มมีเราไม่มีเทา หลังมีกระแสตั้งรัฐบาลเขียว-แดง-ส้ม “มาร์ค” โนคอมเมนต์ ฝันกลับมาเป็นพรรคหลัก “ผบ.ตร.” ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง 3 หมอ รพ.ตำรวจ ปมเอื้อ “ทักษิณ” นอนวีไอพีชั้น 14 อึ้งผลสอบข้อเท็จจริงแบ่งงานกันเป็นทีม

เมื่อวันศุกร์ที่ 7 ส.ค.2569 น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสแดง-เขียว-ส้มจะตั้งรัฐบาลว่า สิ่งที่เรายืนยันมาในการหาเสียงเลือกตั้งว่าอย่างไรก็จะกลับไปสู่คำสัญญาที่ให้ไว้ในวันเลือกตั้ง และคิดว่าเรื่องนี้ไม่ต้องถามพรรค ปชน. แต่ให้ไปถามพรรคเพื่อไทย หรือตัวแทนพรรคกล้าธรรม เพราะพวกเราไม่ได้เป็นคนคิดไอเดียอะไรแบบนี้ แต่ทุกคนต้องมาถามเราว่าเรามีความเห็นอย่างไร เอาด้วยหรือไม่

“จริงๆ แล้วพรรคประชาชนไม่ใช่คนที่ตอบ ต้องไปถามจากปากพรรคเพื่อไทย และพรรคกล้าธรรม ที่อาจเป็น 2 สีที่เป็นแกนนำจัดตั้งเรื่องนี้ขึ้นมา น่าจะได้คำตอบที่ตอบโจทย์มากกว่า” น.ส.รักชนกกล่าว

เมื่อถามถึงกรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ระบุว่าไม่ติดใจอะไร และลืมไปหมดแล้วที่พูดในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง พรรค ปชน.จะเปิดกว้างเรื่องนี้หรือไม่ น.ส.รักชนกกล่าวว่า เรายังยืนยันจุดยืนที่หาเสียงเอาไว้ในช่วงเลือกตั้ง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวเรื่องนี้ว่า ต้องไปถามผู้ที่เกี่ยวข้องกับ 3 สีนั้น เพราะไม่มีใครมาพูดคุยกับตนเอง

ถามถึงแนวทางการฟื้นฟูความนิยมของพรรคในภาคเหนือ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า แม้จำนวน สส.จะลดลงตามระบบการเลือกตั้ง แต่พรรคตั้งเป้ากลับมาเป็นพรรคการเมืองหลักที่เป็นทางเลือกของประชาชน โดยต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นจากกลุ่มคนที่เคยผูกพัน และสร้างความมั่นใจให้แก่คนรุ่นใหม่ ต้องใช้เวลา แต่เราพร้อมเดินหน้าอยู่แล้ว เพราะ ปชป.ไม่ได้เป็นพรรคการเมืองเฉพาะกิจ เราต้องการเป็นทางเลือกของประชาชน กลับมาเป็นพรรคการเมืองหลักให้ได้ แต่ต้องใช้เวลา

ขณะเดียวกันมีรายงานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติถึงกรณี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ลงนามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 346/2569 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน พล.ต.อ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อครั้งมียศ พล.ต.ท.และดำรงตำแหน่งแพทย์ใหญ่ (สบ 8) ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1, พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ แพทย์ใหญ่ (สบ 8) ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 และ พ.ต.อ.ชนะ จงโชคดี นายแพทย์ (สบ 5) กลุ่มงานศัลยกรรม โรงพยาบาลตำรวจ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 กรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงในการรับตัวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครไปพักรักษาตัวชั้น 14 หลังจากมีผลการสืบสวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงออกมา

โดยผลการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณี พล.ต.อ.โสภณรัชต์ระบุว่า ได้ใช้ดุลพินิจโดยปราศจากเหตุผลอันสมควร และไม่เป็นไปตามระเบียบ รพ.ตำรวจว่าด้วยการรับตัวผู้ป่วยคดีที่เป็นผู้ต้องหา ผู้ต้องกัก ผู้ต้องขังหรือนักโทษเข้ารับการรักษา รวมทั้งมีส่วนร่วมในการออกใบแสดงความเห็นแพทย์ ละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง เป็นเหตุให้ไม่มีการบังคับโทษจำคุกนายทักษิณให้เป็นไปตามกฎหมาย ทำให้นายทักษิณได้รับประโยชน์จากการพักอยู่ที่ รพ.ตำรวจ โดยไม่ต้องกลับไปถูกคุมขังที่เรือนจำจนได้รับการปล่อยตัว

พล.ต.ท.ทวีศิลป์นั้นเป็นประเด็นเกี่ยวกับการออกใบแสดงความเห็นแพทย์ ซึ่งข้อเท็จจริงจากการสืบสวนรับฟังได้ว่า ขณะออกใบแสดงความเห็นแพทย์ดังกล่าวนั้น เป็นกรณีที่ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ทำให้ระยะเวลาการพักรักษาตัวของนายทักษิณขยายระยะเวลาออกไปอีก และมีความประสงค์ต่อผลหรือย่อมเล็งเห็นผลได้ว่าจะมีการนำใบรับรองแพทย์ดังกล่าวไปใช้เป็นการพิจารณาอนุญาตให้นายทักษิณพักรักษาตัวนอกเรือนจำ

สำหรับ พ.ต.อ.ชนะนั้นเป็นประเด็นเกี่ยวกับขั้นตอนการจำหน่ายผู้ป่วยคดี หรือการส่งตัวผู้ต้องขังกลับ ซึ่งข้อเท็จจริง ควรต้องออกใบแสดงความเห็นแพทย์ให้นายทักษิณกลับไปรักษาตัวที่ รพ.ราชทัณฑ์ แต่ไม่ปรากฏได้ดำเนินการตามหน้าที่แต่อย่างใด การละเว้นไม่ออกใบแสดงความเห็นแพทย์ดังกล่าวทำให้นายทักษิณได้รับประโยชน์โดยไม่ต้องกลับไปที่เรือนจำ

ทั้งนี้ คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อทำการสอบสวนผู้ถูกกล่าวหา ในเรื่องดังกล่าวมี พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) เป็นประธานกรรมการ โดยให้สอบสวนพิจารณาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสอบสวนพิจารณา พ.ศ.2569 ให้แล้วเสร็จ แล้วเสนอสำนวนการสอบสวนมาเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป และถ้าคณะกรรมการสอบสวน เห็นว่ากรณีมีมูลว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงในเรื่องอื่นนอกจากที่ระบุไว้ในคำสั่ง หรือกรณีที่การสอบสวนพาดพิงไปถึงข้าราชการตำรวจผู้อื่น และคณะกรรมการสอบสวนพิจารณาเบื้องต้นแล้วเห็นว่าข้าราชการตำรวจผู้นั้นมีส่วนร่วมกระทำการในเรื่องที่สอบสวนนั้นอยู่ด้วย ให้ประธานกรรมการรายงานมาโดยเร็ว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รุมจวก‘โรม’เพ้อเจ้อโกงสอบ

“อนุทิน” ฟาด “โรม” พูดไม่มีข้อมูลจริง จับโยงให้เอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น ยันไม่มีหน้าที่ดูทีโออาร์ “วรศิษฎ์” ตอก พูดข้อเท็จจริงไม่ครบ

ส.ค.เดินเครื่อง! ‘ไทย-เมียนมา’ แก้มลพิษแม่นํ้า

นายกฯ เผย “มิน อ่อง หล่าย” พร้อมร่วมมือทุกมิติ ขอไทยวัดค่าสารพิษแบบไม่ยึดสากล “ปลัด ทส.” ลุยตามทีโออาร์ภายใน ส.ค.นี้ “เด็กส้ม” ซัดปูพรมแดงรับเป็นจุดต่ำที่สุดของยุทธศาสตร์การทูตไทยบนเวทีโลก

รมช.มท.ลุยปราบนอมินี ขึงขังไล่‘กุ๊ย’พ้นประเทศ

"วรศิษฎ์" เผยทลายเครือข่ายนอมินีในภูเก็ต พบผู้กระทำผิด 16 ราย คนไทย 10 ต่างชาติ 6 หลังเปิด 6 ธุรกิจแข่งคนไทย ทั้งโรงเรียนนานาชาติ-รถเช่า-ร้านอาหาร

ช็อก!กราดยิงในรร. เด็ก14คร่า9ชีวิตวิกฤตอีก9คน/อนุทินบี้คุมเข้มอาวุธปืน

สลด! เด็กอายุ 14 นักเรียน ม.3 ใช้อาวุธปืนกราดยิงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี "ครู-นักเรียน" เสียชีวิต 6 ราย และบาดเจ็บอื้อ ก่อนยิงตัวเองดับ พบยังก่อเหตุยิงปู่-ย่าที่บ้านพัก

'บิ๊กต่าย' ตั้งกก.ฟันวินัยร้ายแรง '3 หมอชั้น 14' สรุปพฤติกรรมชัดเอื้อ 'ทักษิณ'

'ผบ.ตร.' ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง 3 หมอ รพ.ตำรวจ 'โสภณ-ทวีศิลป์-ชนะ' ปมเอื้อ 'ทักษิณ' นอนวีไอพีชั้น 14 มอบหมาย 'พล.ต.อ.อิทธิพล' นั่งประธาน เร่งสรุปโดยเร็ว