คู่หมั้น 'คาช็อกกี' จวก 'ทรัมป์' เห็นแก่เงิน ช่วยปกปิดซาอุฯ


เพิ่มเพื่อน    

ฮาทิซ เชนกิซ คู่หมั้นชาวตุรกีของจามัล คาช็อกกี กล่าวโจมตีท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ยอมให้ซาอุฯ ปกปิดการฆาตกรรมเพราะเห็นแก่ประโยชน์จากการขายอาวุธ

แฟ้มภาพ ฮาทิซ เชนกิซ (ซ้าย) คู่หมั้นชาวตุรกี ของจามัล คาช็อกกี รออยู่ด้านนอกสถานกงสุลซาอุดีอาระเบียประจำอิสตันบูล พร้อมกับเพื่อนๆ เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2561 / AFP

    คาช็อกกี คอลัมนิสต์ของวอชิงตันโพสต์วัย 59 ปีที่มักวิจารณ์เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย จนต้องหลบหนีไปใช้ชีวิตที่สหรัฐเมื่อปีที่แล้ว เข้าไปภายในสถานกงสุลแห่งนี้เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2561 เพื่อขอเอกสารสำหรับการแต่งงานกับเชนกิซ แต่เขาไม่กลับออกมาอีกเลย ทางการซาอุฯ ยืนกรานไม่รู้เห็นในตอนแรก แต่สุดท้ายก็ยอมรับว่าคาช็อกกีโดนฆ่าตายแล้ว

    เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 29 ตุลาคม เชนกิซกล่าวกลางงานรำลึกที่กรุงลอนดอนว่า เธอผิดหวังอย่างยิ่งกับจุดยืนของผู้นำหลายประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้นำสหรัฐ

    "ประธานาธิบดีทรัมป์ควรช่วยเปิดโปงความจริงและรับประกันว่าจะบังเกิดความยุติธรรม เขาไม่ควรยอมให้มีการปกปิดการฆาตกรรมคู่หมั้นของดิฉัน อย่าปล่อยให้เงินสร้างความแปดเปื้อนมโนธรรมของเราและอะลุ้มอล่วยค่านิยมของเรา" เธอกล่าว และว่าเธอเชื่อว่ารัฐบาลซาอุฯ รู้ว่าศพของคาช็อกกีอยู่ที่ใด  และขอให้นำตัวอาชญากรชั่วร้ายและนายใหญ่ฝ่ายการเมืองที่ขี้ขลาดของพวกนี้มาดำเนินคดี

    ท่าทีของผู้นำสหรัฐต่อคดีนี้สับสนปนเป ทั้งกล่าวปกป้องและวิจารณ์รัฐบาลซาอุฯ แม้เขาจะเคยระบุว่าผู้นำซาอุฯ คือผู้ที่ต้องรับผิดชอบสูงสุดต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ทรัมป์ก็ประกาศชัดเจนว่า เขาไม่ต้องการให้เรื่องนี้ส่งผลกระทบถึงคำสั่งซื้ออาวุธมูลค่ามหาศาลถึง 110,000 ล้านดอลลาร์ของซาอุฯ ที่จะช่วยสนับสนุนการจ้างงานในสหรัฐได้ถึง 500,000 ตำแหน่ง แม้ผู้เชี่ยวชาญหลายคนกล่าวว่าทรัมป์ประโคมตัวเลขนี้เกินความจริง

    เอเอฟพีรายงานด้วยว่า เมื่อวันอังคาร เชค ซาอุด อัลโมเจบ อัยการสูงสุดของซาอุฯ ซึ่งเคยยอมรับว่าการสังหารครั้งนี้เป็นการไตร่ตรองไว้ก่อน ได้เดินทางเข้าไปในสถานกงสุลซาอุฯ ประจำนครอิสตันบูล ช่วงเช้าวันเดียวกัน โมเจบได้พบกับเออร์ฟาน ฟีดาน อัยการสูงสุดของอิสตันบูลอีกครั้ง หลังจากพบกันแล้วเมื่อวันจันทร์

    สถานีทีอาร์ทีของตุรกีรายงานว่า โมเจบร้องขอให้ตุรกีมอบผลการสอบสวนทั้งหมด รวมถึงภาพและเทปบันทึกเสียง แต่ตุรกีปฏิเสธคำขอนี้ ทั้งยังเรียกร้องให้ซาอุฯ เปิดเผยด้วยว่าศพของคาช็อกกีอยู่ที่ใด.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.