กากีกะสีเขียว


เพิ่มเพื่อน    

           แม้ ผบ.ปั๊ด-พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข แม่ทัพใหญ่สีกากี จะนำทีมตำรวจมือพระกาฬติดตามตัว ผู้กำกับโจ้-พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล  อดีต ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด  สภ.เมืองนครสวรรค์ ที่ใช้ถุงพลาสติกคลุมหัวผู้ต้องหาคดียาเสพติดจนเสียชีวิต มาดำเนินคดีตามกฎหมายได้เรียบร้อยครบทุกคน แต่สิ่งที่ยังเป็นงานหนักของ ผบ.ปั๊ด คือการกอบกู้ภาพลักษณ์สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้กลับคืนมาเป็นที่พึ่งของประชาชนอีกครั้ง หลังภาพโหดร้าย  ภาพโหดเหี้ยม ภาพการทารุณจากตำรวจไทยถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก ถึงจะบอกเป็นพฤติกรรมเฉพาะตัวบุคคล ก็มิอาจปฎิเสธความรับผิดชอบไปได้ ตลอดช่วงเวลา 1 ปีบนเก้าอี้ ผบ.ตร. ก่อนที่ ผบ.ปั๊ด จะเกษียณอายุราชการวันที่ 30 ก.ย.65 คงต้องเป็นงานหนัก และงานท้าทายความสามารถอย่างแท้จริงของ ผู้นำสีกากี รายนี้ ๐

            ผลพวงจากคดีฉาวโฉ่ ผู้กำกับโจ้ นำชุดยาเสพติดแสดงพฤติกรรมนอกรีตครั้งนี้ ผบ.ปั๊ด สั่ง บิ๊กนู-พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร.  ออกคำสั่งถึงผู้บังคับบัญชาทุกระดับไปทบทวนชุดสืบสวนยาเสพติด ตั้งแต่ระดับสถานีตำรวจถึงกองบัญชาการ ตรวจสอบประวัติและพฤติกรรมในการปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับยาเสพติด และให้ผู้บังคับบัญชารับรองความประพฤติเป็นรายๆ ไป โดยหากพบว่ามีบุคคลใดมีประวัติหรือพฤติกรรมไม่ดีเกี่ยวกับยาเสพติด หรือย่อหย่อนก็ต้องเปลี่ยนตัว   เพราะหากเกิดเรื่องร้องเรียนขึ้นมาผู้บังคับบัญชาต้องรับผิดชอบ พร้อมย้ำเสียงหนักแน่น "ทำดีต้องได้ดี ทำไม่ดีต้องถูกลงโทษ ถ้าตำรวจเข้าใจแบบนี้คิดว่าเขาก็จะตั้งใจทำงานมากขึ้น และหากพบตำรวจคนใดทำผิดกฎหมายจะต้องดำเนินการอย่างแน่นอน"

ปีที่แล้วไม่ได้ทำบัญชีแต่งตั้ง นายพล แบบเต็มตัว เพราะเป็นช่วงคาบเกี่ยว ผบ.แป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร.ยังกุมอำนาจอยู่ แม้ ผบ.ปั๊ด จะมีชื่อผ่านความเห็นชอบจาก ก.ต.ช.เป็น ผบ.ตร.แล้วก็ตาม มาครั้งนี้มีอำนาจเต็มๆ ผบ.ปั๊ด ได้จัดทัพระดับ ผบช. ทั่วประเทศครั้งแรก ในการทำงานมีใครเป็นขุนศึกข้างกายบ้างลองดู ภาค 1 ได้ บิ๊กอุ้ย-พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร จเรตำรวจ (สบ 8) นรต.38 โยกมา ส่วนภาค 2 บิ๊กจ้าว-พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.  นรต.40 มาที่ภาค 3 บิ๊กเปีย-พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม รอง  ผบช.น. นรต.42 ภาค 4 ยังเป็น พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ  ผบช.ภ.4  นรต.39 ตามเดิม ภาค 5 บิ๊กต๊ะ-พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น.  นรต.38 ภาค 6 บิ๊กอ้อ-พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. นรต.41 ภาค 7 ได้ บิ๊กโอ๋-พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ก.ตร. มาดูแลภาค 8 โยก บิ๊กแซก-พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร  ผบช.ภ.1 นรต.38 ไป ส่วนภาค 9 ได้ พล.ต.ต.นันทเดช  ย้อยนวล รอง ผบช.ภ.8 นรต.38 ขยับมาขึ้น ๐

            เป็น 2 กองบัญชาการใหญ่ที่ถูกจับตาการจัดทัพกันเป็นพิเศษ ทั้งกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ที่ในการแต่งตั้ง นายพล วาระ 2564 ครั้งนี้ เปลี่ยนแปลงหลายตำแหน่ง โดย นครบาล มี บิ๊กราญ-พล.ต.ต.สำราญ นวลมา รอง ผบช.น. (นรต.50) ผงาดขึ้นเป็น ผบช.น. พร้อมทีมช่วยงานหน้าใหม่หลายเก้าอี้ ทั้ง บิ๊กโต้ง-พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม ผบก.ปทส. มาขึ้นรอง ผบช.น., บิ๊กสยาม-พล.ต.ต.สยาม บุญสม ผบก.ปคม.  มาขึ้น รอง ผบช.น., บิ๊กบุ้ง-พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบก.ตม.3  มาขึ้น รอง ผบช.น., บิ๊กปิ่น-พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบช.ภ.2 โยกมาเป็นรอง ผบช.น. ส่วน สอบสวนกลาง มี บิ๊กก้อง-พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบช.ก. (นรต.50) ก้าวขึ้นนั่งเก้าอี้  "ผบช.ก." ทีมช่วยงานหน้าใหม่ บิ๊กหมู-พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม​ ผบก.ป. ขึ้นรอง ผบช.ก., บิ๊กต่อ-พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบก.ปคบ. ขึ้น รอง ผบช.ก.และ บิ๊กเม่น-พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัย ผบก.สส.บช.น. ข้ามมาขึ้นเป็น รอง ผบช.ก. ๐

ราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 27 ส.ค.64 ประกาศพระบรมราชโองการฯ แต่งตั้งข้าราชการในพระองค์ ให้ พล.ต.ทรงพล สาดเสาเงิน  ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.1 รอ.) มารับราชการเป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารในตำแหน่งนายทหารปฏิบัติการประจำ สำนักงานรองผู้บัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (นถปภ.) ตั้งแต่วันที่ 24  ส.ค.ที่ผ่านมา หลังจากมีการคัดตัวนายทหาร 5 นายโอนย้ายไปปฏิบัติงานใน นถปภ. รวมถึง พ.อ.อัศวิน  บุนนาค รอง ผบ.พล.1 รอ., พ.อ.อาทิตย์  ดีประเสริฐ ผู้อำนวยการกองกำลังพลกองทัพภาคที่ 1, พ.อ.อายุพันธ์ กรรณสูตร ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 5 (ผบ.ร.5) และ  น.อ.อรรถพล ปานมงคล รองผู้อำนวยการกองบรรเทาสาธารณภัย สำนักงานนโยบายและแผนกรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ (รอง ผอ.กบภ.สนผ.กร.ทอ)

ส่งผลให้การจัดโผช่วงต้นในส่วนของรองแม่ทัพภาคที่ 1 จำนวน 3  ตำแหน่ง ที่เดิมมีชื่อ บิ๊กปู-พล.ต.พนา แคล้วปลอดทุกข์ (ตท.26)  ผบ.พล.ร.11 บิ๊กเนี้ยว-พล.ต.ทรงพล หัวหอกเตรียมทหารรุ่น 27 (ตท.27) บิ๊กใหญ่-พล.ต.อมฤต บุญสุยา (ตท.27) ผบ.พล.ร.2 รอ. ต้องว่างลงหนึ่งตำแหน่ง จึงต้องหาผู้ที่อาวุโสและเหมาะสมในลำดับถัดไปขึ้นมาแทน  ทำให้มีชื่อของ บิ๊กรุ่ง-พล.ต.ชิษณุพงศ์ รอดศิริ (ตท.26) ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 17 ที่น่าจะได้เข้ามาในรอบนี้ แต่ก็ต้องลุ้นว่าแรงดันของ บิ๊กแดง-พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีต ผบ.ทบ.ในการสนับสนุน บิ๊กตั้ง-พล.ต.ธวัชชัย ตั้งพิทักษ์กุล ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 (ผบ.มทบ.11) ไปเป็น ผบ.พล.ร.11 คุมกรมสไตรเกอร์จะสำเร็จหรือไม่ เพราะต้องแคนดิเดตกับ รองกอล์ฟ-พ.อ.สราวุธ ไชยสิทธิ์ (ตท.28) รอง ผบ.พล.ร.11 ที่มาแรงสุดจากการขับเคลื่อนของรุ่น 28 ถ้า “บิ๊กตั้ง” เข้าฮอสไม่ได้ ก็อาจต้องมาลุ้นเก้าอี้รองแม่ทัพภาคที่ 1

            สมการกองพลหลักที่มีการปรับย้ายครั้งนี้นับว่า มีความสำคัญต่อภาพรวมด้านความมั่นคงและการเมือง เมื่อการจัดทัพแบ่งเกลี่ยระหว่าง ตท.27-28 ต้องไม่กระจุกตัว และไม่ให้อยู่ในสภาพที่รุ่นใดคุมอำนาจได้อย่างเบ็ดเสร็จ จากผลของการที่ บิ๊กเนี้ยว-พล.ต.ทรงพล และ พ.อ.อัศวิน บุญนาค รอง ผบ.พล.1 รอ.แกนหลักของรุ่น 27 ถูกโอนย้ายไปแล้ว ทำให้ชื่อของ รองไก่-พ.อ.วรยศ เหลืองสุวรรณ (ตท.28) ซึ่งเป็นลูกหม้อกรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ร.2รอ.) ก้าวขึ้นมาเป็น  ผบ.พล.1 รอ.ในที่สุด ส่วนทางด้านขุมกำลังฝั่งตะวันออก รองกบ-พ.อ.ปัญญา ตั้งความเพียร (ตท.27) รอง ผบ.พล.ร.2 รอ.คาดว่าจะขึ้นมาเป็น ผบ.พล.ร.2 รอ. โดยมี พ.อ.เสกสรรค์ พรหมศักดิ์ (ตท.28) รองผบ.พล.2 รอ. ทหารเสือราชินี หายใจรดต้นคอรอคิวขยับขึ้นคุมกองพลเป็นรายต่อไป ๐

แต่รายชื่อแคนดิเดตที่ปลิวจากเก้าอี้แม่ทัพภาคที่ 1 คงเป็น บิ๊กออฟ-พล.ท.ทรงวิทย์ หนุนภักดี (ตท.24) รองเสนาธิการทหารบกสายงานยุทธการ เมื่อชื่อของ บิ๊กโต-พล.ท.สุขสรรค์ หนองบัวล่าง แม่ทัพน้อยที่ 1 ถูกดึงกลับมาดูอีกครั้ง หลังจากโผถูกส่งไปที่กระทรวงกลาโหม  ยิ่งเป็นช่วงที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ต้องวิเคราะห์ตัวแปรทั้งกระดานในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อทางการเมืองที่อ่อนไหว การตรึงชื่อ พล.ท.เจริญชัย หินเธาว์ อดีตทหารเสือราชินีไว้ที่เก้าอี้แม่ทัพภาคที่ 1 ตำแหน่งที่คุมกำลังปฏิวัติตั้งแต่รอบที่แล้ว เพื่อเดินเข้ามาใน 5 เสือ ทบ.ในครั้งนี้ และการขยับ บิ๊กโต อดีตบูรพาพยัคฆ์สาย 3 ป.ขึ้นมารับไม้ต่อ เป็นหลักประกันสำคัญที่อุ่นใจของ รมว.กลาโหม แต่ก็ตระหนักดีว่าไม่ควรล้วง หรือแตะตำแหน่งที่ไม่ควรแตะ และปล่อยไหลไปตามสถานการณ์ ๐

จึงไม่แปลกถ้ารอบนี้ บิ๊กตู่ จะส่งสัญญาณชัดๆ ผ่านการแถลงของ  พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม หลังการประชุมสภากลาโหม โดยย้ำว่า ให้เหล่าทัพให้ความสำคัญในการพิจารณาคัดเลือกและปรับย้ายกำลังพลที่มีความรู้ ความสามารถ เป็นคนเก่งคนดี  และได้รับการยอมรับ เข้ามาทำหน้าที่ ในการเป็นผู้บริหารหรือผู้นำหน่วยงานในทุกระดับ เพื่อร่วมยกระดับหน่วยงานและขับเคลื่อนกองทัพ นำไปสู่ความทันสมัยโปร่งใส ไม่สร้างปัญหา และได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชน” เพราะรู้กันว่าปัญหาโลกแตกเรื่อง ข้ามพี่-ขี่น้อง ยังไม่หายไปจากกองทัพ และคงต้องคลายปมให้เข้าที่เข้าทางบ้าง ขณะที่ บิ๊กบี้-พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ.ก็ยังเป็น บี้ อดทน ต้องแบกรับความเกรงใจจากผู้มีพระคุณ และการไม่ปล่อยมือของรุ่นพี่ จึงทำได้แค่การเดินสายกลางแบบบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น รักษาฐานที่มั่น  ตท.22 มือไม้ที่ยังใช้ได้อยู่ในการทำงานต่อไป.

 

 


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"