มอบตัวแล้ว! นายทุนเกาะจิกรีสอร์ท อ้างเช่าต่อปี 54 ไม่รู้ผิดกฎหมาย


   

7 พ.ย.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการดำเนินการคดีเกาะจิกรีอร์ท นายเฉลิมพล แซ่แต้ อายุ 28 ปีบ้านเลขที่ 2/1 หมู่ 1 ต.บางชัน อ.ขลุง จ.จันทบุรี ได้เดินทางเข้าพบนายพงษ์พัฒน์ วงษ์ตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี โดยยอมรับว่า เป็นผู้เช่าสัญญาดำเนินธุรกิจแทนนายณรงค์ หงษ์บิน ซึ่งทางรองผู้ว่าฯจันทบุรีได้ให้ทางเจ้าท่าฯจันทบุรี และนายภุชงค์ สฤษฎีชัยกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 จ.ระยอง (สบทช.1) พูดคุยในเรื่องที่มาที่ไปของการเข้ามาดำเนินธุรกิจ

นายเฉลิมพงษ์ บอกว่า รู้สึกตกใจที่มีเจ้าหน้าที่มาทำการตรวจสอบและประกาศห้ามดำเนินกิจการเหตุเพราะมีการบุกรุกทั้งพื้นที่บนบกและทะเล ซึ่งตนเองไม่ได้เป็นเจ้าของ แต่มาเช่าต่อในปี 2554 ซึ่งไม่รู้ว่าทำผิดกฏหมาย อย่างไรก็ตามก็ยอมรับผิดที่ไม่ได้มีการตรวจสอบมาก่อน ส่วนเรื่องนักท่องเที่ยวที่จองห้องพักและจ่ายเงินมาแล้วพร้อมจะคืนให้กับทุกคน

จากนั้น นายพงษ์พัฒน์ วงษ์ตระกูล , ทสจ.จันทบุรี , เจ้าท่าฯจันทบุรี และผู้อำนวยการ สบทช.1 ได้ร่วมปิดประกาศแจ้งผลการพิจารณายื่นการปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ ตามคำสั่ง คสช.ที่ 32/2560 และคำสั่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำ โดยมีนายเฉลิมพล แซ่แต้ ร่วมอยู่ด้วย

นายพงษ์พัฒน์ กล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นไปตามคำสั่งของผู้ว่าราชการจ.จันทบุรีที่มีการพิจารณาร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องหลังจากที่ได้มีการตรวจสอบรีสอร์ทแห่งนี้เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาและมีการประชุมหารือในรายละเอียดเมื่อวันที่ 6 พ.ย.ท และสรุปว่า รีสอร์ทแห่งนี้มีความผิดแยกเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนแรกในพื้นที่บนฝั่ง ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ที่มีโฉนดที่ดินเลขที่ 20290 จำนวน 97 ตารางวา พบมีการปลูกสร้างที่พัก ห้องอาหาร และตัาอาคาร พบ มีการก่อสร้างห้องพัก 3 หลังจำนวน 6 ห้องนอน ที่ปลูกสร้างเกินไป 3 งาน เสียหายเป็นมูลค่า 51,000 บาท ซึ่งอยู่ในเขตป่าไม้ จึงจะดำเนินคดีกับผู้บุกรุก ตามพ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484

อีกสวนหนึ่งคือ ห้องพักในทะเล ได้มีการปลูกสร้างผิดตามพ.ร.บ.การเดินเรือ จำนวน 11 ห้อง ใช้งาน 10 ห้อง ซึ่งไม่ได้มีการขออนุญาตตามคำสั่ง คสช.ที่ 32/2560 จึงได้สั่งให้ทำการรื้อถอนภายใน 90 วัน หากดำเนินการก็จะไม่ผิด แต่จะผิดในกฏหมายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ จะเอาผิดกับเจ้าของรีสอร์ทและผู้เช่าต่ออีกด้วย

นายพงษ์พัฒน์ กล่าวว่า ในส่วนของผู้เช่าและผู้บุกรุกจะต้องถูกดำเนินคดีโดยให้ทางผกก.ขลุงทำการสอบสวนเอาผิดและสอบสวนหาผู้กระทำความผิดเพิ่มเติม หากพบก็จะเเจ้งข้อกล่าวหา ขณะที่ผู้จองห้องพักมาได้ขอให้ผู้เช่าได้ดำเนินการคืนเงินให้ไปเพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาเพิ่ม และทางจังหวัดจะประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้มาท่องเที่ยวเกาะจิก แต่สามารถไปพักยังโฮมสเตย์หรือที่พักอื่นๆได้

"ส่วนของภาพรวมการบุกรุกทะเลจันทบุรีนั้น ยอมรับว่ามี แต่ทางราชการได้ดำเนินการตรวจสอบและยึดคืนมาแล้วกว่า 1 พันไร่ในระยะ 1-2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งต่อไปหากประชาชนแจ้งเบาะแสก็พร้อมเข้าไปดำเนินการ หากจะให้กระทำทั้งหมด ชาวบ้านจะเดือนร้อน แต่จะเน้นในรายของผู้ประกอบการมากกว่า"รองผู้ว่าฯจันทบุรี กล่าว


ก็ ๑๐ ปีแล้ว......... นึกย้อนทีไร บาดแผลอัปยศเมื่อครั้งไทยเป็น "ประธานอาเซียน" เมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๒ ปวดแปลบทีนั้น! ยิ่งเห็นประเทศไทย โดย "พลเอกประยุทธ์" ในฐานะนายกฯ รับมอบตำแหน่ง "ประธานอาเซียน" ต่อจาก "นายลีเซียนลุง" นายกฯ สิงคโปร์ เมื่อ ๑๕ พ.ย.๖๑

ไม่มีอะไรที่"ทำแล้ว"คนไม่ต้าน
จาก 'มิ่งขวัญ' ถึงคน 'หน้านิ่ง'
'ดูเขา-ดูเรา' ประชาธิปไตยใบสั่ง
ถ้าราบรื่นก็ผิดวิสัยราชการ?
เลือกตั้ง 'ฉบับนอกรัฐธรรมนูญ'
'ชอบแบบไหน' เลือกไปเลย