กากีกะสีเขียว


เพิ่มเพื่อน    

          ชื่นชมกำลังพลสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ทั้ง 60 นาย ที่เสียสละสมัครใจมาทำหน้าที่ตำรวจอาสาช่วยงานโรงพยาบาลตำรวจ เนื่องจากมีบุคลากรโรงพยาบาลตำรวจติดโควิด-19 จำนวนมาก ซึ่งฟังจาก บิ๊กเด่น-พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ยืนยันสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีสวัสดิการดูแลกำลังพลที่อาสามาทำงานส่วนนี้อย่างเต็มที่ ทั้งการฉีดวัคซีนโควิด-19, การทำประกันภัย และจะได้รับการพิจารณาขั้นเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากเป็นผู้สมัครใจและเสียสละมาทำหน้าที่ในสถานการณ์เสี่ยง แต่โบนัสตอบแทนตำรวจชั้นประทวนทั้ง 60 นาย ที่น่าจะถูกใจทุกคนมากที่สุดหาก  บิ๊กเด่น จะเสนอ บิ๊กปั๊ด-พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข แม่ทัพใหญ่สีกากี เป็นการสร้างขวัญกำลังใจเพิ่มเติม ก็น่าจะเพิ่มเงื่อนไขพิเศษให้ทั้ง 60 นายที่เสียสละครั้งนี้มีสิทธิ์ขอสมัครใจโยกย้ายตำแหน่งได้เป็นกรณีพิเศษ เพราะเหล่าตำรวจ ปจ.เหล่านี้หลายคนก็อยากย้ายกลับบ้าน แต่ไม่มีเส้นไม่มีสายที่จะย้ายได้ หากการเสี่ยงภัยครั้งนี้มีรางวัลพิเศษขอย้ายกลับบ้านได้เป็นกรณีพิเศษ ก็น่าจะทำให้ทุกคนมีกำลังใจมากขึ้น ๐

            ปรบมือดังๆ ให้อีกหนึ่งหน่วยที่เห็นถึงความสำคัญของ ลูกน้อง ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สำหรับกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ที่ บิ๊กเอ็ม-พล.ต.ต.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบก.ปพ. รับมอบนโยบายจาก บิ๊กต่อ-พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) จัดทำประกันสุขภาพโควิด-19 ให้แก่ข้าราชการในสังกัดทุกนาย หลังจากจัดให้มีการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ให้แก่ตำรวจในสังกัดไปแล้ว 2 ครั้ง ถือเป็นการยกระดับด้านสวัสดิการ สร้างขวัญกำลังใจให้ลูกน้อง เพื่อให้มีความพร้อมทางด้านสุขภาพกายและสุขภาพใจในการปฏิบัติงานเพื่อสถาบันและประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยมีความคุ้มครองผลประโยชน์การติดเชื้ออันเนื่องมาจากไวรัสโควิด-19 ในกรณีตรวจพบครั้งแรก จำนวน 100,000 บาท ผลประโยชน์ในการเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง เนื่องจากอุบัติเหตุทั่วไป 100,000 บาท มีระยะเวลาคุ้มครอง 1 ปีตั้งแต่ได้รับอนุมัติกรมธรรม์ ๐

            มาแล้วยังดีกว่ามาช้า...มาช้ายังดีกว่าไม่มา ตามเนื้อเพลงของ "มอส-ปฏิภาณ" ยุค 90 สำหรับวัคซีนฉีดให้ตำรวจที่ปฏิบัติงานทั่วประเทศ เพราะล่าสุด ผบ.ปั๊ด ได้ตั้งคณะทำงานจัดหาวัคซีน โดยให้ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ  ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นหัวหน้า เพื่อจัดสรรวัคซีนมาให้ผู้ปฏิบัติงาน เพราะตามข้อมูล ณ ปัจจุบันมีการฉีดวัคซีนให้ตำรวจไปกว่า 3 พันราย มีตำรวจจังหวัดสมุทรสาคร, สมุทรสงคราม และประจวบคีรีขันธ์ที่ฉีดไป 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนตำรวจตรวจคนเข้าเมืองฉีดไปประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ ตำรวจนครบาลฉีดไปแล้ว 1,894 นาย อย่างไรก็ดีตอนนี้ตำรวจได้วัคซีนเพิ่มมาอีก 1 หมื่นโดส เพื่อฉีดให้ตำรวจ 5 พันราย เป็นการฉีดเฉพาะกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อีกทั้ง ผบ.ปั๊ด ได้ให้ผู้บังคับการแต่ละจังหวัดประสานตรงกับคณะกรรมการควบคุมโรคแต่ละจังหวัด เพื่อขอสัดส่วนของตำรวจเนื่องจากตำรวจไม่สามารถเวิร์กฟรอมโฮมได้ ๐

            ในยุคโควิด-19 ระบาดอย่างหนัก ทุกอย่างเลยต้องใช้รูปแบบ การเว้นระยะห่าง (social distancing) ดังนั้นเมื่อสัปดาห์ก่อน ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 5/2564  และการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ  (ก.ต.ช.) ครั้งที่ 3/2564 ที่มี บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมเป็นประธาน จึงใช้การประชุมผ่านวิดีโอทางไกลจากตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล มายังห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 ตร. มี ผบ.ปั๊ด-พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.และผู้บังคับบัญชาระดับสูงเข้าร่วมประชุม วาระสำคัญที่ บิ๊กตู่ อยากสื่อสารให้ชาวบ้านรับรู้รับทราบคือ เมื่อตำรวจทำผิดจะไม่มีการละเว้น เพื่อให้เห็นถึงการเอาจริงเอาจังกับการลงทัณฑ์ทางวินัยตำรวจที่ประพฤติตนผิดวินัย โดยในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมามี ตำรวจ ถูกลงโทษทั้งสิ้น 27 นาย เป็นการไล่ออกจากราชการ 17 นาย ปลดออกจากราชการ 8 นาย และให้ออกจากราชการ 2 นาย ทั้งนี้ตั้งแต่เดือน ม.ค.-มี.ค.64  หรือ 3 เดือนแรกปี 2564 มีตำรวจถูกลงโทษไปแล้วทั้งสิ้น  66 นาย เป็นการไล่ออกจากราชการ 51 นาย ปลดออกจากราชการ 12 นาย และให้ออกจากราชการ 3 นาย ๐

            ไลน์ของข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ ร้อนฉ่า หลังการแถลงของ พล.อ.ท.ฐานัตถ์ จันทร์อำไพ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ ในฐานะโฆษกกองทัพอากาศ  ที่ระบุว่า พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศ สั่งกองบิน 6 จัดเครื่องบินของกองทัพอากาศพร้อมทีมแพทย์ รวมทั้งเจ้าหน้าที่จากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เดินทางไปรับข้าราชการประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงนิวเดลี อินเดีย และครอบครัว มารักษาตัวที่ประเทศไทย ไม่ปรากฏว่ามีข้าราชการพลเรือนเดินทางกลับมาด้วย แต่ผู้ที่ป่วยหนักจากการติดโควิด-19 คือผู้ช่วยทูตทหารไทยประจำกรุงนิวเดลี โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารที่เดินทางกลับมาด้วยเพียง 6 คนเท่านั้น ทำให้วันรุ่งขึ้นกองทัพอากาศต้องแจงข้อมูลอีกครั้ง ยืนยันว่าได้เปิดให้ข้าราชการพลเรือนเดินทางกลับมาด้วยแล้ว แต่ไม่มีใครประสงค์เดินทางกลับมาเอง

 ในขณะที่มีข้อมูลว่า ในเบื้องต้นมีเจ้าหน้าที่ทูตต้องการเดินทางมาด้วย แต่เครื่องบินได้ทำการบินไปแล้ว ด้วยเหตุที่ ทอ.ต้องปฏิบัติตามตารางการบินเข้า-ออกประเทศอินเดียตามที่ขอไว้ เรื่องราวทั้งหมดจบลงและเดินหน้าต่อไปในฐานะของ ทีมไทยแลนด์ ท่ามกลางสถานการณ์ สึนามิโควิดสายพันธุ์อินเดีย จนล่าสุดกองทัพอากาศได้รับการประสานจากกระทรวงการต่างประเทศ ให้ไปรับคนไทยที่ติดเชื้อโควิดหลายรายที่ประเทศอินเดีย ประกอบด้วยผู้ที่มีอาการติดเชื้อโควิด 3 ราย และผู้มีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อโควิด 1 ราย เนื่องจากทำงานใกล้ชิดกับข้าราชการที่ติดเชื้อ โดยผู้ที่มีอาการหนักที่สุดมีอาการติดเชื้อในปอดทั้งสองข้าง มีไข้สูง พร้อมนำสิ่งของช่วยเหลือไปมอบให้อินเดีย ได้แก่ เครื่องผลิตออกซิเจน (oxygen  concentrator) ขนาดเล็ก 25 ชุด เตียงกระดาษจากบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (SCG) จำนวน 200  เตียง โดยจะส่งมอบผ่านสภากาชาดอินเดีย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ลงนามในข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9  แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ฉบับที่ 21 ประกาศให้ทหารกองเกินที่ได้รับหมายนัดเพื่อเข้ารับราชการทหารกองประจำการ รวมถึงผู้ที่ผ่านการคัดเลือกโดยวิธีร้องขอ (กรณีพิเศษ)​ งดการเดินทางเพื่อรายงานตัวเข้ารับราชการทหารกองประจำการในวันที่ 1 และ 3 พฤษภาคม 2564 โดยกำหนดให้มารายงานตัวเพื่อเข้ารับราชการทหารกองประจำการในวันที่  1 และวันที่ 3 กรกฎาคม 2564 เป็นการเลื่อนกำหนดการเข้ารับราชการของทหารกองประจำการ ผลัดที่ 1/64 ออกไปอีก 2 เดือน ขณะที่ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก สั่งการให้หน่วยทหารดำเนินมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด โดยทหารที่จะปลดประจำการทุกคนต้องผ่านกระบวนการกักตัวเพื่อสังเกตอาการ 14 วัน  และผ่านการคัดกรองว่าอยู่ในสถานะปลอดเชื้อก่อนปล่อยกลับบ้าน ลดข้อกังวลเรื่องแพร่เชื้อออกไปและนำเชื้อเข้าสู่หน่วยทหาร

ชายแดนด้านตะวันตกสถานการณ์การสู้รบรุนแรงขึ้น  เมื่อทางการเมียนมาใช้กำลังทางอากาศโจมตีฐานที่มั่นเคเอ็นยู เพื่อตอบโต้ปฏิบัติการบุกตีฐานทหารเมียนมาหลายแห่ง ซึ่งมีจำนวนกำลังพลน้อยกว่า นำมาสู่ปฏิบัติการทางอากาศตอบโต้ ส่งผลให้ชาวบ้านต้องอพยพหนีภัยข้ามลำน้ำสาละวินมาฝั่งไทยเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นยังมีเหตุความเข้าใจผิดจากการกระทำส่วนบุคคลของทหารเมียนมา ทั้งยิงปืนเรียกเรือขนส่งสินค้าไทย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล้วนมีความอ่อนไหวพอสมควร นโยบายของกองทัพที่ยืนยันตามนโยบายรัฐบาลและแนวทางอาเซียน คงทำได้เพียง  นิ่ง เพราะการ แอคชั่น มีแนวโน้มจะถูกลากเข้าไปร่วมวงไพบูลย์กับปัญหาภายในของเขา ดังนั้นการใช้ชุดประสานงานตามแนวชายแดนทำความเข้าใจเป็นกรณีๆ ไป และให้ความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรม นับเป็นการปฏิบัติที่สมดุลที่สุดในขณะนี้.