จีน-สหรัฐลั่นไกเปิดฉาก 'สงครามการค้า'


เพิ่มเพื่อน    

สงครามการค้าระหว่างเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับหนึ่งและสองของโลกเปิดฉากอย่างเป็นทางการแล้วในวันศุกร์ สหรัฐเริ่มเก็บภาษีศุลกากรสินค้าส่งออกของจีน 25% มูลค่า 34,000 ล้านดอลลาร์ ทำให้จีนตอบโต้ในแบบเดียวกันโดยกล่าวหาสหรัฐเป็นฝ่ายเริ่ม "สงครามการค้าครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ"

ตู้สินค้าถูกเคลื่อนย้ายที่ท่าเรือเมืองชิงเต่า มณฑลชานตงทางภาคตะวันออกของจีน / AFP

    มาตรการจัดเก็บภาษีศุลกากรสินค้าของจีน 25% เริ่มมีผลบังคับใช้ในเวลาหลังเที่ยงคืนของวันพฤหัสบดีที่ 5 กรกฎาคม ตามเวลากรุงวอชิงตัน หรือตรงกับหลังเที่ยงวันของวันศุกร์ที่ 6 กรกฎาคม ตามเวลาของกรุงปักกิ่ง โดยสหรัฐขึ้นภาษีสินค้านำเข้าของจีนหลายชนิดตั้งแต่เครื่องจักรกล, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และไฮเทค รวมถึงยานยนต์, ฮาร์ดไดรฟ์คอมพิวเตอร์ และไฟแอลอีดี

    ขณะที่สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนอ้างคำแถลงของกระทรวงการต่างประเทศจีนว่า มาตรการตอบโต้ของจีนก็เริ่มมีผลในทันทีเช่นกัน ด้วยการจัดเก็บภาษีศุลกากรสินค้าสหรัฐ 545 รายการในอัตราเท่ากัน 25% มูลค่า 34,000 ล้านดอลลาร์

    "ภายหลังสหรัฐเริ่มบังคับใช้มาตรการทางภาษีศุลกากรต่อจีน มาตรการของจีนต่อสหรัฐก็เริ่มมีผลบังคับใช้ในทันที" หลู่กัง โฆษกกระทรวงกล่าว พร้อมกับโจมตีสหรัฐว่าเป็นฝ่ายเริ่ม "สงครามการค้าครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ"

    นักเศรษฐศาสตร์หลายคนเตือนไว้ว่า ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสองชาติที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 1 และ 2 ของโลก หากบานปลายก็จะหยุดยั้งการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก และกระทบหัวใจของระบบการค้าโลกที่จะสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก

ถุงมันฝรั่งผลิตจากสหรัฐ วางขายในซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งที่กรุงปักกิ่งของจีน / AFP

    รัฐบาลสหรัฐของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งกล่าวประณามจีนมานานหลายปีว่าปฏิบัติทางการค้าอย่างไม่ยุติธรรมต่อสหรัฐ ตัดสินใจบังคับใช้มาตรการจัดเก็บภาษีในครั้งนี้ถึงแม้ว่าจะมีความพยายามเจรจาต่อรองกันมานานหลายเดือน และทรัมป์ยังขู่ไว้ก่อนที่มาตรการนี้จะมีผลบังคับใช้ด้วยว่า หากจีนตอบโต้เขาก็จะตอบโต้กลับด้วยการขึ้นภาษีสินค้าจีนในมูลค่ามากถึง 450,000 ล้านดอลลาร์

    เมื่อปีที่แล้วสหรัฐขาดดุลการค้าต่อจีนสูงถึง 375,200 ล้านดอลลาร์ ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐพากันกล่าวหาจีนว่าครอบครองอุตสาหกรรมเกิดใหม่ด้วยการขโมย "เพชรยอดมงกุฎ" ขององค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีของคนอเมริกัน ผ่านการขโมยทางไซเบอร์, การบังคับให้ถ่ายโอนทรัพย์สินทางปัญญา และการเข้าซื้อกิจการโดยมีรัฐเป็นผู้อุปถัมภ์

    แม้จะมีคำเตือนถึงผลกระทบของสงครามการค้าครั้งนี้ต่อเศรษฐกิจสหรัฐเอง แต่ทรัมป์เชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐ ขณะที่จีนก็เชื่อเช่นกันว่าเศรษฐกิจของจีนซึ่งเน้นอุปสงค์ในประเทศและลดการพึ่งพาการส่งออก ก็จะต่อสู้ในสงครามการค้ากับสหรัฐได้เช่นกัน.

 


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"