สหรัฐเหนื่อยแน่ 'สี จิ้นผิง'กลมเกลียว'คิม จองอึน'ฉลอง60ปีสัมพันธ์


เพิ่มเพื่อน    

มีเป้าเดียวกัน ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และคิม จองอึน ส่งสาสน์ประกาศจะกระชับสัมพันธไมตรีและความร่วมมือระหว่างจีนและเกาหลีเหนือสู่ระยะใหม่ ขณะสองประเทศฉลองครบรอบ 60 ปีการทำสนธิสัญญามิตรภาพ นักวิเคราะห์ชี้ยิ่งสองชาติใกล้ชิดมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งปลดอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือยากขึ้นเท่านั้น

แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง พบกับคิม จองอึน ที่กรุงเปียงยาง เมื่อเดือนกันยายน 2561 (Photo by API / Gamma-Rapho via Getty Images)

    สำนักข่าวเอเอฟพีอ้างรายงานข่าวของสำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) ของทางการเปียงยางเมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม 2564 ว่าผู้นำทั้งสองมีสาสน์เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 60 ปีความสัมพันธ์ระหว่างจีนและเกาหลีเหนือ นับแต่ทั้งสองลงนามสนธิสัญญาว่าด้วยมิตรภาพ, ความร่วมมือ และการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในกรณีโดนโจมตีด้วยอาวุธ เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2504 ในสมัยของประธานเหมา เจ๋อตง ที่เคยกล่าวถึงความใกล้ชิดระหว่างสองประเทศว่าเหมือน "ริมฝีปากกับฟัน"

    จีนเป็นพันธมิตรและผู้อุปถัมภ์ทางเศรษฐกิจของเกาหลีเหนือมายาวนาน โดยเริ่มต้นในสมัยสงครามเกาหลี ที่เหมาส่ง "อาสาสมัคร" หลายล้านคนไปช่วยเกาหลีเหนือสู้รบกับกองกำลังขององค์การสหประชาชาติที่มีสหรัฐเป็นผู้นำ แต่หลายปีมานี้ ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายอยู่ในภาวะผันผวน จากความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ที่เพิ่มขึ้นของเกาหลีเหนือ แต่ความที่การเจรจาระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐหยุดชะงัก จีนและเกาหลีเหนือจึงเดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ให้แนบแน่นขึ้น

    เคซีเอ็นเอรายงานคำกล่าวของคิมในสาสน์ที่ส่งถึงสีว่า แม้จะมีสถานการณ์ระหว่างประเทศที่ซับซ้อนอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ความเชื่อใจระหว่างสหายและมิตรภาพของนักรบระหว่างเกาหลีเหนือและจีนก็แข็งแกร่งขึ้นทุกวัน

    คิมยังเน้นถึงบทบาทของสนธิสัญญาฉบับนี้ในการรับประกันสันติภาพและเสถียรภาพในเอเชียและส่วนอื่นๆ ของโลก ที่ปัจจุบันกองกำลังศัตรูกำลังเข้าตาจนมากขึ้นในการท้าทายและความพยายามขัดขวาง

    ด้านประธานาธิบดีสีเขียนในสาสน์ว่า เขาวางแผนว่าจะนำพา "ความสุขที่มากขึ้น" มาสู่ประเทศทั้งสองและประชาชนของทั้งสองประเทศ "โดยการนำความสัมพันธ์แห่งมิตรภาพและความร่วมมือระหว่างสองประเทศสู่ระยะใหม่อย่างมั่นคง"

    มิตรภาพที่แนบแน่นขึ้นระหว่างทั้งสองแตกต่างจากเมื่อหลายปีก่อนหน้านี้ หลังจากคิมขึ้นสืบทอดอำนาจใหม่ๆ ภายหลังอสัญกรรมของบิดาเมื่อเดือนธันวาคม 2554 โดยคิมไม่ได้พบปะกับสีเลยจนกระทั่งเขาเดินทางมาเยือนจีนในเดือนมีนาคม 2561 นับแต่นั้นทั้งคู่ได้พบกันแล้วถึง 5 ครั้ง

    การแลกเปลี่ยนสาสน์ในครั้งนี้เป็นสัญญาณล่าสุดของการต่อเติมความสัมพันธ์กันใหม่ระหว่างเพื่อนบ้านทั้งสองประเทศ ซึ่งนักวิเคราะห์กล่าวกันว่า มีเป้าหมายอยู่ที่สหรัฐ ในช่วงยามที่การเจรจานิวเคลียร์หยุดชะงักและความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐก็ตึงเครียดมากขึ้น

    ปัก วอนกอน อาจารย์ด้านเกาหลีเหนือศึกษาจากมหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา กล่าวกับเอเอฟพีว่า มันคือการคลุมถุงชน ความสัมพันธ์ระหว่างพันธมิตรทั้งสองไม่ลงรอยกันนับแต่สิ้นสงครามเกาหลี และต่างไม่เคยไว้ใจกันโดยแท้จริงอีกเลย แต่พวกเขาต้องการกันและกันในการรับมือกับสหรัฐ และยิ่งสองประเทศนี้ใกล้ชิดกันมากเท่าไหร่ การจะปลดอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือก็ยากขึ้นเท่านั้น.


ผมดูๆ ข่าวช่วงนี้ ทะแม่งๆ ยังไงไม่รู้นะ? เรื่อง ป.ป้อม-ป.ประยุทธ์ นั่นแหละ สื่อบางสำนักตีข่าวเป็นจริง-เป็นจัง โดยจับประเด็นมาจาก ป.ประยุทธ์ หัก ป.ป้อม ปลด "ธรรมนัส-นฤมล" จาก รมช.โดยไม่บอก

๑๙ กันยา."วันรำลึกโกง"
ลับแล"ยุติธรรมที่ล่าช้า"
กกต.เปิดยอดเงินบริจาคพรรคการเมืองเดือนก.ค.รวม 12 พรรค 'ภูมิใจไทย'รับสูงสุด 2 ล้าน
"หดหัวในกระดอง"?!
"ทุบโต๊ะ" แค่คิดก็ "พัง" แล้ว
"ประชารัฐ-ธรรมนัส"