ฟันโทษ2 อดีตเลขาสกสค."สมศักดิ์-เกษม" หลังป.ป.ช.ชี้มูลความผิด คดีตั๋วสัญญาใช้เงินบ.บิลเลี่ยนฯ


เพิ่มเพื่อน    

 
16ส.ค.64-  ชงบอร์ด สกสค. ฟันโทษวินัย 2 อดีตเลขาสกสค.  "สมศักดิ์-เกษม" คดีซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินบิลเลี่ยน ฯ มูลค่ากว่า 2.5 พันล้าน  หลัง ป.ป.ช. ชี้ความผิดมีมูลชัด  "ธนพร" ลั่นกระบวนการต้องเสร็จ ภายใน 27 ส.ค.นี้

นายธนพร สมศรี เลขาธิการคณะกรรมการสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (เลขาฯ สกสค.) กล่าวว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีมติชี้มูลความผิดกรณีสำนักงาน สกสค.อนุมัตินำเงินกองทุนการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) จำนวน 500 ล้านบาท ไปซื้อตั๋วสัญญาจากบริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป จำกัด เพื่อนำไปดำเนินการร่วมทุน  โดยมีมูลค่าร่วมทุน รวม 2.5พันล้านบาท ซึ่งจากหลักฐานพบว่าสำนักงาน สกสค.มีการโอนเงินให้บริษัท บิลเลี่ยนฯ ไปให้ก่อนทั้งที่บริษัทยังไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันและต่อมายังมีหลักฐานพบว่ามีการเพิกถอนตั๋วสัญญาแล้วใช้เงินมาสั่งจ่ายเป็นแคชเชียร์เช็คให้กับกรรมการกองทุนช.พ.ค. ซึ่ง ป.ป.ช.ชี้ว่ามีความผิดตามมาตรา 4 มาตรา 8 มาตรา 11 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 และตามมาตรา 123/1 แห่ง พ.ร.ป. ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ.2561 ซึ่งเรื่องนี้มีผู้เกี่ยวข้องกว่า 10 ราย ตั้งแต่ระดับผู้บริหารจนถึงเจ้าหน้าที่

ดังนั้น สกสค.จะต้องดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งนี้การพิจารณาโทษทางวินัยกับ นายสมศักดิ์ ตาชัย อดีตเลขาฯ สกสค. โดยจะเสนอเรื่องดังกล่าวให้คณะกรรมการ สกสค. พิจารณาได้ในวันที่ 16 สิงหาคมนี้ ส่วนระดับเจ้าหน้าที่จะใช้กฎหมายของ สกสค.ที่เกี่ยวข้องดำเนินการ พร้อมกันนี้เรายังได้มีการตั้งคณะกรรมการความรับผิดทางละเมิดร่วมกับกรมบัญชีกลาง เพื่อดำเนินการความผิดทางละเมิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องด้วย ส่วนคดีอาญาจะเป็นอำนาจของอัยการสูงสุดเป็นผู้ดำเนินการซึ่งกระบวนการทั้งหมดจะต้องเสร็จสิ้นภายใน 27 สิงหาคมนี้
         
นอกจากนี้ ป.ป.ช. ยังได้ชี้มูล กรณีนายเกษม กลั่นยิ่ง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเลขาฯ สกสค. ซึ่งได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 2 ครั้ง เพื่อแก้ไขการดำรงตำแหน่งของประธานคณะกรรมการกองทุนการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) จากวาระดำรงตำแหน่ง 4 ปี ให้เป็น 6 ปี โดยมีเจตนาเพื่อรองรับกรณีที่ตนเองจะพ้นจากตำแหน่งเลขาฯ สกสค. ให้เป็นประธาน ช.พ.ค. โดยที่ไม่ให้เหตุผลรายละเอียดในการขยายเวลาดังกล่าว  จึงถือว่ามีเจตนาชัดเจนในการเอื้อตนเองไปเป็นประธาน ซึ่งถือเป็นความผิดเฉพาะตัว โดยจะมีการพิจารณาลงโทษทางวินัย ในการประชุมคณะกรรมการ สกสค.วันที่ 16 สิงหาคมนี้ด้วยเช่นกัน


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"