'สี จิ้นผิง' หนุน 'คิม' ยันสหรัฐ-เกาหลีเหนือควรพบกันครึ่งทาง


เพิ่มเพื่อน    

สื่อทางการจีนรายงานคล้อยหลังการเยือนของผู้นำเกาหลีเหนือเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนให้การหนุนหลัง "คิม จองอึน" ที่เตรียมประชุมสุดยอดครั้งที่ 2 กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยยืนกรานว่าทั้ง 2 ฝ่ายควรพบกัน "ครึ่งทาง"

ภาพจากสำนักข่าวกลางเกาหลี เผยแพร่วันที่ 10 มกราคม 2562 ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จับมือต้อนรับคิม จองอึน ในพิธีต้อนรับที่มหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2562 / AFP PHOTO / KCNA VIA KNS

    รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 มกราคม 2561 เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมของการเดินทางมาเยือนจีนของผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เมื่อวันอังคารและพุธที่ผ่านมา โดยอ้างรายงานข่าวของสำนักข่าวซินหัวของทางการจีนในวันพฤหัสบดีว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ได้แสดงท่าทีว่าจีนต้องการเห็นการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรต่อเกาหลีเหนือ

    นอกจากนี้ผู้นำจีนยังกล่าวด้วยว่า เขาหวังว่าเกาหลีเหนือและสหรัฐจะ "พบกันครึ่งทาง" โดยสีได้กล่าวถึงมาตรการเชิงบวกหลายอย่างที่เกาหลีเหนือดำเนินการมา

    คิมและทรัมป์เคยลงนามความตกลงคลุมเครือฉบับหนึ่งระหว่างการซัมมิตที่สิงคโปร์เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ว่าเกาหลีเหนือยึดมั่นต่อการปลดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี การเจรจาระหว่างตัวแทนรัฐบาลทั้งสองที่เกิดตามมาไม่มีความคืบหน้า เกาหลีเหนือกล่าวหาสหรัฐว่าตั้งเงื่อนไขแบบอันธพาล ที่เรียกร้องให้เกาหลีเหนือล้มเลิกอาวุธนิวเคลียร์ทั้งหมดอย่างสิ้นเชิงและตรวจสอบได้ เพื่อแลกกับการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร

    ก่อนหน้านี้เกาหลีเหนือทดสอบระเบิดนิวเคลียร์มาแล้ว 6 ครั้ง และทดสอบขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีปที่สามารถโจมตีได้ทั่วแผ่นดินสหรัฐ แต่เกาหลีเหนือไม่ได้ทำการทดสอบเหล่านี้มานานกว่า 1 ปีแล้ว ทั้งยังระเบิดทำลายอุโมงค์ทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ใต้ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์แล้วอีกด้วย

    รายงานของสำนักข่าวเคซีเอ็นเอของทางการเปียงยาง กล่าวว่า คิมได้แจ้งให้สีทราบถึง "ความยากลำบากและความห่วงกังวล" ในการเจรจากับสหรัฐ รายงานกล่าวด้วยว่า ผู้นำจีนได้แสดงความสนับสนุนจุดยืนของเกาหลีเหนือ

    จีนเป็นมหาอำนาจยักษ์ใหญ่ชาติเดียวที่เป็นพันธมิตรหลักของเกาหลีเหนือและเป็นประเทศคู่ค้าที่สำคัญ ก่อนหน้านี้ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ชาติมึนตึงสืบเนื่องจากจีนสนับสนุนข้อมติคว่ำบาตรของนานาชาติที่ตอบโต้การทดลองนิวเคลียร์และขีปนาวุธ ทว่าปีที่แล้ว คิมเลือกเดินทางเยือนจีนเป็นชาติแรก และยังพบกับประธานาธิบดีสี 3 ครั้งในปีเดียว โดยเกิดก่อนหน้าหรือไม่ก็ภายหลังการประชุมสุดยอดระหว่างคิมกับทรัมป์ และกับประธานาธิบดีมุน แจอิน ของเกาหลีใต้

    ทรัมป์กล่าวไว้เมื่อวันอาทิตย์ว่า รัฐบาลของเขาและเกาหลีเหนือกำลังอยู่ระหว่างเจรจาต่อรองกันเรื่องสถานที่จัดการประชุมสุดยอดครั้งที่ 2 ระหว่างเขากับคิม ซึ่งประธานาธิบดีมุนของเกาหลีใต้กล่าวไว้เมื่อวันพฤหัสบดีว่าใกล้จะเกิดขึ้นแล้ว

    มุนกล่าวที่กรุงโซลด้วยว่า เกาหลีเหนือจำเป็นต้องดำเนินมาตรการในเชิงปฏิบัติที่กล้าหาญในการปลดอาวุธนิวเคลียร์ จึงจะรับประกันว่ามาตรการคว่ำบาตรจะถูกยกเลิก ขณะเดียวกัน สหรัฐก็จำเป็นต้องดำเนินมาตรการตอบสนอง เช่น การยอมรับระบอบสันติ และประกาศยุติสงครามเกาหลีอย่างเป็นทางการ

    ผู้นำเกาหลีใต้ยอมรับว่า ความตกลงที่สิงคโปร์นั้นมีความคลุมเครือ และขณะเดียวกันก็มีความคลางแคลงสงสัยต่อคำมั่นของคิมเรื่องการปลดอาวุธนิวเคลียร์ แต่คิมได้ให้คำรับประกันกับตนและกับผู้นำคนอื่นๆ ว่าทัศนะของเขาเรื่องการปลดอาวุธนิวเคลียร์นั้น "ไม่แตกต่างจากความต้องการของประชาคมระหว่างประเทศแต่อย่างใด" และเกาหลีเหนือไม่ได้ผูกโยงเรื่องนี้กับการวางกำลังของทหารอเมริกันในเกาหลีใต้หรือในดินแดนใกล้เคียง.


นักข่าวนี่....ก็นะ น่าจะเปลี่ยน "ซิมสมอง" ซะมั่ง ทำเป็นหุ่นยนต์ "โปรแกรมสำเร็จรูป" ไปได้ อภิปรายไม่ไว้วางใจเสร็จปุ๊บ ต้องปรี่ถามนายกฯ ปั๊บ "ปรับ ครม.มั้ยคะ?"

บุญทาน "คุ้มบ้าน-คุ้มเมือง"
'เรื่องนักเรียนกับคนบ้าข่าว'
มหกรรม 'มหา'ลัย' แข่งติด #
ผ่ายุทธการอรุณรุ่งริ่ง
'สิ้นสุดทางคุก' ของ ๓ มะกอก
จบที่ 'ไม่ยอมจบ' ของทอน