ตะครุบตัวแก๊งลักลอบขนไม้พะยูง ขณะลำเลียงส่งชายแดนกัมพูชา


   

8 พ.ย.61 - เมื่อเวลา 06.00 น. พ.ต.ต.ธียาฌพัตท์ รังสิพรามณกุล สารวัตรตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจันทบุรี ได้นำกำลังตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจันทบุรี ตำรวจท่องเที่ยว ส.ทท.5 กก.2 บก.ทท.1 บช.ทท.ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 11 ฝ่ายปกครองจังหวัดจันทบุรี อาสารักษาดินแดนจังหวัดจันทบุรี วางกำลังไล่ล่าติดตามรถต้องสงสัยที่บรรทุกสัปปะรดที่ขับออกมาจากพื้นที่อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี มุ่งหน้ามาตามถนนสายจันทบุรี-สระแก้ว โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจันทบุรี ได้รับรายงานจากสายว่า จะมีการขนไม้พะยูงส่งขายชายแดนกัมพูชา ด้านจังหวัดสระแก้ว

จากการซุ่มสังเกตการณ์ พบรถกระบะ นิสสัน นาวาร่า สีส้ม หมายเลขทะเบียน กบ 2568 จันทบุรี ขับนำมาเพื่อเคลียร์เส้นทาง และมีรถกระบะ นิสสัน สีเทา หมายเลขทะเบียน 2 ฒง 4176 กรุงเทพมหานคร บรรทุกสิ่งของมีผ้าใบปิดบังมิชิดขับตามมาในระยะห่างกัน เจ้าหน้าที่ฯได้ติดตามจนมาถึงด่านเขาเกลือจึงแสดงตัวเข้าจับกุม พร้อมประสานทหารค่ายตากสิน และเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำด่านร่วมปิดล้อมจับกุม

จากการตรวจค้นรถกระ นิสสัน พบชายจำนวน 3 คน ทราบชื่อต่อมา คือ MR.SAMBAT TUM อายุ 37 ปี สัญชาติกัมพูชา เป็นเจ้าหน้าที่กัมพูชาทำหน้าที่เป็นคนขับรถ นายอิทธิโชติ เชิดชู อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 87 หมู่ที่ 5 ตำบลตะกาดเง้า อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี เป็นผู้ติดต่อหาไม้ในพื้นที่ และนายพงศกรณ์ กิจขาว อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 17 หมู่ที่ 4 ตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี อดีตกำนันในพื้นที่อำเภอท่าใหม่

และได้ตรวจค้นรถกระบะที่บรรทุกสัปปะรด พบ นายพรพรหม พวงสุวรรณ อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 108/18 ถนนจันทคามวิถี ตำบลตลาด อำเภอเมืองจันทบุรี และ น.ส.สุพรรณี กิมศรี อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 108/18 ถนนจันทคามวิถี ตำบลตลาด อำเภอเมืองจันทบุรี เมื่อรื้อกองสัปปะรดออกพบมีไม้พะยูงจำนวน 42 ท่อน ถูกทับด้วยสัปปะรด เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางมาสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรโป่งน้ำร้อน โดยผู้ต้องหาทั้ง 3 คนที่มาในรถกระบะ นิสสัน นาวาร่า สีส้ม หมายเลขทะเบียน กบ 2568 จันทบุรี ยอมรับสารภาพว่าได้นำไม้มาจากพื้นที่อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี และอำเภอเขาชะเมา จังหวัดระยอง

ส่วนผู้ต้องหารถกระบะ นิสสัน สีเทา หมายเลขทะเบียน 2 ฒง 4176 กรุงเทพมหานคร ที่เป็นสามีภรรยากันยอมรับสารภาพว่าตนเองมีหน้าที่แค่มารับจ้างขับรถให้เท่านั้น โดยผู้ต้องหาจะให้ค่าจ่าง 10,000 บาท และจะรับเงินเมื่อนำสิ่งของส่งถึงชายแดนเข้าเขตพื้นที่ประเทศกัมพูชา ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรโป่งน้ำดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ถ้ามีการจัดอันดับ "ข่าวน่ารังเกียจแห่งปี"ผมโหวตให้ ข่าว............"นายกสภามหาวิทยาลัย, กรรมการสภามหาวิทยาลัย"  ที่พยายามทำตัว "เหนือการตรวจสอบ" ตามกฎหมาย ป.ป.ช.ครองอันดับ ๑!

จาก 'มิ่งขวัญ' ถึงคน 'หน้านิ่ง'
'ดูเขา-ดูเรา' ประชาธิปไตยใบสั่ง
ถ้าราบรื่นก็ผิดวิสัยราชการ?
เลือกตั้ง 'ฉบับนอกรัฐธรรมนูญ'
'ชอบแบบไหน' เลือกไปเลย
"เลือกตั้ง" มีอะไรมากกว่าที่คิด?