"ไก่ อรพินทร์" ไม่ขอทิ้งอุดมการณ์ ร่วม "พปชร." สานงานคนกรุง


   

    สนามเลือกตั้ง กทม. เป็นอีกหนึ่งสนามใหญ่ที่หลายๆ พรรคต่างหมายมั่นปั้นมือจะช่วงชิงเก้าอี้ในเขตต่างๆ มาให้ได้ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ พื้นที่เขตดินแดงและเขตห้วยขวาง ที่รอบนี้พรรคใหม่ไฟแรงอย่าง “พรรคพลังประชารัฐ” หรือ พปชร. ส่งคนพื้นที่มากความสามารถ อย่าง “ไก่” อรพินทร์ เพชรทัต อดีตประธานสมาชิกสภาเขตดินแดง (ส.ข.) ในสังกัดพรรคเพื่อไทย ที่วันนี้ตัดสินใจย้ายค่ายมาร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตดินแดงและเขตห้วยขวาง
    ไก่ อรพินทร์ เล่าถึงเส้นทางการเมืองของตนเองว่า เราทำงานด้านการเมืองมา 19 ปีเต็ม เป็นคนพื้นที่ดินแดงและห้วยขวางอย่างแท้จริง โดยคุณพ่อ นายชูพงษ์ เพชรทัต และคุณแม่ นางอนงค์ เพชรทัต เป็นอดีตสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตดินแดง ทำงานตั้งแต่ “พรรคไทยรักไทย” กระทั่งมาเป็น “พรรคพลังประชาชน” และมาเป็น “พรรคเพื่อไทย” เราทำงานติดตามท่านทั้งสองมาตั้งแต่เด็ก กระทั่งได้เราได้รับตำแหน่งอดีตประธานสมาชิกสภาเขตดินแดง (ส.ข.)
    เราทำงานด้วยความซื่อสัตย์และมีความมุ่งมั่นตั้งใจมาโดย คุณพ่อได้รับความไว้วางใจจากชาวดินแดง ท่านทำงานหนักมาก และเมื่อท่านเสียชีวิตลง ในวันสุดท้ายที่ได้ทำงานให้กับชาวดินแดง ท่านเหมือนกับไปเดินสั่งลาพี่น้องทั่วทั้งเขต วันนั้นเราก็เดินอยู่ด้วย เรายังรู้สึกว่าคุณพ่อไม่เคยเดินหนักเท่าวันนี้มาก่อน เราเดินคู่กับท่านมาจนวินาทีสุดท้ายที่ท่านจากพวกเราไป หลังจากนั้นคุณแม่ก็เข้ามาสืบสานงานจากคุณพ่อ คุณพ่อสอนเสมอว่าให้มีความจริงใจในการทำงาน ให้มีความสุขกับการทำงาน จริงใจกับพี่น้องประชาชน แล้วเราจะยืนอยู่ตรงนี้ได้อย่างยาวนาน
    เรานำคำสอนของคุณพ่อและคุณแม่มาใช้ในการทำงานตลอด ที่ผ่านมา 19 ปี เราอยู่เบื้องหลัง ทั้งตำแหน่งผู้ช่วย ส.ก. หรือผู้ช่วย ส.ส. หรือแม้กระทั่งงานระดับชาติก็เคยได้รับความไว้วางใจจากนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ช่วงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้เราไปเป็นที่ปรึกษาคณะทำงานในส่วนของกระทรวงศึกษาฯ ดังนั้น การทำงานที่ผ่านมา ทำให้เราเข้าใจปัญหาและความต้องการของประชาชน โดยเฉพาะแถวดินแดงและห้วยขวาง เรารู้ดีว่าถ้าเกิดปัญหาแบบนี้เราจะแก้ไขแบบไหน ชุมชนตรงนี้ต้องการแบบนี้ เราจะจัดสรรทรัพยากรเข้าไปตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชนแบบไหน เราเห็นคุณพ่อมาตั้งแต่เด็ก ตามท่านจนซึมไปโดยอัตโนมัติ และตอนหลังเรามาเรียนรัฐศาสตร์ ก็เลยช่วยส่งและช่วยผลักดันให้เราได้มาทำงานในสายนี้ อีกทั้งตอนไปเรียนเมืองนอกด้านโฆษณา จึงนำมาผสมผสานระหว่างการเมืองกับการโฆษณาได้เป็นอย่างดี  
    การทำงานของเราจะต้องตอบสนองประชาชนให้ได้มากที่สุด ทางไหนทำได้เราทำ แต่ถ้าทำไม่ได้เราจะต้องชี้แจงว่าทำไมถึงทำไม่ได้ ส่วนใหญ่ปัญหาในพื้นที่เราคือเรื่องสิ่งแวดล้อม สภาพแวดล้อม เนื่องจากเป็นชุมชนที่อาศัยแฟลตของการเคหะค่อนข้างเยอะ ขณะเดียวกันก็มีบ้านที่เป็นชุมชนด้วย จึงขาดในเรื่องของสถานที่หรือสวนสาธารณะ ให้พี่น้องประชาชนมีสภาพอากาศที่ดี และอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องของเยาวชนและผู้สูงอายุ ที่เราอยากให้มีการทำงานร่วมกัน เพราะผู้สูงอายุเหล่านี้ทรงคุณค่า ด้วยประสบการณ์ชีวิตที่เป็นประโยชน์ หากนำประสบการณ์ของท่านมาผสมผสานกับความใหม่ของเยาวชนในยุคปัจจุบัน แล้วเดินคู่ไปด้วยกัน จะทำให้เกิดสิ่งใหม่ๆ ในเชิงปฏิรูป เราจึงอยากผลักดันให้นำความคิดของเยาวชนมาปรุงแต่งด้วยประสบการณ์ของผู้สูงอายุ เพื่อให้เกิดเจเนอเรชั่นใหม่ๆ ขึ้นมา หรือเรียกว่า เอาความใหม่และความเก่ามาผสมกัน ให้เป็นความเก๋า
    0 เมื่อย้ายมาอยู่พรรคพลังประชารัฐแล้ว มีนโยบายหรือโครงการใดที่ตั้งใจจะทำ
    เราอยากทำต่อในภาพกว้างเรื่องโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ ที่รัฐบาลปัจจุบันได้ทำไว้ อยากให้เข้าถึงทุกชนชั้น ถึงแม้อาจจะมีการโจมตีบ้าง แต่เราคิดบวกว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะเราเคยเรียนที่สหรัฐอเมริกา ที่นั่นมีมาแล้ว สวัสดิการของเขาดูแลประชาชนทุกชีวิต มีเบี้ยผู้สูงอายุ ถือเป็นเรื่องที่เก่ามากของสหรัฐ แต่ประเทศไทยเพิ่งเริ่มมี ถ้าบอกว่าเอารายได้ของคนรวยมาให้คนจน คุณลืมไปหรือเปล่าว่า คนจนเขาก็เสียภาษี จะทางตรงหรือทางอ้อมก็ดี หรือมองให้เป็นมิตรกัน ก็เป็นเรื่องของการช่วยเหลือเพียงเล็กน้อย จากคนรวยมาช่วยคนจน ช่วยกันได้หรือไม่ เราควรจะเลิกคิดว่าฉันทำมากหรือทำน้อย เราช่วยกันได้หรือไม่ รักกันได้ไหม เลิกทะเลาะกันเถอะ บ้านเมืองเราจะได้ก้าวหน้า คนที่โจมตีก็ขอให้หยุด มันไม่มีใครที่จะทำได้ถูกใจคนร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เราก็ต้องพยายามคุยกับคนที่ไม่เข้าใจด้วยความจริงใจ แต่หากท้ายที่สุดเขาไม่ยอมเข้าใจ เราก็ต้องเคารพสิทธิ์เขา แต่ต้องไม่ทิ้งเขา ต้องให้เวลาเขา เดี๋ยวเขาก็จะเข้าใจเราเอง
    0 ผู้ใหญ่ในพรรคให้คำแนะนำหรือสนับสนุนการทำงานของเราอย่างไรบ้าง
    ต้องบอกว่าแนวทางและอุดมการณ์การทำงานของผู้ใหญ่ในพรรค ผู้บริหารพรรค และตัวเราเอง คือมองที่ประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นหลัก และมองถึงความต้องการของประชาชนเป็นที่ตั้ง การที่เรามาร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ เพราะเห็นนโยบายที่มุ่งเน้นในเรื่องของผู้สูงอายุ และมุ่งเน้นในเรื่องการศึกษา โดยเฉพาะเราคนกรุงเทพฯ มองเห็นความตั้งใจของรัฐบาลที่พยายามจะสร้างรถไฟฟ้าเพื่อลดปัญหาการใช้รถยนต์ เพราะเรื่องการคมนาคมเป็นหัวใจหลักของกรุงเทพฯ หากเร่งสร้างให้เกิดขึ้นโดยเร็ว สามารถเชื่อมโยงได้หมดทั้งกรุงเทพฯ จากในตัวเมืองออกไปชานเมือง ก็จะส่งผลไปถึงเรื่องการลดมลพิษ รวมถึงค่าเดินทางต่างๆ ก็จะลดลงด้วย เรามองนโยบายตรงนี้ เราเห็นด้วย เพราะถึงแม้จะเป็นรัฐบาลอื่นที่มีการนำเสนอ ทุกรัฐบาลคิดกันมาแล้วทั้งนั้น แต่ทำไม่สำเร็จ แต่ในรัฐบาลนี้ทำสำเร็จแล้ว

    0 ทำไมถึงตัดสินใจออกจากพรรคเพื่อไทยที่อยู่มาถึง 19 ปี และก่อนหน้านี้เห็นมีชื่ออยู่ในพรรคไทยรักษาชาติด้วย
    ตอนไปอยู่พรรคไทยรักษาชาติ เพราะมีผู้ใหญ่มาทาบทาม แต่ที่ออกจากพรรคเพื่อไทยนั้น เพราะผู้ใหญ่บางท่านในพรรคที่เราเคารพรัก นับถือ ทำงานการเมืองร่วมกันมานาน เขาหมดรักหมดเมตตาเรา เขาบีบคั้นจนเราบอบช้ำเหลือเกิน แต่ในความบอบช้ำของเรานั้น หัวใจ ความตั้งใจ และความมุ่งมั่นของเรายังไม่หยุดที่จะทำงาน เรามองบ้านเมือง มองประชาชนเป็นหลัก เราอยากให้ประชาชนและบ้านเมืองเจริญ พัฒนาไปอย่างเป็นระบบและมั่นคง ไม่ใช่สามวันดีสี่วันไข้ อย่างนี้นักลงทุนก็ไม่เข้ามา มัวแต่ทะเลาะกันมันจะทำให้บ้านเมืองไม่มั่นคง เราอยากให้ประชาชนรักสามัคคี ปรองดองกัน บ้านเมืองจะไม่แตกแยก และจะพัฒนา เรามองตรงนี้มากกว่าที่จะไปมองย้อนถึงปัญหาที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ฉะนั้นเมื่อเราเปลี่ยนใครไม่ได้ เราก็ต้องเปลี่ยนตัวเอง ด้วยความมุ่งมั่น อุดมการณ์ ยังอยู่กับบ้านเมือง ยังอยู่กับประชาชนเต็มที่ เราไม่ต้องการอย่างอื่นเลย และปัจจุบันเราก็ยังเคารพท่านทักษิณ ชินวัตร เหมือนเดิม

    0 เมื่อย้ายมาพรรคพลังประชารัฐ ทำความเข้าใจกับคนพื้นที่ที่เคยสนับสนุนเราในหมวกของพรรคเพื่อไทยอย่างไร
    เท่าที่ได้คุยกับชาวบ้านส่วนใหญ่ เขามองเราเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของเขา ในพื้นที่เราก็เร่งทำความเข้าใจกับชาวบ้านได้ประมาณ 95 เปอร์เซ็นต์ แล้วทุกคนเข้าใจ ก็มีบ้างที่ไม่เข้าใจ เราก็ให้เวลาเขา โดยหลัง 1 เดือนที่เราลงไปทำความเข้าใจ เราก็ไปติดตาม จนตอนนี้เขาก็เข้าใจและเห็นใจ แล้วมองถึงปัญหาที่เราได้เจอ และพร้อมที่จะร่วมกันเดินต่อไป เพื่อทำงานให้กับบ้านเมืองเรา เพราะความเข้าใจที่พี่น้องมีให้ตัวเรา เขาเข้าใจว่าเราเป็นคนที่ทำงานจริงๆ เป็นคนที่ทุ่มเททำงานให้กับพี่น้องของเรา พี่น้องเข้าใจตรงนี้ เขาจะยึดโยงที่ตัวบุคคลมากกว่า อาจมีบ้างที่ขุ่นข้องหมองใจในเรื่องของพรรค แต่เขาจะยึดที่ตัวบุคคล

    0 มองอิทธิพลของคนรุ่นใหม่ จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงการเมืองและประเทศอย่างไร

     เรามองอย่างเป็นสากล อย่างสหรัฐอเมริกาเขามีการเลือกตั้ง มีสองขั้วเหมือนกัน แต่เมื่อผลออกมา ใครเป็นฝ่ายชนะเขาก็ยังร่วมด้วยช่วยกัน จับมือกันทำงานช่วยให้บ้านเมืองพัฒนา เพราะเขามองบ้านเมืองเป็นหลัก เขามองประชาชนเป็นหลัก ประเทศที่เจริญแล้วเขาทำแบบนั้น ฉะนั้นในความเป็นคนรุ่นใหม่ สำหรับเรามองแบบนี้ ขอให้มองมันเป็นเกมในการเลือกตั้ง มันมีระยะเวลาให้ทำในรูปแบบที่ถูกต้องเหมาะสม ถูกกฎหมาย เมื่อเกมจบ ใครแพ้หรือชนะ คนชนะก็แฮปปี้ คนไม่ชนะก็ต้องแฮปปี้ อย่างน้อยคุณแพ้ในเกม แต่คุณชนะใจตัวเอง ชนะใจพี่น้องที่สนับสนุนคุณ ถึงแม้คะแนนที่ได้จะน้อยนิด แต่นั่นคือชัยชนะของคุณแล้ว ขอให้คุณร่วมด้วยช่วยกันสนับสนุนคนที่ชนะให้ทำงานตรงตามเป้าหมาย

    0 ปรับตัวอย่างไรสู่สนามการเมืองใหญ่ในครั้งนี้
    ตลอดเวลาเรามองนโยบายของประเทศ ที่ล้วนแล้วแต่เอาปัญหาจากท้องถิ่นขึ้นมากำหนดเป็นนโยบายพรรคทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นการที่เรามาจากท้องถิ่นแล้วค่อยๆ ขึ้นมาเป็นระดับชาติ มันเหมือนคนก้าวขึ้นบันได หรือคนสร้างบ้านที่ต้องมาจากฐานหลักที่แข็งแรงและมั่นคง การนำปัญหาจากท้องถิ่นมากำหนดเป็นนโยบายนั่น จะเป็นการทำโครงสร้างของประเทศ ตอบโจทย์ประเทศได้ทุกมิติ และการที่เราทำงานมาตั้งแต่ระดับท้องถิ่น ก็ยิ่งทำให้เราสามารถทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้น ตอบโจทย์ประชาชนได้ตรง มันถือเป็นจุดแข็งของเราที่จะอาสามาทำงาน
    สำหรับคู่แข่งในสนามครั้งนี้ของเราก็มี แต่ทำไมประชาชนต้องเลือกเรา เพราะเรามาจากพื้นที่ มาจากคนตัวเล็กๆ แล้วค่อยๆ โตขึ้น โตบนความมั่นคง โตบนความมีประสบการณ์ 19 ปี ถึงเราไม่มีตำแหน่ง แต่เรามีผลงานที่ตั้งใจทำ และพร้อมจะทำต่อไป นี่คือความแตกต่างของเราจากผู้สมัครคนอื่นๆ อีกทั้งพรรคของเรายังเป็นพรรคการเมืองที่ไม่เคยเปื้อนสีในสนามการแข่งขันมาก่อน ถ้าเป็นผ้าก็คือผ้าที่ยังขาวสะอาด เราไม่ใช่สีแดง ไม่ใช่สีเหลือง เราไม่มีสีอะไรทั้งสิ้น.

“ไก่” น.ส.อรพินทร์ เพชรทัต ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตดินแดงและเขตห้วยขวาง พรรคพลังประชารัฐ นายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนวิชา อดีตประธานสมาชิกสภาเขตดินแดง (ส.ข.) อดีตนักวิชาการประจำสภากรุงเทพมหานคร จบการศึกษา ระดับมัธยมศึกษาโรงเรียนเขมะสิริอนุสสรณ์, ปริญญาตรี มหาวิทยาลัยรามคำแหง คณะรัฐศาสตร์, ปริญญาโทนิวยอร์ก อินสทิทิวต์ ออฟ เทคโนโลยี ประเทศสหรัฐอเมริกา คณะนิเทศศาสตร์


คนเหนือ อีสาน กรุงเทพฯ......... เห็นบึ้มที่ ๓ จังหวัดใต้ บาดเจ็บ ล้มตาย ทั้งชาวบ้าน ทั้งเจ้าหน้าที่เป็นรายวัน ตั้งแต่ปีใหม่เป็นต้นมา

"บิ๊กป้อม" ใครว่าปัญญาอ่อน?
'เมื่อมลพิษเปื้อนกรุงเทพฯ'
เหตุใด 'ยิ่งเลวกลับยิ่งดัง'?
ยุทธการ 'พิษล้างพิษ' ถิ่นเหนือ
เมื่อ 'ดร.เอนก' ว่ายหาฝั่ง
เครื่องแบบประชาธิปไตย