เปิดใจ'ทายาทโล่สถาพรพิพิธ' ปชป.รุ่นใหม่ สู้ศึก 'ตรัง'


   

    นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ หรือ "น้องท่ามเฮง" อายุ 27 ปี เป็นบุตรของนายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ กับนางรัชดาพร โล่สถาพรพิพิธ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ เปิดมุมมองในการพัฒนาจังหวัดตรังและประเทศไทย โดยเริ่มจากการเล่าที่มา
    ดิฉันเป็นคนโชคดีที่มีโอกาสได้ลงพื้นที่สัมผัสวิถีชีวิตของชาวบ้านมาตั้งแต่เด็ก เนื่องจากคุณพ่อสมชาย โล่สถาพรพิพิธ ทำงานทางด้านการเมืองมานานทั้งระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ และมักจะพาลูกๆ ลงพื้นที่พบปะพูดคุยกับชาวบ้านบ่อยครั้ง ทำให้ดิฉันได้คลุกคลีและรับรู้ถึงความรู้สึกทุกข์สุขของคนในพื้นที่มาเป็นระยะเวลานาน ดังนั้นภาพที่ชาวบ้านเข้ามาสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนต่อคุณพ่อเป็นภาพที่ดิฉันคุ้นเคย นอกจากนี้ โดยส่วนตัวของดิฉันเองได้มีโอกาสเรียนรู้งานระดับท้องถิ่นโดยตรงในขณะดำรงตำแหน่งเลขาฯ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง รวมถึงมีโอกาสได้เรียนรู้งานบางส่วนในระดับประเทศในส่วนของฝ่ายนิติบัญญัติ เพราะเคยติดตามและเรียนรู้งานจากคุณพ่อ ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้ดิฉันเห็นภาพโครงสร้างต่างๆ ในระดับจังหวัดและประเทศได้ชัดขึ้น และประสบการณ์ทำให้เรียนรู้ว่าทุกภาคส่วนในสังคมมีความสัมพันธ์กัน ถ้าเปรียบสังคมเราเสมือนเครื่องจักร แต่ละองค์กรในสังคมก็เหมือนฟันเฟืองเล็กๆ เครื่องจักรจะเดินไปข้างหน้าได้ ฟันเฟืองแต่ละตัวต้องมีประสิทธิภาพและทำงานไปพร้อมๆ กัน
    จังหวัดตรังของเรามีจุดเด่นในเรื่องของจุดยุทธศาสตร์ ด้วยทำเลที่ตั้งเองทำให้ตรังมีความพร้อมในเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติ มีทั้งป่าที่อุดมสมบูรณ์ มีน้ำตก ภูเขา และทะเลสวย ฉะนั้นการท่องเที่ยวในจังหวัดตรังควรได้รับการสนับสนุนและส่งเสริม เพราะดิฉันเชื่อว่าการท่องเที่ยวสามารถนำมาเป็นจุดขายหลักที่สามารถทำรายได้เข้าจังหวัดมหาศาล ถ้าภาคท่องเที่ยวได้รับการส่งเสริมจะส่งผลดีต่อภาคบริการและฟื้นฟูการท่องเที่ยวไทยซึ่งทำรายได้อันดับ 1 ในมุมมองส่วนตัว อำเภอหาดสำราญมีศักยภาพที่จะส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดตรังที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ เนื่องจากเป็นพื้นที่ติดทะเล วิถีชีวิตชาวบ้านแถวนั้นน่าสนใจ และยังได้รับการรับรองจากกรมควบคุมมลพิษให้เป็นปอดแห่งใหม่ เป็นเมืองที่มีคุณภาพอากาศดีเป็นลำดับต้นๆ ของเมืองไทย
    แต่การที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวนั้น คิดว่าการคมนาคมต้องมีการพัฒนาไปพร้อมๆ กัน ท้องถิ่นควรให้ความสำคัญกับการบริการสาธารณะที่อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนโดยไม่ต้องคำนึงถึงผลกำไร ดิฉันเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งกับการให้บริการรถโดยสารประจำทาง (สีม่วง) รอบตัวเมืองตรัง โดยมีจุดรับ-ส่งผู้โดยสารเริ่มจากสนามบิน ไปจนถึงสถานศึกษา เพราะคิดว่าเป็นรูปแบบการบริการที่ประชาชนสามารถจับต้องได้ อำนวยความสะดวกให้ประชาชนได้จริง แต่อย่างไรก็ตาม ในอนาคตก็อยากให้มีการขยายเส้นทางไปต่างอำเภอและเข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยวทุกแห่ง
    นอกเหนือจากทรัพยากรธรรมชาติ ดิฉันเชื่อว่าจังหวัดตรังยังมีความพร้อมในทรัพยากรบุคคล ค่านิยมเดิมๆ ในการประกอบอาชีพหลักเพียงอาชีพเดียวควรจะถูกเปลี่ยน ที่เห็นได้ชัดเจน คือคนตรังส่วนใหญ่ฝากชีวิตไว้กับพืชเศรษฐกิจ โดยเฉพาะยางพาราและปาล์มน้ำมัน ไม่ได้มีอาชีพเสริม ทำให้เมื่อราคายางพาราตกต่ำก็จะกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ เนื่องจากรายได้ต่อครัวเรือนลดน้อยลง บางครอบครัวถึงกับมีรายได้ไม่พอส่งลูกหลานเรียน ทำให้กระทบไปถึงเรื่องการเข้าถึงการศึกษา นอกจากจะช่วยคนตรังในการหาทางออกในเรื่องของราคายางและปาล์มแล้ว ดิฉันจะสนับสนุนและสร้างค่านิยมให้แต่ละครอบครัวมีการประกอบอาชีพเสริม ไม่ยึดติดกับราคาพืชผล ตอนนี้ส่วนตัวกำลังศึกษาและผลักดันในเรื่องของกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) เพราะอยากจะแก้ไขปัญหาการว่างงาน และเพิ่มรายได้ให้แต่ละครัวเรือน เพื่อสนับสนุนช่วยชาวบ้านอีกทางหนึ่ง ส่งเสริมให้ปลูกพืชที่มีแนวโน้มจะเป็นพืชเศรษฐกิจได้ เช่น พริกไทยพันธุ์ปะเหลียน, ต้นสะตอพันธุ์ตรัง 1 เป็นต้น
    นอกจากนี้ ในด้านเศรษฐกิจ จังหวัดตรังเองมีท่าเรือนานาชาติตรัง (ท่าเรือบ้านนาเกลือ) อยู่ที่อำเภอกันตัง ซึ่งอยู่ในการควบคุมดูแลขององค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง ด้วยทำเลของจังหวัดตรังและที่ตั้งของท่าเรือ ถือได้ว่าจังหวัดตรังมีศักยภาพที่จะเป็นประตูสู่อันดามัน ทุกภาคส่วนควรช่วยกันทำให้ท่าเรือแห่งนี้เกิด นอกจากจะช่วยลดต้นทุนในการส่งออกสินค้าให้กับผู้ประกอบการในจังหวัด ยังเป็นการเพิ่มสถิติการส่งออกให้กับประเทศอีกด้วย โดยส่วนตัวเคยได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนในการนำเสนอศักยภาพของท่าเรือนานาชาติตรังต่อชาวต่างชาติบ่อยครั้ง และตั้งใจจะสานต่อเพื่อผลักดันให้เป็นท่าเรือแห่งความภาคภูมิใจของชาวตรัง
    ดิฉันตั้งใจจะเข้ามาทำงานเพื่อสังคม นำความรู้ ความสามารถมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด สานต่อ ปรับปรุง ทำให้เกิดสิ่งใหม่ๆ โดยเน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืน ไม่ฉาบฉวย และตั้งใจเข้ามาเป็นตัวช่วยประสานทุกภาคส่วนให้ทำงานไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีเป้าหมายในการขับเคลื่อนเมืองตรังไปข้างหน้า เพราะดิฉันยังคงเชื่อว่าทุกภาคส่วนมีจุดที่เชื่อมต่อกันได้.


นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ 
ประวัติการศึกษา
• ปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (จบ 3 ปีครึ่ง)
• เนติบัณฑิตไทย สมัย 67
• ปริญญาโท นิติศาสตรมหาบัณฑิต สาขากฎหมายประกันภัย (เกียรตินิยมอันดับ 2) จากมหาวิทยาลัยควีนแมรี กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
• ปริญญาโท นิติศาสตรมหาบัณฑิต สาขากฎหมายการค้าระหว่างประเทศ (เกียรตินิยมอันดับ 1) จากมหาวิทยาลัยเคนต์ กรุงแคนเทอร์เบอรี ประเทศอังกฤษ
ประวัติการทำงาน
• อดีตเลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง (นายกิจ หลีกภัย)
• รองประธานสมาคมคนไทยในมหาวิทยาลัยเคนต์ (หัวหน่ายฝ่ายกิจกรรม) ในระหว่างศึกษาระดับปริญญาโท ณ กรุงแคนเทอร์เบอรี ประเทศอังกฤษ.


​​​​​​​ ไม่มีอาชญากรรมใดที่สมบูรณ์แบบ อาชญากรย่อมทิ้งร่องรอยเสมอ ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้สืบสวนที่จะค้นหาร่องรอยหลักฐานนั้นพบหรือไม่

ที่ไม่ได้วินิจฉัย 'ใช่ว่าไม่ผิด'
'ศิษย์หนุ่มกับอาจารย์ทารก'
๒๑ มกรา 'มีใครจะลาบวช?'
ดิ้นกันไปเมื่อรู้ว่า 'ใกล้เมรุ'
ปิยบุตร "ยังเป็นคนอยู่หรือ?"
ประชาธิปัตย์ 'ก่อนศตวรรษ'?