ตอลิบันคุยพิชิตหุบเขาปันจ์ชีร์ได้แล้ว ฝ่ายต้านยังไม่ยอมแพ้


เพิ่มเพื่อน    

ไวเหมือนโกหก ตอลิบันประกาศชัยชนะเหนือกองกำลังต่อต้านกลุ่มสุดท้ายที่หุบเขาปันจ์ชีร์เมื่อวันจันทร์ ระบุควบคุมได้เบ็ดเสร็จทั้งประเทศแล้ว โฆษกอ้างผู้นำกลุ่มแนวร่วมต่อต้านหนีไปทาจิกิสถาน แต่นักรบเอ็นอาร์เอฟยืนยันยังคุมที่มั่นทางยุทธศาสตร์ไว้ได้ แม้ก่อนหน้านี้จะยอมรับความเพลี่ยงพล้ำและขอเจรจาหยุดยิง

แฟ้มภาพ ซาบิฮุลลาห์ มูจาฮิด โฆษกของระบอบตอลิบัน

    กลุ่มนักรบตอลิบันเข้าควบคุมกรุงคาบูลไว้ได้เมื่อกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และรุกคืบเข้าโจมตีจังหวัดปันจ์ชีร์ ซึ่งเป็นดินแดนกลางหุบเขาที่มีเทือกเขากว้างไกลเป็นป้อมปราการ เพื่อพิชิตกองกำลังฝ่ายต่อต้านกลุ่มแนวร่วมต่อต้านแห่งชาติอัฟกานิสถาน (เอ็นอาร์เอฟเอ) ภายใต้การนำของอาหมัด มาซูด ที่ประกอบด้วยนักรบปันจ์ชีร์กับอดีตทหารและสมาชิกหน่วยรบพิเศษอัฟกันที่ต่อต้านตอลิบัน

    ในวันจันทร์ที่ 6 กันยายน 2564  รอยเตอร์และเอเอฟพีรายงานอ้างคำแถลงของซาบิฮุลลาห์ มูจาฮิด โฆษกของระบอบตอลิบันจากกรุงคาบูลว่า "ปันจ์ชีร์ ซึ่งเป็นที่ซ่อนแห่งสุดท้ายของข้าศึกที่หลบหนี ถูกยึดได้แล้ว"

    มีภาพถ่ายหลายภาพเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ เผยให้เห็นนักรบของตอลิบันยืนอยู่ด้านหน้าประตูของจวนผู้ว่าราชการจังหวัดปันจ์ชีร์ หลังจากต่อสู้กับนักรบของเอ็นอาร์เอฟเอเมื่อสุดสัปดาห์

    มูจาฮิดกล่าวก่อนหน้านี้ว่า ด้วยชัยชนะและความพยายามครั้งสุดท้าย ประเทศของเราได้หลุดพ้นจากวังวนของสงคราม และประชาชนจะได้มีชีวิตที่มีความสุขในสันติภาพ, เสรีภาพ และอิสรภาพ

    ตอลิบันยังให้คำรับประกันกับผู้คนในปันจ์ชีร์ว่าจะไม่มีการแก้แค้นหรือเลือกปฏิบัติกับพวกเขา ชาวปันจ์ชีร์นั้นมีชาติพันธุ์แตกต่างจากตอลิบันที่มีเชื้อสายปัชตุนเป็นส่วนใหญ่ และเคยต้านทานระบอบอิสลามิสต์นี้ได้ระหว่างตอลิบันปกครองประเทศเมื่อปี 2539-2544

    "พวกเขาเป็นพี่้น้องของเรา และจะทำงานร่วมกันเพื่อจุดมุ่งหมายร่วมกันและความสุขสบายของประเทศ" มูจาฮิดกล่าว

    มาซูด ซึ่งเป็นบุตรชายของอาหมัด ชาห์ มาซูด ผู้นำนักรบมูจาฮิดีนชื่อเสียงโด่งดังที่สามารถรบต้านทหารโซเวียตและตอลิบัน เปิดเผยผ่านทวิตเตอร์ว่า เขาปลอดภัย แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

    มูจาฮิดกล่าวว่า เขาได้รับทราบข้อมูลมาว่า มาซูดและอดีตรองประธานาธิบดีอัมรุลลาห์ ซาเลห์ หนีไปยังทาจิกิสถานที่เป็นประเทศเพื่อนบ้านแล้ว

    เอ็นอาร์เอฟเอในปันจ์ชีร์ยอมรับเมื่อวันอาทิตย์ว่าพวกเขาสูญเสียอย่างหนักในสมรภูมิและเรียกร้องการหยุดยิง แต่ในวันจันทร์ อาลี ไมซัม นาซารี หัวหน้าฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ของเอ็นอาร์เอฟเอ กล่าวว่า การอ้างชัยชนะของตอลิบันไม่ใช่เรื่องจริง และพวกตนยังคงต่อสู้อยู่ต่อไป

    "กองกำลังเอ็นอาร์เอฟยังคุมที่มั่นทางยุทธศาสตร์ทุกแห่งทั่วหุบเขานี้ไว้และยังคงต่อสู้ต่อไป" เขาโพสต์ลงเฟซบุ๊ก

    ขณะเดียวกัน พวกผู้นำตอลิบันในกรุงคาบูลก็ยังไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ได้ มูจาฮิดปฏิเสธว่าไม่มีความเห็นแตกแยกกันในเรื่องนี้ และยืนยันว่าจะมีประกาศจัดตั้งรัฐบาลใหม่โดยเร็ว แต่เขาไม่ระบุวัน เขายังย้ำด้วยว่า ผู้หญิงได้กลับเข้าไปทำงานในภาคสาธารณสุขและการศึกษาแล้ว ส่วนภาคอื่นๆ นั้นจะพิจารณาเป็นลำดับทันทีที่จัดตั้งระบบเรียบร้อย.

    ระบอบตอลิบันเวอร์ชันที่แล้วไม่อนุญาตให้ผู้หญิงทำงานหรือศึกษาโดยยึดหลักกฎหมายชะรีอะห์อย่างเคร่งครัด แต่มาคราวนี้พวกเขาผ่อนคลายลงมาก เอกสารที่เผยแพร่เมื่อวันอาทิตย์ระบุว่า ผู้หญิงจะสามารถศึกษาในมหาวิทยาลัยได้ตราบที่ชั้นเรียนแบ่งแยกชาย-หญิง หรืออย่างน้อยมีม่านกั้น และนักศึกษาหญิงต้องสวมชุดคลุมยาวและคลุมหน้าหรือชุดนิกอบ ซึ่งต่างจากชุดบูร์กาที่ปิดหมดตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าแบบระบอบก่อน.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"