อียูเสนอเพิ่มชื่อ 'ซาอุดีอาระเบีย' เข้าแบล็กลิสต์ฟอกเงิน


   

คณะกรรมาธิการยุโรปเสนอปรับปรุงรายชื่อแบล็กลิสต์ประเทศและดินแดนที่บกพร่องในการดำเนินการเพื่อขัดขวางการให้ทุนสนับสนุนการก่อการร้ายและการฟอกเงิน โดยเพิ่มชื่อ 7 ประเทศซึ่งรวมถึงซาอุดีอาระเบีย, ปานามา และไนจีเรีย

    ข้อเสนอที่คณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ประกาศเมื่อวันพุธที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 จะต้องส่งให้รัฐสภายุโรปลงมติเห็นชอบ และให้ชาติสมาชิก 28 ชาติของสหภาพยุโรป (อียู) รับรองภายใน 1 เดือน  หรืออาจขยายเวลาเป็น 2 เดือน อย่างไรก็ดี หลายประเทศแสดงความไม่เห็นด้วยกับรายชื่อนี้ เนื่องจากกังวลด้านความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกับซาอุดีอาระเบีย  

    แม้ประเทศที่ติดอยู่ในบัญชีรายชื่อนี้จะไม่เผชิญมาตรการลงโทษจากอียู แต่การมีชื่อติดอยู่ในบัญชีนี้จะส่งผลให้ธนาคารต่างๆ ในอียูต้องตรวจสอบการทำธุรกรรมอย่างเข้มงวดมากขึ้น

    การเสนอเพิ่มซาอุดีอาระเบียไว้ในบัญชีดำนี้ เกิดขึ้นในช่วงยามที่ความสัมพันธ์ระหว่างซาอุดีอาระเบียกับยุโรปตึงเครียดสืบเนื่องจากคดีการสังหารจามัล คาช็อกกี นักข่าวชาวซาอุดีอาระเบีย ภายในสถานกงสุลซาอุดีอาระเบียที่นครอิสตันบูลของตุรกีเมื่อปีที่แล้ว

    ตามรายงานของรอยเตอร์ ขณะนี้ประเทศและดินแดนที่ติดบัญชีดำนี้เพิ่มเป็น 23 แห่ง จากเดิม 16  แห่ง นอกจากซาอุดีอาระเบียแล้ว ประเทศและดินแดนในบัญชีที่อีซีเสนอเพิ่มใหม่ยังรวมถึงปานามา และไนจีเรีย

    ประเทศอื่นๆ ในรายชื่อยังประกอบด้วย ลิเบีย, บอตสวานา, กานา, ซามัว, บาฮามาส และดินแดน 4 แห่งของสหรัฐ ประกอบด้วย อเมริกันซามัว, หมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐ, เปอร์โตริโก และกวม, อัฟกานิสถาน, เกาหลีเหนือ, เอธิโอเปีย, อิหร่าน, อิรัก, ปากีสถาน, ศรีลังกา, ซีเรีย, ตรินิแดดและโตเบโก, ตูนิเซีย และเยเมน

    ส่วนบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา, กายอานา, ลาว, ยูกันดา และวานูอาตู ถูกถอดออกจากบัญชี

    เวรา จูโรวา คณะกรรมาธิการยุโรปด้านการยุติธรรม กล่าวว่า อีซีได้วางมาตรฐานสูงที่สุดในโลกด้านการต่อสู้กับการฟอกเงิน เพื่อสร้างความมั่นใจว่าเงินสกปรกจากประเทศอื่นๆ จะไม่เข้าสู่ระบบการเงินของอียู

    "เงินสกปรกพวกนี้เป็นพลังขับดันเบื้องหลังองค์กรอาชญากรรมและการก่อการร้าย" เธอกล่าว พร้อมเรียกร้องให้ประเทศที่อยู่ในบัญชีนี้จัดการแก้ไขความบกพร่องของตนโดยเร็ว.