ซีเอฟโอหัวเว่ยยื่นศาลขอประกันตัว อ้างปัญหาสุขภาพเป็นความดันสูง


เพิ่มเพื่อน    

"เมิ่ง วั่นโจว" ซีเอฟโอหัวเว่ย ยื่นคำขอประกันตัวต่อศาลแคนาดาเมื่อวันจันทร์ โดยอ้างปัญหาสุขภาพจากอาการความดันโลหิตสูง ขณะรัฐบาลจีนยังโกรธแค้น เรียกทูตสหรัฐประจำจีนเข้าพบเมื่อวันอาทิตย์ กดดันให้ยกเลิกคำขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ทั้งประณามแคนาดาปฏิบัติต่อเมิ่งอย่าง "ไร้มนุษยธรรม"

แฟ้มภาพ ประชาชนยืนรอด้านหน้าศาลระหว่างรอการพิจารณาคำร้องขอประกันตัวของเมิ่ง วั่นโจว เมื่อวันศุกร์ที่ 7 ธันวาคม 2561 / AFP

    เมิ่ง วั่นโจว หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (ซีเอฟโอ) ของหัวเว่ย เป็นบุตรีของเหริน เจิ้นเฟย ผู้ก่อตั้งบริษัท เธอโดนเจ้าหน้าที่แคนาดาจับกุมที่สนามบินระหว่างรอเปลี่ยนเครื่องที่เมืองแวนคูเวอร์เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2561 การจับกุมผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีนแห่งนี้ทำให้รัฐบาลจีนโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ และสร้างความผันผวนต่อตลาดทุน ทั้งยังเพิ่มความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและจีน ที่เพิ่งประกาศสงบศึกในวันเดียวกันนั้น ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่อาร์เจนตินา

    ศาลแคนาดาเลื่อนนัดการไต่สวนเพื่อยื่นขอประกันตัวเมื่อวันศุกร์เป็นวันจันทร์ เมิ่งถูกสหรัฐตั้งข้อหาฉ้อโกงที่เกี่ยวโยงกับการทำข้อตกลงทางธุรกิจของหัวเว่ยกับอิหร่านโดยละเมิดมาตรการคว่ำบาตร และขอให้แคนาดาส่งตัวเธอเป็นผู้ร้ายข้ามแดน

    ในคำให้การแบบลายลักษณ์อักษรความยาว 55 หน้า เมิ่งอ้างเหตุผลเพื่อขอประกันตัวว่า เธอมีปัญหาความดันโลหิตสูงขั้นรุนแรงมานานหลายปี และได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลแคนาดานับแต่ถูกจับกุม เธอยังคงรู้สึกไม่สบาย และกังวลว่าสุขภาพจะแย่ลงเมื่อถูกคุมขังไว้

    ผู้บริหารวัย 46 ปีกล่าวด้วยว่า เธอมีปัญหาสุขภาพรุมเร้ามาโดยตลอด ซึ่งรวมถึงการเข้ารับผ่าตัดรักษามะเร็งต่อมไทรอยด์เมื่อปี 2554 เธอประสงค์จะอยู่ที่แวนคูเวอร์ต่อไปเพื่อต่อสู้คดีส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน และจะต่อสู้คำกล่าวหาในศาลสหรัฐ หากเธอถูกส่งตัวไปที่นั่น

    ในการไต่สวน อัยการแคนาดาร้องต่อศาลขอให้ปฏิเสธการประกันตัวเมิ่ง โดยกล่าวว่าเธอถูกกล่าวหาว่าสมรู้ร่วมคิดเพื่อฉ้อโกงสถาบันการเงินหลายแห่ง ซึ่งมีโทษจำคุกมากกว่า 30 ปี

    รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า กระบวนการพิจารณาคดีส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนนั้นอาจใช้เวลาหลายเดือนหรือแรมปี หากจำเลยยื่นอุทธรณ์

    เมิ่งกล่าวด้วยว่า เธอเคยใช้ชีวิตอยู่ที่แคนาดามาตั้งแต่ 15 ปีที่แล้ว เธอและสามีมีอสังหาริมทรัพย์หลายหลังในเมืองนี้ เธอยังเคยได้รับสิทธิผู้พำนักอาศัยถาวรที่แคนาดาด้วย แต่เธอสละสิทธิ์แล้ว

    ก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์กล่าวกันว่า การจับกุมเธออาจถูกใช้เป็นเบี้ยต่อรองการเจรจาการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ แต่โรเบิร์ต ไลธีเซอร์ ผู้แทนการค้าของสหรัฐ ปฏิเสธเรื่องนี้ โดยยืนยันว่ากรณีของผู้บริหารหัวเว่ยไม่ส่งผลต่อการเจรจาทางการค้า ซึ่งขีดเส้นตายไว้ให้บรรลุข้อตกลงกันภายในวันที่ 1 มีนาคม

ตำรวจจีนเฝ้าด้านนอกสถานทูตแคนาดาในกรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2561 / AFP

    จีนเรียกร้องให้แคนาดาปล่อยตัวเมิ่งโดยทันทีนับแต่รู้ว่าเธอถูกจับกุม แต่นายกฯ จัสติน ทรูโด ของแคนาดา อ้างว่าการจับกุมเธอเป็นเรื่องของฝ่ายตุลาการซึ่งเป็นอิสระ และฝ่ายการเมืองไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เมื่อวันเสาร์ เล่อ อวี้เฉิง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน ได้เรียกจอห์น แม็กคัลลัม เอกอัครราชทูตแคนาดา เข้าพบและเตือนว่าแคนาดาจะเผชิญกับ "ผลลัพธ์ร้ายแรง" หากไม่ปล่อยตัวเธอทันที

    ต่อมาในวันอาทิตย์ เล่อได้เรียกเทอร์รี แบรนสตัด เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศจีน เข้าพบเพื่อแสดงความไม่พอใจ และเรียกร้องให้สหรัฐถอนหมายจับเธอทันที

    หลู่ กัง โฆษกกระทรวง แถลงเมื่อวันจันทร์ โดยอ้างรายงานข่าวของสื่อทางการจีนที่ว่าแคนาดาไม่ได้ดูแลรักษาสุขภาพของเมิ่งตามความจำเป็น และตำหนิแคนาดาว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนและปฏิบัติต่อเธออย่างไร้มนุษยธรรม.


เอาละครับ..... นับจากวันนี้ (๘ ส.ค.๖๓) เป็นต้นไป ถึงสิ้นปี และมีความเป็นไปได้ ที่จะติดพันไปถึงต้นปีหน้า

"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ
'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'