'ทรัมป์' โอ่พ้นมลทิน ผลสอบชุด 'มุลเลอร์' ไม่พบหลักฐานสมคบรัสเซีย


   

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตีปีกอ้างพ้นมลทินแล้วทั้งหมด หลังผลสอบสวนของอัยการพิเศษโรเบิร์ต มุลเลอร์ ที่ใช้เวลาทำงานนานร่วม 2 ปี ได้บทสรุปว่า ไม่พบหลักฐานการสมรู้ร่วมคิดระหว่างทรัมป์กับรัสเซียในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐปี 2559 แต่ไม่ได้ฟันธงว่าทรัมป์ปราศจากความผิดกรณีขัดขวางกระบวนการยุติธรรมหรือไม่

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่สนามบินนานาชาติปาล์มบีช รัฐฟลอริดา เมื่อวันอาทิตย์ / AFP

    สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2562 ว่าอัยการพิเศษมุลเลอร์ประกาศยุติการสอบสวนยาวนาน 22 เดือนของเขาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และได้ส่งมอบรายงานผลการสอบสวนที่เป็นความลับนี้แก่กระทรวงยุติธรรม ซึ่งวิลเลียม บาร์ รัฐมนตรียุติธรรมสหรัฐคนใหม่ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนที่แล้ว ได้ทำบทสรุปความยาว 4 หน้าเปิดเผยต่อสาธารณชน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา

    บาร์ยืนยันว่า คณะสอบสวนของอัยการพิเศษมุลเลอร์ไม่พบหลักฐานพิสูจน์การกระทำความผิดของประธานาธิบดีทรัมป์ที่จะนำไปสู่การตั้งข้อหา อีกทั้งยังไม่พบว่ามีบุคคลใดในคณะหาเสียงของทรัมป์ "สมรู้ร่วมคิดหรือร่วมมือกับรัฐบาลรัสเซีย"

    มุลเลอร์ได้รับแต่งตั้งจากกระทรวงยุติธรรมให้สอบสวนว่า คณะทำงานของทรัมป์สมคบคิดกับรัสเซียในการเลือกตั้งปี 2559 เพื่อช่วยให้ทรัมป์เอาชนะนางฮิลลารี คลินตัน คู่แข่งจากเดโมแครต หรือไม่ ทรัมป์มักโจมตีการสอบสวนของมุลเลอร์ว่าเป็น "การล่าแม่มด" ภายหลังรู้ผล ทรัมป์รีบประกาศชัยชนะทันที โดยอ้างว่าเขาพ้นความผิดอย่างสมบูรณ์

    "นี่เป็นความพยายามโค่นตำแหน่งอย่างผิดกฎหมายที่ล้มเหลว" ทรัมป์กล่าวกับนักข่าว "น่าอายที่ประเทศของเราต้องมาผจญกับอะไรแบบนี้"

    ผลที่ออกมาน่าจะเข้าทางทรัมป์และรีพับลิกันที่สามารถใช้เป็นเครื่องมือหาเสียงและโจมตีคู่แข่งในการเลือกตั้งปี 2563 ขณะที่สมาชิกเดโมแครตหลายคนแสดงความไม่พอใจกับผลการสอบสวน และยืนกรานจะเดินหน้าการสอบสวนโดยสภาคองเกรสเกี่ยวกับการทำธุรกิจและเรื่องอื้อฉาวส่วนตัวของทรัมป์ต่อไป ทั้งยังเรียกร้องให้กระทรวงยุติธรรมเปิดเผยผลการสอบสวนฉบับเต็ม โดยเฉพาะประเด็นการขัดขวางกระบวนการยุติธรรม

โรเบิร์ต มุลเลอร์ อัยการพิเศษ เดินออกจากโบสถ์ในกรุงวอชิงตันหลังเสร็จพิธีมิสซาเมื่อวันอาทิตย์ / AFP

    ฝ่ายตรงข้ามหลายรายกล่าวหาทรัมป์ว่าขัดขวางกระบวนการสอบสวนคำกล่าวหาเกี่ยวกับรัสเซีย จากกรณีที่ทรัมป์สั่งปลดเจมส์ คอมีย์ พ้นตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) เมื่อปี 2560 ประเด็นนี้มุลเลอร์ไม่ได้ให้ข้อสรุปว่าทรัมป์ทำผิดกฎหมายหรือไม่ แต่ก็ไม่ได้ระบุว่าทรัมป์พ้นจากความผิด เขาส่งหลักฐานที่มีให้บาร์เป็นผู้ตัดสินใจเองว่าจะดำเนินคดีกับทรัมป์หรือไม่ แต่บาร์และร็อด โรเซ็นสไตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ ลงความเห็นกันว่า หลักฐานที่ได้ไม่เพียงพอต่อการตั้งข้อหาทรัมป์ว่าขัดขวางกระบวนการยุติธรรม

    ความคลุมเครือนี้ทำให้ ส.ส.แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐพรรคเดโมแครต และ ส.ว.ชัค ชูเมอร์ ผู้นำ ส.ว.เสียงข้างน้อยพรรคเดโมแครต ออกแถลงการณ์ร่วม ระบุว่า ข้อเท็จจริงที่ว่ามุลเลอร์ไม่ได้ชี้ว่าทรัมป์ปราศจากความผิดกรณีขัดขวางกระบวนการยุติธรรม แสดงให้เห็นว่ามีความเร่งด่วนเพียงใดที่รายงานฉบับสมบูรณ์และเอกสารอ้างอิงต้องได้รับการเปิดเผยต่อสาธารณะอย่างไม่รอช้า

    ส.ว.ริชาร์ด เบอร์ ประธานคณะกรรมาธิการการข่าวกรอง วุฒิสภา จากพรรครีพับลิกัน ก็เห็นด้วยเช่นกันว่า บาร์ควรเปิดเผยรายงานของมุลเลอร์ให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

    การสอบสวนของมุลเลอร์แม้จะไม่พบหลักฐานการทำความผิดของทรัมป์ แต่ผลข้างเคียงนำไปสู่การตั้งข้อหาบุคคล 34 คน อดีตผู้ช่วยคนสำคัญของทรัมป์หลายรายถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสมคบคิดกับรัสเซีย ไม่ว่าจะเป็นพอล มานาฟอร์ต อดีตประธานหาเสียง, ไมค์ ฟลินน์ อดีตที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ และไมเคิล โคเฮน อดีตทนายความส่วนตัวของทรัมป์.


พฤหัสฯ-ศุกร์ "๒๕-๒๖ ก.ค." นี้ ที่เวที ทีโอที แจ้งวัฒนะ"ค้าน-รัฐบาล-วุฒิสมาชิก".........ยกทีมสามเส้าปะทะในศึก "แถลงนโยบายรัฐบาล" โดยประธานรัฐสภา "ชวน หลีกภัย" เป็นโปรโมเตอร์ใหญ่

'เลี้ยงลูกสไตล์อิสราเอล'
'ประยุทธ์-ธนาธร' หวยออกที่ใคร?
"ขายชาติ" ปรากฏว่า "ขาดทุน"
'ช่วยกันมองประเทศสักครั้ง'
เรื่อง 'แค้นกับค้าน' ในสภา
ล้างมรดก คสช.=ดับอนาคตใหม่