'ศันสนะ' สวมหมวกคนรุ่นใหม่ พปชร. สร้างพื้นที่เข้มแข็งจากฐานราก


   

 

        จากเจ้าของธุรกิจด้านการบัญชี ตัดสินใจเข้าสู่เส้นทางการเมืองอย่างเต็มตัว ศัน-ศันสนะ สุริยะโยธิน ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตเลือกตั้งที่ 22 เขตบางกอกใหญ่ คลองสาน และธนบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นักการเมืองรุ่นใหม่ไฟแรง ที่พร้อมใช้ความสามารถในแบบฉบับคนรุ่นใหม่ ทำงานเพื่อประเทศชาติโดยไร้ความขัดแย้ง 

        เจ้าตัวยอมรับ ก่อนหน้านี้ไม่เคยสนใจงานด้านการเมืองมาก่อน และไม่เคยทำงานการเมืองมาเลย กระทั่งได้รับโอกาสให้เป็นที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการด้านการจัดเก็บรายได้ของแผ่นดิน ในคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการพาณิชย์ ในคณะกรรมาธิการพาณิชย์ การอุตสาหกรรมและการแรงงาน สนช. ได้ใช้ความรู้ทางด้านเศรษฐกิจ และมองเห็นว่าสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศได้ เมื่อมีโอกาสที่ดีจากพรรคพลังประชารัฐ จึงตัดสินใจร่วมงานในทันที

 

มองเห็นอะไรใน “พรรคพลังประชารัฐ” ถึงได้ตัดสินใจร่วมงานกับพรรคนี้

        ก่อนหน้านี้ไม่ได้มองเรื่องการเมืองมาก่อน เพราะการเมืองมีเรื่องปัญหาความขัดแย้ง แต่เมื่อเราเข้ามาทำงานกับ สนช. เราเห็นว่าชีวิตเรามีความสัมพันธ์และเกี่ยวข้องกับการเมืองมาก ไม่ว่าเราจะทำอะไร จะชี้แจงในเรื่องกฎหมาย เราหนีเรื่องนี้ไม่พ้น ดังนั้นถ้ามีโอกาสที่จะทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติได้ เราก็ควรจะทำ ผมไม่ได้กลัวการเมือง และมองในด้านที่บวกมากขึ้น ส่วนที่เลือกพรรคพลังประชารัฐ เพราะพรรคนี้เปิดกว้าง รับฟังความคิดเห็นคนรุ่นใหม่ ซึ่งผมก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ได้ใช้ความรู้ด้านเศรษฐกิจและด้านเอสเอ็มอีแชร์ความคิดเห็นเพื่อช่วยกำหนดนโยบายของพรรคด้วย

อยากผลักดันเรื่องใดบ้าง

        เราถนัดด้านเอสเอ็มอีและสนใจที่จะทำเรื่องผลิตภัณฑ์ชุมชน วัฒนธรรมท้องถิ่นมาสร้างนวัตกรรม และสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยเฉพาะในวัฒนธรรมเก่าๆ อยากจะเอาตรงนั้นมาส่งเสริมให้เติบโต เพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานราก ทั้งเรื่องเอสเอ็มอี วิสาหกิจชุมชน การประกอบธุรกิจในรูปแบบของบุคคลธรรมดา เราจะมาช่วยหาแหล่งเงินทุนในด้านต่างๆ ที่สนับสนุนให้เข้าถึงได้ ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ และส่งเสริมในเรื่องการตลาดและนวัตกรรมต่างๆ

        ขณะนี้เราได้ทยอยลงพื้นที่พบปะประชาชน โดยลงในพื้นที่เขตบางกอกใหญ่ไปแล้ว หลักๆ ในพื้นที่ ประชาชนจะเน้นเรื่องความปลอดภัย และเรื่องปากท้อง แต่ที่เราจะเพิ่มเติมเข้ามา คือการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น วัฒนธรรม ผลิตภัณฑ์ชุมชน หากเดินริมถนนจะเห็นร้านค้าที่เป็นอาคารพาณิชย์ต่างๆ ซึ่งกลุ่มนี้จะต้องการแหล่งเงินทุนราคาต่ำ เขามีเป้าหมายว่าจะทำอะไร แต่กับในชุมชนเรานั่งคุยกับชาวบ้านแล้ว มีความคิดอยากจะชูการเสริมสร้างธุรกิจฐานรากด้วยวัฒนธรรมที่มีกลิ่นอายของเขาอยู่ด้วย

        นอกจากนี้อยากจะผลักดันช่วยผู้ประกอบการหาบเร่แผงลอยให้มีแหล่งขายของเป็นสัดส่วน โดยวางโมเดลจัดทำศูนย์รวมสตรีทฟู้ด หรือเรียกง่ายๆ ว่า “ศูนย์รวมของร้านหาบเร่แผงลอย” อยู่ในพื้นที่จุดเดียวกัน แต่ตรงนี้จะมีการทำเป็นโมเดลขึ้นมาให้ดูก่อน หากทำได้ในหนึ่งพื้นที่ ในเขตพื้นที่ถัดไปเราจะรวบรวมให้เป็นแบบเดียวกัน โดยอาจจะใช้พื้นที่เอกชนหรือพื้นที่ของภาครัฐ จะปรุงให้ทันสมัย ให้กลุ่มหาบเร่แผงลอยทั้งหมดมาอยู่ร่วมกัน แต่อาจจะต้องดูละเอียดหน่อย เพราะชาวบ้านในแต่ละเขต จะให้เขาไปขายในเขตอื่นๆ ก็คงไม่ใช่ ก็ต้องอยู่ในพื้นที่ใกล้กัน นี่เป็นอีกเรื่องหนึ่งความตั้งใจที่อยากจะทำ

รู้สึกอย่างไรที่เข้าสู่เส้นทางการเมืองอย่างเต็มตัว มองว่ายากเกินไปหรือไม่

        สำหรับเรางานการเมืองค่อนข้างจะยาก หากเป็นการเมืองแบบเดิมๆ เราอาจไม่ชำนาญ แต่การเมืองแบบใหม่ที่มีการจัดการด้านต่างๆ สามารถพูดคุยกันได้เพื่อประเทศชาติ เป็นการแชร์ความคิดเห็นกัน ตรงนี้เราโอเค เราเข้ามาแล้วก็อยากจะเริ่มสิ่งใหม่ แต่ไม่ใช่เริ่มใหม่จากศูนย์ทั้งหมด เพราะบางอย่างรัฐบาลชุดเดิมได้วางไว้ เมื่อการเมืองชุดใหม่เข้ามา อะไรเป็นเรื่องดีๆ และส่งเสริมต่อยอดได้ เราทำไปก่อน หาวิธีการร่วมกันจะทำอย่างไรแบบนี้ ดีกว่าจะไม่เอาอะไรเลย ยกเลิก และทำใหม่หมด มันก็เหมือนกลับมาเริ่มต้นใหม่ จะทำให้การพัฒนาประเทศหยุดชะงัก

        การที่ผมได้ร่วมทำงานกับ สนช.มาก่อน ทำให้เห็นว่าการเตรียมความพร้อมของรัฐบาล พยายามทำเพื่อประเทศชาติอยู่ไม่น้อย หากรัฐบาลใหม่มาแล้วมัวแต่มาขัดแย้ง ขอเริ่มต้นใหม่ ทำใหม่ แก้ใหม่ มันก็จะกลับไปสู่จุดเดิม มานั่งพิจารณากันใหม่ โครงการต่างๆ ก็จะต้องหยุดชะงัก มันไม่ได้ ถึงเวลาที่เราต้องสานงานต่อ ทำงานร่วมกันแบบใหม่ แต่ละพรรคก็มีคนรุ่นใหม่ทั้งนั้น เป็นเพื่อนๆ กันทั้งนั้น มาช่วยกันสานต่อเป็นการเมืองแบบใหม่ดีกว่า สำหรับผมมีความพร้อมที่จะทำงานร่วมกับทุกพรรค รับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย ไม่มีความขัดแย้ง

 

เป็นมือใหม่ในสนามการเมือง วางแผนการทำงานสู้พรรคคู่แข่งอย่างไรบ้าง

        ต้องใช้คำว่าทุกคนเป็นนักการเมืองท้องถิ่น หรือเป็นนักการเมืองในท้องที่เก่ามาก่อน หรืออาจจะเป็นลูกหลาน เรียกง่ายๆ ว่า อาจจะมีความได้เปรียบอยู่มากทุกคนเลย ไม่ว่าจะเป็นพรรคเล็กหรือพรรคใหญ่ เขาจะมีพื้นเพกับชาวบ้านอยู่แล้ว บางคนเป็นอดีต ส.ก. อดีต ส.ข. หรืออดีต ส.ส.ในพื้นที่มานาน ในพื้นที่ของเรามีครบ ถามว่ากดดันไหม เราทำเต็มที่ ถ้าได้ตำแหน่ง ก็ถือเป็นกำไร เราเชื่อว่าการทำงานเต็มที่มีแต่แง่บวก ทำให้หนัก ทำทุกวัน เดินให้ครบ ให้ทุกคนได้มีโอกาสเห็นหน้า เราเชื่อมั่นอย่างนั้น จะมากหรือจะน้อยก็ขอให้ได้มีโอกาสไปพบปะพูดคุย ซึ่งในส่วนนี้ยังไม่ได้มองในเรื่องของกระแสพรรคและความนิยมในตัวของพรรคพลังประชารัฐด้วย

        ตอนลงพื้นที่บอกได้เลยว่า มีประชาชนจำนวนมากที่มีความรู้สึกที่ดีต่อพรรคพลังประชารัฐ เดินไปบางคนบอกพรรคใหม่ดีแล้ว กระแสของพรรคพลังประชารัฐในพื้นที่ที่เราเดินไปถือว่าโอเค เฉพาะคนที่เราได้พบปะพูดคุยก็เป็นบวกมากกว่าลบ คนที่เขาเชียร์เราเขาก็จะพูด ที่ลงพื้นที่ไปด้วยตัวเองก็ยังไม่เจอคนที่ปฏิเสธพรรคเรา นั่นเป็นเหมือนแรงใจ บางคนบอกพรรคนี้ในใจเลย ทำให้คนลงพื้นที่เป็นครั้งแรกอย่างเราก็มีกำลังใจมากขึ้น เดินแล้วมีความสุข และหากเราใช้เวลาในการพบปะประชาชนได้ระดับหนึ่ง ก็จะดูจังหวะในการเปิดศูนย์ประสานงาน เพื่อให้ประชาชนได้รู้ว่า เรามีความตั้งใจในการทำงาน

        "การทำงานเราพยายามทำอย่างเต็มที่ เราอาจมีความชำนาญในเรื่องพื้นที่น้อย แต่จะอาศัยการพบปะประชาชนและการลงพื้นที่ทุกวัน ตั้งใจจะเดินให้ครบ เราคนรุ่นใหม่ ปัญหาในอดีตที่อาจจะมากระทบกับเราไม่มี เพราะเราไม่มีประวัติอะไร เราแค่ทำปัจจุบัน ทำพื้นที่และพบปะประชาชนในพื้นที่ของเราให้ดีที่สุด ขนาดนี้ยังไม่เจอปัญหาอะไรที่เรารู้สึกว่ามันเป็นปัญหาหนัก หากพบเจอก็เป็นปัญหาที่เปรียบได้กับปัญหาในชีวิตประจำวันปกติ สามารถแก้ไขได้ราบรื่น"

 

มองภาพคนรุ่นใหม่จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงประเทศอย่างไรบ้าง

        คิดว่าน่าจะช่วยได้มาก เพราะคนรุ่นใหม่มีแนวคิดแบบใหม่ ผสมผสานกับโลกด้วยนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป คนรุ่นใหม่น่าจะมีการเข้าใจและรับรู้ตรงนี้ได้ดี ในขณะเดียวกันเรายังมองว่า ถึงอย่างไรก็ต้องมีการประสานกับองค์ความรู้และประสบการณ์ของนักการเมืองรุ่นเก่า เพื่อที่เราจะได้เท่าทันคนอื่น และคนรุ่นใหม่ไม่มีแนวคิดเรื่องความขัดแย้ง คนรุ่นใหม่ไฟแรง ขาลุย เขาจะมุ่งมั่นทำงาน เราเชื่อว่าอย่างนั้น นอกจากนี้ทางพรรคยังจัดกิจกรรม จัดอบรมให้ความรู้ผู้สมัครคนรุ่นใหม่ ทั้งเรื่องกฎหมาย การวางตัว เรื่องนวัตกรรม สื่อโซเชียล และช่วยสนับสนุนเราเป็นประจำ

 

ถึงวันนี้สามารถปรับตัวกับการทำงานบนเส้นทางนี้ได้ขนาดไหน

        ไม่มีปัญหา ทุกอย่างเราสามารถทำได้ เพราะในที่สุดก็เป็นเรื่องของการบริหารจัดการ ซึ่งบางส่วนก็อาจจะมีความคุ้นเคยอยู่บ้างแล้ว แต่อาจจะเพิ่มในเรื่องของมวลชนและประชาชนมาด้วย แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร เราสามารถทำได้อย่างเต็มความสามารถ.

 

        นายศันสนะ สุริยะโยธิน ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตเลือกตั้งที่ 22 เขตบางกอกใหญ่ คลองสาน และธนบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)

 

การศึกษา : สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีการบัญชี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโทการบัญชี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

ประสบการณ์ในการทำงาน : ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการด้านการจัดเก็บรายได้ของแผ่นดิน ในคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการพาณิชย์ ในคณะกรรมาธิการพาณิชย์ การอุตสาหกรรมและการแรงงาน สนช. และอาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยต่างๆ


ผมผิดอะไร?...........ฟัง "ทอน" แถลงข่าวก็ได้ข้อสรุปไม่ใช่เรื่อง "อยู่เป็น" หรือ "อยู่ไม่เป็น" แล้วล่ะ        อยู่ไปก็ไลฟ์บอยซะมากกว่า 

"ทอน-บุตร" ประเทศกูมี
"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา
คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว