สเปซเอ็กซ์เฮ ทดสอบปล่อย 'ฟอลคอนเฮฟวี' สำเร็จ


   

บริษัทสเปซเอ็กซ์ประสบความสำเร็จในการทดสอบปล่อย "ฟอลคอนเฮฟวี" จรวดที่ทรงพลังที่สุดในโลก เมื่อวันอังคาร เพื่อนำรถเทสลาโรดสเตอร์ของ "อีลอน มัสก์" ซีอีโอสเปซเอ็กซ์ เดินทางไปยังวงโคจรใกล้กับดาวอังคาร

ฟอลคอนเฮฟวีทะยานจากฐานปล่อยเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 ภาพ SPACEX / AFP

    "ภารกิจนี้ผ่านพ้นด้วยดีตามที่ทุกคนคาดหวังไว้" อีลอน มัสก์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหารของสเปซเอ็กซ์ กล่าวอย่างดีใจ ภายหลังฟอลคอนเฮฟวีทะยานขึ้นจากฐานปล่อยจรวดของศูนย์อวกาศเคนเนดี ที่แหลมคานาเวอรัล รัฐฟลอริดา เมื่อช่วงบ่ายวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น หรือเช้ามืดวันพุธตามเวลาประเทศไทย ท่ามกลางเสียงโห่ร้องด้วยความยินดี มัสก์บอกด้วยว่าการลุ้นภารกิจนี้น่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้เขาตื่นเต้นที่สุดในชีวิต
    มัสก์เผยว่า เขาเคยนึกภาพการระเบิดอย่างมโหฬารที่ฐานปล่อยจรวด ล้อข้างหนึ่งกระเด็นกระดอนบนถนนโดยโลโกเทสลาตกอยู่ที่ไหนสักแห่ง แต่โชคดีที่สิ่งเหล่านั้นไม่ได้เกิดขึ้นจริง

 ภาพนิ่งจากวิดีโอถ่ายทอดสดของสเปซเอ็กซ์ เห็นหุ่น "สตาร์แมน" นั่งในรถเทสลาของอีลอน มัสก์

   จรวดขนาดมหึมาลำนี้บรรทุกรถเปิดประทุนเทสลาโรดสเตอร์ของมัสก์ พร้อมกับหุ่นคนขับ ติดไปไปกับยานด้วย ภาพที่ถ่ายทอดจากสเปซเอ็กซ์เผยให้เห็นรถสีแดงคันนี้เดินทางท่องอวกาศสู่วงโคจรรอบดวงอาทิตย์ใกล้กับดาวอังคาร คลอกับเสียงเพลง "Space Oddity" ของเดวิด โบวี ที่แดชบอร์ดมีข้อความว่า "อย่าตื่นกลัว" รถคันนี้ยังติดตั้งหน่วยข้อมูลบรรจุหนังสือวิทยาศาสตร์ไตรภาค "The Foundation Trilogy" ของไอแซค อาซิมอฟ และแผ่นจารึกชื่อของพนักงานสเปซเอ็กซ์ 6,000 คน
    มัสก์ทวีตข้อความตามมาช่วงดึกของวันอังคารว่า จรวดท่อนบนจุดระเบิดขับดันสำเร็จ และส่งรถยนต์ของเขาออกนอกวงโคจรของโลก สู่วงโคจรรอบดวงอาทิตย์ใกล้กับดาวอังคาร
    ภายหลังทะยานจากฐานปล่อย 5 ชั่วโมง รถคันนี้สามารถรอดพ้นแถบรังสีแวนอัลเลน และเดินทางท่องอวกาศต่อไปยังวงโคจรที่อาจทำให้มันคงอยู่อย่างนี้ไปอีก 1,000 ล้านปี และทิ้งระยะห่างจากโลกไกลถึง 250 ล้านไมล์ หรือเท่ากับการเดินทางรอบเส้นศูนย์สูตรของโลก 10,000 รอบ
    มัสก์กล่าวล้อเล่นกันผู้สื่อข่าวว่า บางทีสิ่งมีชีวิตต่างดาวอาจค้นพบมันแล้วก็ตั้งคำถามว่า คนพวกนี้ทำอะไรกัน พวกเขาบูชารถยนต์คันนี้หรืออย่างไร
    ฟอลคอนเฮฟวีนับเป็นจรวดทรงพลังที่สุดของโลกในยุคปัจจุบัน แม้จะไม่ได้ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมา เนื่องจากในอดีต องค์การนาซาเคยมีจรวดแซทเทิร์น 5 ที่ส่งมนุษย์สู่ดวงจันทร์ และสหภาพโซเวียตก็เคยมีอีเนอร์เจียที่ทรงพลังกว่าเช่นกัน
    จรวดยักษ์ของสเปซเอ็กซ์ลำนี้ใช้จรวดฟอลคอน 9 รวม 3 ลำ ประกอบเข้าด้วยกัน โดยใช้เครื่องยนต์ 27 ตัว จรวดขับดัน 2 ท่อนแรกดีดตัวออกหลังการปล่อย 2 นาที และกลับลงสู่ฐานแบบตั้งตรงได้อย่างงดงามเกือบพร้อมเพรียงกัน แต่ท่อนที่ 3 มีปัญหาจรวดขับดัน จึงไม่สามารถลงจอดที่ฐานกลางมหาสมุทรแอตแลนติกได้ ทำให้ตกสู่ทะเลด้วยความเร็วกว่า 300 ไมล์ต่อชั่วโมง

จรวดขับดัน 2 ท่อนแรก กลับลงสู่ฐาน ที่แหลมคานาเวอรัล

   ผู้เชี่ยวชาญกล่าวกันว่า ความสำเร็จของสเปซเอ็กซ์น่าจะเข้าตานาซา ซึ่งอาจพิจารณาเลือกฟอลคอนเฮฟวีเป็นทางลัดสำหรับโครงการส่งมนุษย์สู่ดวงจันทร์อีกครั้งในรอบ 46 ปี นอกจากนี้ ฟอลคอนเฮฟวียังมีราคาถูกกว่ามากเมื่อเทียบกับจรวดเดลตา 4 เฮฟวี คู่แข่งที่ใช้งบประมาณถึง 350 ล้านดอลลาร์ ในการส่งจรวด 1 ครั้ง ขณะที่ฟอลคอนเฮฟวีใช้งบแค่ราว 90 ล้านดอลลาร์
    จรวดยาว 70 เมตรลำนี้ถูกออกแบบให้บรรทุกน้ำหนักขึ้นสู่อวกาศได้เกือบ 64 ตัน หรือมากกว่าน้ำหนักรวมของเครื่องบินโบอิ้ง 737 ที่บรรทุกเต็มอัตรา
    มัสก์กล่าวไว้เมื่อวันจันทร์ว่า เดิมจรวดรุ่นนี้เกิดจากความตั้งใจจะส่งมนุษย์กลับไปดวงจันทร์หรือไปยังดาวอังคาร แต่แผนนี้ถูกเปลี่ยนไป และฟอลคอนเฮฟวีกลายเป็นเป้าหมายหลักของยานบรรทุกที่น่าจะใช้สำหรับท่องสู่อวกาศห้วงลึก แต่จรวดและยานอวกาศที่สเปซเอ็กซ์กำลังพัฒนาอีกลำ ซึ่งมีชื่อย่อว่า บีเอฟอาร์ หรือ "บิ๊กฟอลคอนร็อกเกต" ที่มีชื่อแผลงอีกชื่อว่า "บิ๊กฟักกิงร็อกเกต" จะเป็นยานสำหรับการส่งมนุษย์ทำภารกิจอวกาศแทน.

 


ม็อบ "ขยะ-รกเมือง" ที่สุด ก็ม็อบ "เห็บแม้ว" นี่แหละ! อย่างแก๊ง "จ่านิว-นายโรม"........ ถ้าเป็นเขมร-ญวนยุคก่อน เขาไม่เอาไปทำปุ๋ยหรอก

'ธรรมศาสตร์กับศิษย์ประสาท'
หน้าที่ 'เจ้าภาพ' ฉลอง ๔ ปี
'ด้วยห่วงไฟชอร์ต สส.ตาย'
ว่าด้วย "มืดมนและอันตราย"
'บวชซ่อนชั่ว-บวชศรัทธา'?
มาเลย์ที่ 'มีมากกว่าอายุ'