'ทรัมป์' ปลดรองที่ปรึกษาความมั่นคงตามใบสั่ง 'เมลาเนีย'


   

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มการปรับคณะรัฐมนตรีตามความคาดหมายเมื่อวันพุธ เหยื่อรายแรกคือ "มิรา ริคาร์เดล" รองที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ ที่สตรีหมายเลขหนึ่งไม่ชอบขี้หน้า เชื่อหัวหน้าคณะทำงานของทำเนียบขาวและรัฐมนตรีความมั่นคงแห่งมาตุภูมิเป็นคิวถัดไป

แฟ้มภาพ เมลาเนีย และโดนัลด์ ทรัมป์ ชมพิธีสวนสนามเนื่องในโอกาสครบ 100 ปีการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่ประตูชัยในกรุงปารีสของฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / AFP

นางเมลาเนีย ทรัมป์ สตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐ ออกแถลงการณ์ผ่านโฆษกของเธอเมื่อวันอังคาร เรียกร้องอย่างอึกทึกครึกโครมให้ประธานาธิบดีผู้สามีของนางปลดรองที่ปรึกษาหญิงรายนี้ โดยอ้างเหตุผลว่าริคาร์เดลไม่สมควรได้รับเกียรติให้ทำงานในทำเนียบขาวอีกต่อไป

สื่อสหรัฐรายงานกันว่า นางทรัมป์ไม่พอใจริคาร์เดลส่วนหนึ่งเพราะการโต้เถียงกันเรื่องการจัดที่นั่งบนเครื่องบินระหว่างที่ภริยาประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางเยือนแอฟริกาแบบลุยเดี่ยวครั้งแรกเมื่อเดือนที่แล้ว นอกจากนี้ทีมงานของนางทรัมป์ยังเชื่อด้วยว่า ริคาร์เดลเป็นต้นตอข่าวแง่ลบของนางทรัมป์

เอเอฟพีรายงานว่า ในวันพุธ ซาราห์ แซนเดอร์ส โฆษกทำเนียบขาว แถลงยืนยันว่า ริคาร์เดลถูกปลดพ้นจากตำแหน่งรองที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงของทำเนียบขาวแล้ว โดยเธอถูกโยกไปรับหน้าที่ใหม่ภายในรัฐบาลชุดนี้

เดอะเดลีคอลเลอร์ เว็บไซต์ของฝ่ายขวา อ้างคำพูดของทรัมป์ด้วยว่า จะมีการปรับคณะรัฐมนตรีเพิ่มเติมตามมาอีก "มีคนอีกมากอยากเข้ามา นักการเมืองที่ประสบความสำเร็จมากๆ ในหน้าที่การงานจำนวนมากอยากเข้ามา" ทรัมป์คุย

สื่อสหรัฐคาดเดากันว่า บุคคลที่จะโดนทรัมป์ปรับออกนั้นรวมถึงจอห์น เคลลี หัวหน้าที่คณะทำงานประจำทำเนียบขาว โดยว่ากันว่าอดีตนายพลแห่งกองกำลังนาวิกโยธินผู้นี้ทำให้นางทรัมป์โกรธ เพราะเขาปฏิเสธการเลื่อนตำแหน่งคนของนาง

เคลลีเป็นพันธมิตรสำคัญของริคาร์เดล และมักถูกกล่าวถึงว่าเป็น "ผู้ใหญ่" ในรัฐบาลที่เต็มไปด้วยเรื่องวุ่นวายของทรัมป์ คาดกันว่านิค อายเยอร์ส หัวหน้าคณะทำงานของรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ วัยเพียง 36 ปี อาจมารับตำแหน่งนี้แทน

อีกคนที่อยู่ในข่ายโดนปลดคือคริสเตน นีลเซน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ที่ทรัมป์กล่าวว่าเขาจะตัดสินใจเกี่ยวกับกระทรวงนี้ในอีกไม่ช้า นีลเซนโดนทรัมป์และเจ้าหน้าที่ระดับสูงวิจารณ์เรื่องการรับมือปัญหาผู้อพยพเข้าเมืองจากอเมริกากลางที่มาจ่อชายแดนเม็กซิโกแล้ว.


กระสุนที่ "เจาะทะลุบาตร" และ "องค์พระปฏิมา" ที่สุไหงปาดี นราธิวาสเมื่อคืนวันศุกร์ ๑๘ มกราคม ๒๕๖๒ ไม่ได้ทะลุหายไปไหน.....หากแต่มันฝังอยู่ในหัวใจคนไทยพุทธ ซึ่งไม่เพียงเฉพาะที่ ๓ จังหวัดใต้

'๓ จังหวัดใต้' ไทยจะทิ้งกันหรือ?
"บิ๊กป้อม" ใครว่าปัญญาอ่อน?
'เมื่อมลพิษเปื้อนกรุงเทพฯ'
เหตุใด 'ยิ่งเลวกลับยิ่งดัง'?
ยุทธการ 'พิษล้างพิษ' ถิ่นเหนือ
เมื่อ 'ดร.เอนก' ว่ายหาฝั่ง