เกาหลีเหนือย้ำ 'คิม' พร้อมซัมมิต 'ทรัมป์' อีก


   

เกาหลีเหนือมองซัมมิตระหว่างคิม จองอึน กับโดนัลด์ ทรัมป์ ประสบความสำเร็จ ให้คำมั่นทั้งคู่จะพบกันอีก ขณะกระทรวงการต่างประเทศรีบชี้แจงแย้งคำกล่าวทรัมป์ ระบุคิมแค่เรียกร้องให้ยกเลิกคว่ำบาตรบางส่วนแลกกับปิดโรงปฏิกรณ์ยองพยอน

ภาพถ่ายที่เคซีเอ็นเอเผยแพร่เมื่อวันที่ 1 มี.ค. คิม จองอึน และโดนัลด์ ทรัมป์ เดินสนทนากันที่สวนด้านนอกของโรงแรมโซฟิเทลเลเจนด์เมโทรโพล เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2562  / KCNA VIA KNS / AFP

    คำแถลงจากฝั่งเกาหลีเหนือเมื่อวันศุกร์ที่ 1 มีนาคม เปิดโอกาสให้สหรัฐและเกาหลีเหนือสานต่อความพยายามทางการทูตต่อไปถึงแม้ว่าการประชุมสุดยอดครั้งที่ 2 ระหว่างทรัมป์และคิมที่กรุงฮานอยปิดฉากลงเมื่อวันพฤหัสบดีโดยไม่มีข้อตกลงหรือการออกแถลงการณ์ร่วมใดๆ

    ประธานาธิบดีทรัมป์แถลงก่อนเดินทางกลับกรุงวอชิงตันทันทีในวันพฤหัสบดี โดยยืนกรานว่าเขาไม่ต้องการรีบร้อนทำข้อตกลงที่แย่ๆ และตัดสินใจเดินจากมาเมื่อคิมเรียกร้องให้ยกเลิกการคว่ำบาตรทั้งหมด

    แต่เอเอฟพีรายงานว่า รัฐมนตรีต่างประเทศของเกาหลีเหนือได้จัดแถลงข่าวช่วงดึกแบบที่ไม่ปรากฏให้เห็นนัก ชี้แจงว่า เกาหลีเหนือเพียงต้องการให้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรบางส่วนเท่านั้น และเกาหลีเหนือยื่นข้อเสนอสุดท้ายและเป็นข้อเสนอที่ดีที่สุด ด้วยการจะปิดโรงผลิตนิวเคลียร์ทั้งหมดที่โรงปฏิกรณ์นิวเคลียร์ยองพยอน

    แม้จะหาความเห็นพ้องกันไม่ได้ แต่รายงานของสำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) ของทางการเปียงยาง เมื่อวันศุกร์ กลับรายงานว่า ทรัมป์และคิมมีการสนทนาแลกเปลี่ยนกันอย่างสร้างสรรค์และตรงไปตรงมา

    รายงานกล่าวด้วยว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและเกาหลีเหนือมีความเป็นศัตรูและไม่เชื่อใจกันมานานหลายสิบปี และถึงแม้ว่าการสร้างความสัมพันธ์ใหม่จะมีความยุ่งยากและความยากลำบากอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การประชุมสุดยอดที่กรุงฮานอยยังถือว่า "ประสบความสำเร็จ" และคิมได้ให้คำมั่นกับทรัมป์ว่าจะพบกันอีก

    ผลลัพธ์ของซัมมิตครั้งนี้ย่ำแย่กว่าซัมมิตที่สิงคโปร์เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว และไม่เป็นไปตามความคาดหวังก่อนการประชุม หลังจากนักวิจารณ์กล่าวกันว่า ซัมมิตที่สิงคโปร์ซึ่งผู้นำทั้งสองได้ลงนามความตกลงร่วมกันที่เกาหลีเหนือให้คำมั่นอย่างคลุมเครือว่าปลดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลีอย่างสิ้นเชิงนั้น เต็มไปได้รูปแบบมากกว่าเนื้อหาสาระ

    เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐกล่าวกันว่า สัปดาห์ก่อนหน้าการประชุมที่ฮานอย เกาหลีเหนือเรียกร้องให้สหรัฐยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจทั้งหมด ที่ออกตามข้อมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาตินับแต่เดือนมีนาคม 2559 ก่อนหน้านั้นการคว่ำบาตรส่วนใหญ่เน้นที่การป้องกันการถ่ายโอนเทคโนโลยี แต่หลังจากนั้นมาตรการลงโทษได้ครอบคลุมถึงอุตสาหกรรมสำคัญของเกาหลีเหนือ เช่น ถ่านหินและสินแร่เหล็ก, อาหารทะเล และสิ่งทอ

    เจ้าหน้าที่คนหนึ่งกล่าวว่า เกาหลีเหนือต้องการให้ยกเลิกการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเหล่านี้ทั้งหมดยกเว้นอาวุธ ในขณะที่เกาหลีเหนือเสนอแค่จะปิดโรงปฏิกรณ์ยองพยอนเพียงบางส่วน ทว่า ในความเป็นจริงแล้วเชื่อกันว่าเกาหลีเหนือยังมีโรงเสริมคุณภาพยูเรเนียมแห่งอื่นๆ อีก

    ด้านไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวกับผู้สื่อข่าวระหว่างเยือนฟิลิปปินส์ว่า สหรัฐมีความกระวนกระวายอยากกลับสู่โต๊ะเจรจาอีกครั้งเพื่อสานต่อการสนทนาที่จะก่อให้เกิดสันติภาพและเสถียรภาพได้ในท้ายที่สุด

คิม จองอึน จับมือกับประธานาธิบดีเหงียน ฝู จ่อง ที่ทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงฮานอย เมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2562 / AFP

    คิม จองอึน ยังคงอยู่ในเวียดนามต่อในวันศุกร์เพื่อเริ่มการเยือนอย่างเป็นทางการ และพบปะกับเหงียน ฝู จ่อง ประธานาธิบดีและเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์, นายกฯ เหงียน ซวน ฟุ และนางเหงียน ถิ กิม เงิน ประธานรัฐสภา โดยเขามีกำหนดเดินทางกลับด้วยรถไฟหุ้มเกราะในวันเสาร์

    การเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการครั้งนี้เป็นการเยือนต่างประเทศเป็นประเทศที่ 4 ของคิมในช่วงเวลาไม่ถึง 12 เดือน ต่อจากจีน, เกาหลีใต้ และสิงคโปร์ และเป็นการเยือนของผู้นำเกาหลีเหนือครั้งแรกนับแต่คิม อิลซุง ปู่ของเขามาเยือนเวียดนามเมื่อปี 2537.


เอ่อ.......... ไม่รู้จะคุยอะไร เห็นบางพรรค บาง ส.ส.ทั้งแย่ง ทั้งทวง ทั้งขู่ จะเอาเก้าอี้รัฐมนตรีกัน

เรื่องพานกับ 'คนนอกคอก'
ประชาธิปไตย 'พานไหว้ครู'
โลกจะสวยด้วย "จิตให้"
'แม่มด' หรือคน 'คดแผ่นดิน'
'ด้วยยินดีและสิ่งที่ห่วงใย'
'๑ หญิง ๒ ชาย' ที่ไปด้วยกัน