เล็งผลซัมมิตฮานอย ประกาศยุติสงครามเกาหลีอย่างเป็นทางการ


เพิ่มเพื่อน    

คาดขบวนรถไฟของคิม จองอึน จะเดินทางถึงเวียดนามเช้ามืดวันอังคาร เพื่อประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กรุงฮานอยวันพุธและพฤหัสบดี เกาหลีใต้มองมีความเป็นไปได้ที่ผู้นำทั้งสองจะบรรลุความตกลงประกาศยุติสงครามเกาหลีอย่างเป็นทางการ

ป้ายขนาดใหญ่ในกรุงฮานอย ประดับธงชาติเกาหลีเหนือและสหรัฐ ต้อนรับการประชุมสุดยอดสัปดาห์นี้ / AFP

    ผู้นำเกาหลีเหนือออกเดินทางด้วยขบวนรถไฟหุ้มเกราะจากกรุงเปียงยางตั้งแต่วันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ โดยเป็นการเดินทางผ่านจีนแผ่นดินใหญ่มาเมืองชายแดนของเวียดนาม ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้รถยนต์เป็นพาหนะลงใต้สู่กรุงฮานอย สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันจันทร์ว่า เจ้าหน้าที่ทางการเวียดนามได้ปิดสถานีรถไฟเมืองด่งดังไม่ให้บุคคลทั่วไปเข้าและวางกำลังเจ้าหน้าที่ติดอาวุธคุ้มกัน

    แหล่งข่าวในเวียดนามเปิดเผยว่า หลังจากเดินทางเป็นระยะทาง 4,000 กิโลเมตร นาน 2 วันครึ่ง ขบวนรถไฟสีเขียวของคิมน่าจะเดินทางมาถึงสถานีด่งดังช่วงเช้ามืดวันอังคาร แล้วจากนั้นคิมน่าจะโดยสารรถยนต์เป็นระยะทางอีก 170 กิโลเมตรมายังกรุงฮานอย โดยทางการเวียดนามได้ปิดถนนตลอดทั้งเส้นตั้งแต่เวลา 06.00-14.00 น.ของวันอังคาร

ทหารเวียดนามรักษาการณ์ใกล้ทางเข้าสถานีรถไฟดั่งดง จังหวัดหลั่งเซิน เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2562 / AFP

    การประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำเกาหลีเหนือและประธานาธิบดีสหรัฐวันที่ 27-28 กุมภาพันธ์นี้ จะเป็นการพบกันครั้งที่ 2 ของทั้งคู่ในชั่วเวลา 8 เดือน หลังจากซัมมิตครั้งแรกที่สิงคโปร์เมื่อเดือนมิถุนายน 2561 ครั้งนั้นพวกเขาให้คำมั่นว่าจะพยายามปลดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลีอย่างสิ้นเชิง ข้อตกลงคลุมเครือฉบับนั้นยังไม่ปรากฏผลลัพธ์เป็นชิ้นเป็นอัน และซัมมิตครั้งนี้ ส.ว.เดโมแครตและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงพากันเตือนทรัมป์ว่า อย่าได้รีบร้อนทำข้อตกลงฉบับใหม่ที่ไม่สามารถบีบให้เกาหลีเหนือล้มเลิกความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์

    ทรัมป์กล่าวที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันอาทิตย์ พยายามลดทอนความคาดหวังว่าซัมมิตที่ฮานอยจะบรรลุความสำเร็จครั้งสำคัญ โดยออกตัวว่า เขาไม่ได้เร่งรีบ และยังคงพอใจตราบใดที่เกาหลีเหนือไม่ทดสอบอาวุธครั้งใหม่

    ครั้งสุดท้ายที่เกาหลีเหนือทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นลูกที่ 6 เกิดเมื่อเดือนกันยายน 2560 และทดสอบขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีปครั้งล่าสุดเดือนพฤศจิกายน 2560

    เอเอฟพีรายงานอ้างคำกล่าวของคิม อึยคยอม โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีบลูเฮาส์ของเกาหลีใต้ว่า มีความเป็นไปได้ที่ซัมมิตฮานอยครั้งนี้ สหรัฐและเกาหลีเหนือจะบรรลุความตกลงเพื่อประกาศยุติสงครามเกาหลีอย่างเป็นทางการ

    สงครามเกาหลีระหว่างปี 2493-2496 จบลงด้วยการลงนามสัญญาสงบศึก แทนที่จะเป็นการลงนามสนธิสัญญาสันติภาพ ฉะนั้นในทางเทคนิคเกาหลีเหนือและสหรัฐซึ่งหนุนหลังเกาหลีใต้ จึงยังมีสถานะเป็นศัตรูสงคราม

    ประธานาธิบดีมุน แจอิน ของเกาหลีใต้ กล่าวไว้เมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมาว่า การประกาศยุติสงครามอย่างเป็นทางการนั้นเป็นเรื่องของเงื่อนเวลาเท่านั้น

    เมื่อต้นเดือนนี้ สตีเฟน บีกัน ผู้แทนพิเศษของสหรัฐด้านเกาหลีเหนือ ก็เคยบอกทำนองคล้ายกันนี้ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ "พร้อมจะยุติสงครามนี้" กระพือการคาดเดาว่าการประกาศยุติสงครามน่าจะเกิดในอนาคตอันใกล้

    กระนั้น โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้รายเดิมกล่าวว่า ต่อให้ผู้นำทั้งสองประกาศยุติสงครามเกาหลี แต่การลงนามสนธิสัญญาสันติภาพน่าจะต้องรอลงนามกันเป็นขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการปลดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งอาจต้องกินเวลาอันยาวนานจึงจะเป็นจริง

    "สนธิสัญญาสันติภาพกับคำประกาศยุติสงครามนั้นแตกต่างกัน" โฆษกคิมกล่าว และว่าสนธิสัญญาสันติภาพนั้นเป็นเรื่องพหุภาคีที่เกี่ยวข้องกับเกาหลีใต้และจีนด้วย

    ความตกลงสงบศึกนั้นลงนามโดยเกาหลีเหนือ, กองบัญชาการองค์การสหประชาชาติภายใต้การนำของสหรัฐ และจีน.


นี่...พูดกันตามเนื้องานเลยนะ ฝ่ายค้าน ๕-๖ พรรค "เพื่อไทย" เป็นแกนนำ พูดประจำว่า "เข้ามาทำหน้าที่เป็นปากเสียงแทนประชาชน" ในรัฐสภา จะเข้าปีที่ ๓ อยู่อีกไม่กี่เดือน

เหตุจาก 'เลือดนอง' กลางจอ
สืบสายโลหิต 'ม็อบ ๓ นิ้ว'
ก็มันยาว "ก่อนจะเป็นศพ"
'แค้นอาฆาต' ของคนคด
ประจักษ์ชัดแล้วว่า 'ล้มล้าง'
ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์