เพื่อไทย นโยบายตอบโจทย์คนรุ่นใหม่


เพิ่มเพื่อน    

       เป็นอีกหนึ่งคนรุ่นใหม่ สายเลือดใหม่พรรคเพื่อไทย ท็อป-พลนชชา จักรเพ็ชร ในวัยเพียง 24 ปี แต่ดีกรีไม่ธรรมดา passion เต็มเปี่ยม ได้มาบอกเล่าถึงแนวคิด วิธีการผ่านบทบาทการทำงานในพรรคเพื่อไทย ที่หวังเป็นอย่างยิ่งจะทำให้ประเทศชาติ สังคม ผู้คน เปลี่ยนแปลงด้วยนโยบาย

        ท็อปเกริ่นนำ เริ่มสนใจการเมืองตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตอนนั้นก็ได้ทำกิจกรรมของมหาวิทยาลัย เมื่อจบแล้วไปทำงานการเมืองหลายสถานที่ ทั้งสถานทูตไทย กรุงวอชิงตันดีซี ทำธุรกิจส่วนตัว ทำร้านอาหาร ทำอะไรมาหลากหลาย

        จากนั้นไปเรียนปริญญาโท มหาวิทยาลัยลอนดอน ด้านเศรษฐศาสตร์การเมือง ตอนนั้นยังทำวิทยานิพนธ์ ประชานิยมคือทางออกหรือทางตันของประเทศ ต่อมาสมัครเข้ามาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยเมื่อช่วงปี 2017 ตอนนี้ได้ทำงานร่วมกับท่านเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (นายภูมิธรรม เวชยชัย) ทำงานที่สำนักเลขาธิการพรรค

        เหตุที่มาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย ในวันที่ตัดสินใจตอนนั้น ยังไม่มีพรรคการเมืองเยอะขนาดนั้น ยังไม่มีอนาคตใหม่ เสรีรวมไทย แต่พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่สอดคล้องกับอุดมการณ์เรามากที่สุด อยู่ฝ่ายประชาธิปไตย คงไม่มีพรรคไหนเหมาะกว่า เลยตัดสินใจมาร่วมกับพรรคเพื่อไทย

        ผมมาจากพื้นฐานครอบครัวนักธุรกิจ ได้เห็นนโยบายที่จับต้องได้ ที่สามารถทำให้ทั้งธุรกิจเติบโต พนักงานในบริษัทได้รับสวัสดิการที่ดี เห็นว่านโยบายมันกินได้จริงๆ เลยตัดสินใจมาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย ตอนนี้ได้มาดูงานนโยบาย ช่วยเหลือสนับสนุนทางด้านวิชาการ ประสานองค์กรระหว่างประเทศ ประสานสถานทูต ประสานนักข่าวต่างประเทศ ผมก็เคยมาฝึกงานกับพรรคเพื่อไทย เมื่อ 7 ปีที่แล้ว อายุประมาณ 17 ปี มาฝึกงานกับท่านนพดล ปัทมะ ดูแลเรื่องการสื่อสาร เว็บพรรค เฟซบุ๊กพรรค

         ตั้งแต่เด็กจนโต ไม่มีเวลาว่างเลย ไปทำงาน ไปทำโน่นนี่ตลอด ผมตั้งใจจะทำงานการเมืองมาตลอด ในเมื่อมองเห็นปัญหา ประเทศต้องการความเปลี่ยนแปลง ถ้าเรามาช้ากว่านี้ ไม่รู้ว่าทันหรือไม่ เลยต้องมาทำตอนนี้กลัวจะสายเกินไป อย่างน้อยที่สุด หากมองย้อนกลับมาระหว่างประเทศก้ำกึ่งเผด็จการกับประชาธิปไตย เราได้มาทำงานเต็มที่กับฝ่ายประชาธิปไตย เราจะไม่เสียดายโอกาส

อนาคตการเมืองกับโอกาสที่จะได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง

        รอบหน้าจะได้ลงหรือไม่ ก็แล้วแต่ทางผู้ใหญ่ในพรรคจะพิจารณา เพราะถ้าเลือกตั้งกุมภาพันธ์ 2562 อายุผมขาดไป 1 เดือน ถ้าเลือกมีนาคมก็ยังขาดไปอีก 9 วัน เพราะผมเกิดเดือนเมษายน ตอนนี้อายุ 24 ปีกว่า เราฝ่ายประชาธิปไตยอยากให้มีการเลือกตั้ง ให้มีการเปลี่ยนแปลง ประเทศต้องการประชาธิปไตย แต่ไม่ว่าจะได้ลงหรือไม่ลง ไม่ใช่ปัญหาสำหรับผม เมื่อไหร่ก็ได้ไม่มีปัญหา แต่เราก็มีความมุ่งมั่น มีความตั้งใจอยากเป็นผู้แทน ก็ต้องดูตามสถานการณ์ ผู้ใหญ่ในพรรคจะพิจารณาอย่างไร

นโยบายที่จะผลักดันกลุ่มผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนครั้งแรก

        ผมเป็นเลขานุการคณะกรรมการนโยบายคนรุ่นใหม่ รับผิดชอบร่วมกับ ดร.เผ่าภูมิ (โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย) เรามีนโยบายเตรียมนำเสนอกับกลุ่มผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนออกเสียงครั้งแรก ที่พอเปิดเผยได้คร่าวๆ คือ เราไปทำโพล วิจัยมา ปัญหาคนรุ่นใหม่ โดยกฎเกณฑ์ กฎระเบียบในการทำการค้า ยังเป็นปัญหา พอไปทำวิจัยเราก็ได้ตัวเลขมา อย่างในคนรุ่นใหม่ รุ่นผมจะไม่ยึดตามอารมณ์ โดยใช้ตัวเลขเป็นตัววัดควรจะทำไปในทิศทางใด

         อย่างประชาธิปไตย โพลที่ออกมา ประชาธิปไตยรั้งท้ายๆ เราเลยคิดว่าจะไม่ชูประชาธิปไตย แต่อัดด้วยเรื่องเศรษฐกิจ งานที่มีคุณภาพมากขึ้น การแก้ไขปัญหา การสร้างตลาดใหม่ๆ แรงงานที่ไม่ถูกเป้าหมาย การแก้ไขอัตราว่างงาน การทำงานไม่ตรงสาขาอาชีพ เป็นสิ่งที่จะเสนอไปในส่วนของคนรุ่นใหม่ จะดูแลภาษีของวัยรุ่น เราคิดว่าคนที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงาน เขามีภาระต้องแบก เรามาดูเรื่องภาษี เรื่องประกันสังคม ยังมีเรื่อง สตาร์ทอัพด้วย ว่าเราช่วยอะไรเขาได้บ้าง โดยสรุปหลักๆ คือ เรื่องเศรษฐกิจ แล้วสรุปมา 3-4 นโยบายหลักๆ

        จุดเด่นพรรคเพื่อไทย คือการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ส่วนกลุ่มผู้จะไปใช้สิทธิ์ออกเสียงครั้งแรก 7-8 ล้านเสียง คิดอย่างไร ผลก็ออกมาชัดเจน ท้ายที่สุดเขาก็สนใจเรื่องปากท้อง เลี้ยงพ่อแม่ เลี้ยงตัวเองได้ นโยบายสำหรับคนกลุ่มนี้จึงต้องเป็นเรื่องที่จับต้องได้ จบมามีงานอะไรทำ เลี้ยงตัวเอง พ่อแม่ เลี้ยงครอบครัวได้หรือไม่

        เราจึงต้องทำให้นโยบายโดน ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ไม่ใช่แค่คนรุ่นใหม่ในประเทศ แต่ต้องเป็นคนรุ่นใหม่ในระดับโลก ต้องทำอย่างไร จะจับคู่อุปสงค์ อุปทานอย่างไร นโยบายคนรุ่นใหม่ของเราก็โฟกัสเรื่องเศรษฐกิจ งานที่มีคุณภาพ ตลาดที่มีเสถียรภาพ ส่วนเรื่องไหนจะนำมาทำแคมเปญบ้าง ยังไม่ทราบ แต่เราทำและศึกษา ไปคุยทั้งนักวิชาการ เด็กมหาวิทยาลัย ไปทำวิจัย ผลออกมาก็ค่อนข้างชี้ชัด ปัญหาคนรุ่นใหม่ก็ไม่หลุดจากนี้

นโยบายคนรุ่นใหม่แตกต่างกันอย่างไรกับพรรคอนาคตใหม่

       ตราบใดเป็นพรรคฝ่ายประชาธิปไตย ทุกคนมีแนวทางเดียวกันหมด ทุกพรรคคงมีจุดประสงค์เดียวกัน คือทำให้ประเทศชาติดีขึ้น เราเป็นพรรคฝ่ายประชาธิปไตย ก็สนับสนุนทุกพรรคที่เป็นฝ่ายประชาธิปไตยอยู่แล้ว พรรคอนาคตใหม่ พรรคไทยรักษาชาติ แต่ละพรรคก็มีมุมมองในการนำเสนอ แนวความคิดอาจคล้ายๆ กัน แต่นำเสนอต่างกันออกไป เป็นเสน่ห์ทางประชาธิปไตย

        ท้ายที่สุดประชาชนจะเลือกว่า อยากได้แบบไหน พรรคเพื่อไทย ไทยรักษาชาติ อนาคตใหม่ แนวทางเราชัดเจน มีอุดมการณ์ยึดมั่นกติกาประชาธิปไตย เชื่อว่าสิทธิขั้นพื้นฐานประชาชนเป็นกุญแจสำคัญ ปลดปล่อยศักยภาพ ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ หลายสิ่งหลายอย่างที่กดทับคนไทยอยู่ เพียงแต่วิธีการนำเสนอในหลายเรื่อง เช่น เรื่องแรงงานที่เป็นปัญหา อยู่ที่ว่าใครจะนำเสนออย่างไร อนาคตใหม่อาจบอก ประชาธิปไตยต้องมาก่อน ไทยรักษาชาติอาจบอกว่าต้องใช้เทคโนโลยีมาต่อยอด ส่วนเพื่อไทย ก็ชัดเจนจุดแข็งคือการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ไม่ได้มองว่าพรรคไหนเป็นภัยต่อเพื่อไทย แต่เป็นความสวยงามตามระบอบประชาธิปไตย

 

การเลือกตั้งจะเกิดแน่นอนในปี 2562

        ประเทศถดถอย ล้าหลังมากว่า 5 ปี แม้รัฐธรรมนูญไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อพวกเรา หรือฝ่ายประชาธิปไตย แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่อำนาจจะกลับคืนสู่ประชาชน และได้ร่วมกำหนดอนาคตประเทศอีกครั้ง อยากให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ ไม่ว่าจะเลือกพรรคอะไร ฝ่ายไหน โปรดออกมาแสดงความคิดเห็น สะท้อนความต้องการของตัวเอง ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่กว่าการได้มีส่วนร่วมภายใต้ระบอบประชาธิปไตย ก็ขอให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เยอะๆ น่าจะเป็นการเลือกตั้งที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ก็ได้ เราวนเวียนประชาธิปไตย เผด็จการมาหลายรอบ ครั้งนี้จะเป็นตัวชี้วัด ทุกอย่างอยู่ที่ประชาชน  

ถ้าได้เป็น ส.ส.เรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำ

        แน่นอน คงเป็นเรื่องปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ประชาชนทุกวันนี้ขาดโอกาสหลายๆ โอกาส ทั้งเรื่องทุน กฎกติกาที่กดทับเขา ถ้าเราปลดปล่อยศักยภาพตรงนี้มาได้ สร้างงานที่มีคุณภาพ สร้างอุตสาหกรรมใหม่ๆ เราทำให้คนไทยตระหนักว่า เราไม่ได้เป็นนักธุรกิจเฉพาะของไทย แต่เป็นนักธุรกิจของโลก เป็นสิ่งที่ควรเร่งแก้ไข

        เพราะว่าถ้าฐานะความเป็นอยู่ เงินในกระเป๋าดีขึ้น ชีวิตความเป็นอยู่ของคนทุกมิติ คงจะดีขึ้นตามลำดับ เราต้องเร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ แก้ไขในที่นี้คือ ไม่ใช่เอาเงินไปแจก แต่ต้องเอางานมาแลกเงิน จะทำอย่างไรให้เกิดการจ้างงานที่มากขึ้น เก็บภาษีให้มาก เพื่อกระจายไปสู่สังคม ตรงนี้ต้องเร่งแก้ ความเหลื่อมล้ำล้วนมาจากฐานเรื่องปากท้อง ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ ซึ่งรัฐจะมีบทบาทสำคัญในการปลดล็อกตรงนี้ เพื่อทำให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น.

 

        การศึกษา โรงเรียนนานาชาติร่วมฤดี ปริญญาตรี รัฐศาสตรบัณฑิต สาขาการเมืองระหว่างประเทศ ภาคภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปริญญาโทสาขาเศรษฐศาสตร์การเมือง เกียรตินิยมอันดับ 2 SOAS มหาวิทยาลัยลอนดอน สหราชอาณาจักร เคยทำหัวข้อวิทยานิพนธ์ : ความท้าทายในการลดความยากจนและความเหลื่อมล้ำในประเทศไทย

ประสบการณ์การทำงาน

        ธนาคารกรุงเทพ กรกฎาคม-ตุลาคม 2015

        ผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลก และองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก เจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ ผู้ช่วยท่านอดีตเอกอัครราชทูตวิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ มกราคม-มิถุนายน 2015    

        สำนักงานกฎหมาย ไว้ท์ แอนด์ เคส วอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา นักวิเคราะห์นโยบายการค้า มิถุนายน-สิงหาคม 2014

        สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกา วอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา

        ฝึกงาน สำนักงานพาณิชย์ มิถุนายน-สิงหาคม 2013

พรรคเพื่อไทย      

        ผู้ช่วยอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายนพดล ปัทมะ พฤษภาคม-กันยายน 2012     

        คณะทำงานฝ่ายการเมืองและนโยบาย สำนักเลขาธิการพรรค 2017-ปัจจุบัน


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"