ขอแค่ความเป็น 'คน' เท่ากัน 'ชวธีร์ คุปตะวาทิน' พรรคมหาชน


   

        ถือเป็นมิติใหม่ทางการเมืองสำหรับการเลือกตั้ง 24 มีนาคมนี้ หลัง “พรรคมหาชน” ที่มีนายอภิรัต ศิรินาวิน เป็นหัวหน้าพรรค นำเสนอนโยบาย “เรื่องความเท่าเทียมทางเพศ” เป็นนโยบายหลัก พร้อมกับเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ที่เป็น “เพศทางเลือก” จำนวนหลายคน

        หนึ่งในนั้นคือ “เฟิสตี้” ชวธีร์ คุปตะวาทิน ผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในแวดวง “เพศทางเลือก” จากผลงานมากมายในอดีต 

        “ชวธีร์” เปิดใจถึงการตัดสินใจลงสู่สนามการเมืองครั้งนี้ว่า เนื่องจากปัจจุบันมีอายุ 25  ปี ซึ่งสามารถเข้ารับสมัคร ส.ส.ได้ตามกฎหมาย กอปรกับที่ผ่านมาได้เป็นตัวแทนของกลุ่ม LGBT ขับเคลื่อนเรื่องสิทธิทางเพศมาตลอด และโดยพื้นฐานเป็นคนที่ไม่ชอบเห็นอะไรที่ไม่เท่าเทียมกันในสังคม เวลาเห็นการล่วงละเมิดสิทธิ หรือต้องการความช่วยเหลือ กลุ่มของพวกเราจะให้ความช่วยเหลือทันที

        พอดีกับพรรคมหาชนได้หยิบยื่นโอกาสมาให้กับพวกเรา ซึ่งเป็นโอกาสที่พวกเราไม่เคยได้รับจึงคว้าไว้ ซึ่งจริงๆ เราไม่ต้องรับก็ได้ เพราะปัจจุบันด้วยอาชีพของเรามันก็พอจะซัพพอร์ตได้ดีอยู่แล้ว แต่คิดว่าถ้าเราเข้าไปอยู่ตรงนั้นได้ มันจะช่วยซัพพอร์ตกลุ่ม LGBT อีกหลายคนในประเทศ ที่ยังไม่ได้รับสิทธิอันเท่าเทียมในสังคม เราสามารถทำอะไรได้มากกว่าที่เป็นอยู่ ดังนั้นมันไม่มีอะไรเสียหายที่จะตัดสินใจลงสมัคร ส.ส.ในครั้งนี้

        “เฟิสตี้” ระบุว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีคนรุ่นใหม่เข้าสู่สนามการเมืองจำนวนมาก ดังนั้นการเข้าสู่สนามการเมืองของกลุ่ม LGBT จึงไม่ได้เป็นเรื่องแปลกอะไร อีกทั้งปัจจุบันสังคมยังเปิดใจกับเรื่องเพศทางเลือกมากขึ้นกว่าแต่ก่อน คนเริ่มมองเห็น เริ่มให้ความสนใจ การที่กลุ่ม LGBT เข้าสู่การเมืองจึงไม่แตกต่างอะไรกับกลุ่มอาชีพอื่นที่เข้ามา 

         “จริงๆ อยากให้สังคมยอมรับมากขึ้นว่า ความสามารถของกะเทยเองเป็นได้ทุกอาชีพ ไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์ที่คนมองว่าเราเป็นได้แค่นางโชว์ หรือช่างแต่งหน้า เราทำอะไรได้มากกว่านั้น แม้แต่เรื่องการเมืองเองเราก็สามารถทำได้”

        ส่วนที่มีการมองว่า การเข้าสู่การเมืองอาจเป็นการเปลืองตัวโดยใช่เหตุนั้น? “ชวธีร์” ยอมรับว่าเป็นความจริง เพราะเป็นการเข้าสู่การเมืองเสมือนดาบสองคม แต่ทุกอย่างมีทั้งข้อดี-ข้อเสีย

        "แต่ยอมรับให้ได้ก่อนว่า ถ้าจะทำตรงนี้ ต้องการจะผลักดันเรื่องสิทธิความเท่าเทียม เราต้องอยู่ในที่สว่าง และถ้ามั่นใจว่าเรามีเจตนาที่ดี ไม่ได้เบียดเบียดใคร ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร ก็ควรต้องทำ มันไม่ได้น่ากลัวอะไร"

        ผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 นนทบุรี บอกอีกด้วยว่า หากได้รับเลือกเป็น ส.ส.ต้องการเข้าไปผลักดันเรื่องสิทธิเท่าเทียมในหลายเรื่อง เพราะมีกฎหมายหลายฉบับที่ร่วมผลักดันมาเป็นสิบๆ ปี แต่ยังไม่ผ่านสภาฯ ในขณะที่ พ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์ ซึ่งคุ้มครองสุนัข แมว กลับผ่านไปก่อนแล้ว แต่ชีวิตคนอย่างเพศทางเลือกที่มีอีกเป็นล้านๆ คนในประเทศยังไม่ผ่าน

       “การไม่ได้รับความเท่าเทียมมันส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ทั้งเรื่องปากท้อง การเข้าถึงสิทธิต่างๆ ยังเข้าไม่ถึง ยกตัวอย่างอย่างเรื่องคำนำหน้าชื่อ เวลาเดินทางออกนอกประเทศ ร่างกายเราเป็นผู้หญิง แต่เวลาเขาประกาศเรียกในที่สาธารณะว่านาย มันกลายเป็นตัวตลกในสายตาคนอื่น”

       อีกจุดคือ กรณีจดทะเบียนสมรส ซึ่ง พ.ร.บ.คู่ชีวิต ยังไม่ได้ครอบคลุมในหลายๆ ข้อ แม้กฎหมายจะเข้าสภาฯ ไปแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ผ่าน อีกทั้งตัว พ.ร.บ.ดังกล่าวเองก็ยังแบ่งให้เพศทางเลือกเป็นพลเมืองชั้นสอง ไม่ได้ให้สิทธิเท่าเทียม เช่น ค่ารักษาพยาบาลกรณีแต่งงานกับข้าราชการ คนที่เป็นเพศทางเลือกจะไม่สามารถรับสิทธิได้

        “ขอยกตัวอย่างกรณีหนึ่ง มีคู่รักเป็นเลสเบี้ยน ปรากฏว่า ฝ่ายชายที่เป็นทอมเกิดประสบอุบัติเหตุ และต้องเข้ารับการผ่าตัด ฝ่ายหญิงจะเซ็นอนุมัติ แต่เซ็นไม่ได้ เพราะต้องให้ญาติเซ็นก่อน ซึ่งพ่อและแม่ฝ่ายชายอยู่ต่างจังหวัด ทำให้การผ่าตัดเป็นไปอย่างล่าช้ามาก ซึ่งปัจจุบันทอมคนดังกล่าวได้กลายเป็นเจ้าหญิงนิทราไปตลอดชีวิต เพราะการเซ็นที่ล่าช้า ดังนั้นเราต้องผลักดันเรื่องนี้”

        นอกจากสิทธิในการยินยอมรักษาพยาบาลข้างต้น “ชวธีร์” ยังกล่าวอีกว่า มีอีกหลายข้อที่เป็นข้อจำกัดของเพศทางเลือก ไม่ว่าจะเป็นสิทธิการกู้ร่วม การดำเนินคดีอาญาแทนคู่ชีวิต การเรียกร้องสินไหมทดแทนจากการขาดไร้อุปการะ การจัดการทรัพย์สิน การรับมรดก และการประกอบอาชีพ ที่บางครั้งกำหนดคุณสมบัติรับเฉพาะชาย และหญิง ซึ่งทั้งหมดนี้ต่างเป็นเรื่อง “คุณภาพชีวิต”

       “วันนี้ที่สังคมบอกว่ายอมรับพวกเรา โดยระบุว่าเป็นอะไรก็ได้ขอให้เป็นคนดี แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ แม้แต่ความเป็นคนคนหนึ่งเท่าคนอื่นเรายังไม่ได้รับเลย เราจึงคิดว่าถ้าอยากให้เท่าเทียมกัน เราต้องปูพื้นฐานสังคมให้มันเรียบเสียก่อน ให้เท่าเทียมจริงๆ ก่อน”

        อดีต “เน็ตไอดอล” ชื่อดังรายนี้ระบุว่า คาดหวังจะได้รับโอกาสไปเป็น ส.ส.เพื่อผลักดันเรื่องต่างๆ โดยปัจจุบันมีประชากรกลุ่มเพศทางเลือกประมาณ 7 ล้านคน จึงอยากจะเป็นตัวแทนของคนกลุ่มนี้เข้าไปเรียกร้องสิทธิและผลักดันเพื่อความเสมอภาค

        “อยากให้ประชาชนให้โอกาสพวกเรา พรรคมหาชนเข้ามาเพื่อทำเรื่องความเท่าเทียมจริงๆ แล้วไม่ใช่แค่เรื่องเพศอย่างเดียว แต่ทำเพื่อทุกเพศ ทุกสาขาอาชีพในสังคม ที่ยังไม่ได้รับสิทธิและความเท่าเทียมที่ควรจะได้”

        “เฟิสตี้” กล่าวทิ้งท้ายว่า หลังจากพรรคมหาชนเปิดตัว กระแสตอบรับค่อนข้างดีระดับหนึ่ง แต่อาจจะยังมีบางคนที่ยังไม่เข้าใจว่า ทำไมเราต้องออกมาเรียกร้องอะไรแบบนี้ แต่อยากชี้แจงว่า พวกเราไม่ได้เรียกร้องหรืออยากได้อะไรมากกว่าคนอื่น แค่ขอให้ได้ “เท่ากัน” ในความเป็นมนุษย์เท่านั้น.

 

ชื่อ เฟิสตี้ ชวธีร์ คุปตะวาทิน

การศึกษา : ระดับ ปวช.จากวิทยาลัยไทยบริหารธุรกิจ, กำลังศึกษาสาขาประชาสัมพันธ์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร

 

อาชีพ นางแบบ/อินฟลูเอนเซอร์

 

ประสบการณ์ : พิธีกรบันเทิงช่องไบรท์ทีวี, นางแบบ, นางแบบข้ามเพศไทยคนแรกที่ได้ถ่ายแบบลงนิตยสาร VOGUE italia (2018) และนิตสาร FAB UK(2019), ได้รับรางวัลนรสิงห์บุคคลต้นแบบ ปี 2559, รางวัล FEVER AWARD 2016 สาขาเน็ตไอดอลยอดนิยมแห่งปี


จะยุบสภา ลาออก หรืออยู่ต่อ มีให้ลุ้นกันรายวันจริงๆ การเมืองยุคนี้ จะบอกว่าอ่อนหัดก็ไม่ได้ เก๋าก็ไม่เชิง ทั้งพรรคร่วมรัฐบาล พรรคร่วมฝ่ายค้าน มันมีความเทาๆ แทรกอยู่ในทุกแง่ทุกมุม

เรือดำน้ำกับทีท่ากรรมาธิการฯ
ทหารเกณฑ์ 'เกณฑ์ไปทำไม?'
ความเมืองเรื่อง "กล้วยและไข่"
เพื่อไทย 'หลอกแก้ผ้า' น้องใหม่
'ความลับทางทหารที่จำแม่น'
พรรคร่วม 'หลวม' ในแกนนำ