ประยุทธ์หารือ‘สี’ หนุนแนวคิด‘BRI’ เชื่อมThailand4.0


เพิ่มเพื่อน    

 “ประยุทธ์” ร่วมถกเวทีข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง หารือทวิภาคีทั้ง “หลี่ เค่อเฉียง-สี จิ้นผิง” ยืนยันไทยพร้อมสนับสนุนแนวคิด BRF สอดรับ “ไทยแลนด์ 4.0-อีอีซี” ย้ำเร่งโครงการรถไฟไทย-จีนตามกำหนด

เมื่อวันที่ 26 เม.ย. เวลา 06.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา และคณะ เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเข้าร่วมการประชุมเวทีข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง (BRF) ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 26-27 เม.ย. โดยมีนางหลิว ยู่ฟาง รองเลขาธิการสภาประชาชนกรุงปักกิ่ง รอให้การต้อนรับ 
โดยในเวลา 08.00 น. คณะของ พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินเข้ามาโรงแรมที่พักเพื่อรับฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับการประชุม ก่อนในเวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์จะร่วมพิธีเปิดการประชุมเวทีข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง และกล่าวสุนทรพจน์ระหว่างการประชุมระดับสูง ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติจีน โดยนายหาน เจิ้ง รองนายกฯ จีน จะเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงอาหารกลางวัน ณ เรือนรับรองเตี้ยวหยูไถ
พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงสุนทรพจน์ของ พล.อ.ประยุทธ์ว่า นายกฯ ได้ขอบคุณรัฐบาลจีนที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น และชื่นชมยินดีที่ได้เห็นจีนพัฒนาเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดด จนเป็นตัวแปรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเอเชียและของโลก และแจ้งว่าไทยในฐานะประธานอาเซียนมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนความสัมพันธ์ที่สำคัญนี้ให้ก้าวหน้าต่อไปภายใต้แนวคิดร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล และยั่งยืน
พล.ท.วีรชนกล่าวว่า นายกฯ เห็นว่ายุทธศาสตร์สายแถบและเส้นทาง (BRI) เป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่จะกำหนดทิศทางการพัฒนาเชิงยุทธศาสตร์ของโลก และสอดคล้องกับเป้าหมายหลักการของอาเซียน และประเทศในภูมิภาค เพราะจะช่วยส่งเสริมความร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ เพื่อความเจริญรุ่งเรือง สันติภาพและอนาคตร่วมกัน พร้อมยืนยันว่าไทยจะยังมุ่งสร้างความร่วมมือกับหุ้นส่วนทั้งในและนอกภูมิภาค บนพื้นฐานของความโปร่งใสและผลประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งสอดคล้องกับหลักการของ BRI
“ไทยและอาเซียนเล็งเห็นความสำคัญของการเชื่อมต่ออาเซียนสู่โลกผ่าน BRI นอกจากนี้ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) จะเป็นหนึ่งในโครงการแม่แบบในการสร้างฐาน เพื่อเชื่อมโยงไทยเข้ากับประเทศเพื่อนบ้านและภูมิภาคใกล้เคียง จึงขอเชิญชวนจีนให้เข้ามาเป็นหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาของ ACMECs เพื่อขับเคลื่อน BRI ในอาเซียน ขณะที่ด้านกฎระเบียบส่งเสริมความเชื่อมโยงทางการค้า จะเร่งรัดการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ที่ไทยตั้งเป้าที่จะผลักดันให้ได้ข้อสรุปภายในปีนี้ รวมทั้งด้านดิจิทัลไทยยินดีที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมสนใจจะร่วมมือกับจีนและฮ่องกง ในโครงการเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกระบบใหม่” พล.ท.วีรชนกล่าวถึงสุนทรพจน์ของ พล.อ.ประยุทธ์
พล.ท.วีรชนกล่าวอีกว่า นายกฯ ยังย้ำว่าไทยต้องการเห็นยุทธศาสตร์ BRI ประสบความสำเร็จ และต้องการเห็นไทย อาเซียน จีน และมิตรประเทศทุกประเทศ ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดอย่างฉันมิตรสร้างสรรค์ เพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน เพื่อสันติภาพของภูมิภาคและของโลก และเพื่อการพัฒนามั่งคั่งของพลเมืองของเรา
ต่อมาเวลา 15.55 น. ตามเวลาท้องถิ่น พล.อ.ประยุทธ์หารือกับนายหลี่ เค่อเฉียง นายกฯ จีน ในระหว่างเข้าร่วมการประชุมเวทีข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง โดย พล.ท.วีรชนระบุว่า ในการหารือนายกฯ ระบุว่าข้อริเริ่มหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของไทยที่ให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงในภูมิภาค และไทยพร้อมเป็นสะพานเชื่อมโยงระหว่างจีน ประเทศกลุ่ม ACMECS และอาเซียน จึงหวังว่าทุกฝ่ายจะร่วมกันส่งเสริมความเชื่อมโยงด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ดิจิทัล เทคโนโลยีและนวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐานระหว่างกัน 
พล.ท.วีรชนกล่าวว่า นายกฯ ยังกล่าวชื่นชมวิสัยทัศน์ของผู้นำจีนที่พัฒนาและปฏิรูปประเทศจนมีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว และยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนชาวจีน ไทยหวังว่าจะได้ร่วมมือกับจีนเพื่อเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกันต่อไป ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงความสัมพันธ์ทวิภาคี โดยผู้นำไทยและจีนต่างยินดีที่ทั้งสองประเทศ มีความสัมพันธ์ที่ราบรื่นและใกล้ชิดกันมาอย่างยาวนาน ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ดีสำหรับการสร้างความร่วมมือที่ใกล้ชิด และผลักดันความร่วมมือเชิงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่รอบด้าน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและความเชื่อมโยง ให้มีผลเป็นรูปธรรม พร้อมกล่าวเชิญนายหลี่มาเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ในช่วงการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกครั้งที่ 14 ที่ไทยด้วย
     “ในโอกาสนี้ นายกฯ ยังกล่าวเชิญชวนผู้ประกอบการของจีนเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย Made in China 2025 ของจีน และยังเน้นย้ำว่าไทยได้เร่งรัดให้โครงการรถไฟไทย-จีน ให้คืบหน้าตามกำหนด จึงขอให้ทั้งสองฝ่ายร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดต่อไป” พล.ท.วีรชนระบุ  
     และในเวลา 18.15 น. พล.อ.ประยุทธ์หารือทวิภาคีกับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ มหาศาลาประชาชน ภายหลังการหารือ พล.ท.วีรชนระบุว่า นายกฯ แสดงความชื่นชมต่อการจัดเวทีหารือที่น่าสนใจครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นกิจกรรมด้านการต่างประเทศของจีนที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง และยินดีที่มาเข้าร่วมการประชุมในฐานะผู้นำของไทยและประธานอาเซียน ทั้งนี้ ยังได้ชื่นชมจีนที่มีพัฒนาการหลายด้าน ภายใต้การนำของประธานาธิบดีสี โดยเฉพาะความสำเร็จในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการพัฒนาสังคม การลดความยากจน และการแก้ไขปัญหามลพิษของจีน ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ไทยประสงค์จะศึกษาเรียนรู้ด้วย พร้อมขอบคุณรัฐบาลจีนสำหรับมิตรภาพและความช่วยเหลืออย่างเสมอมา 
“ทั้งสองฝ่ายต่างย้ำเจตนารมณ์ที่จะผลักดันความสัมพันธ์ไทย-จีน และความร่วมมือเชิงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่รอบด้านให้เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและความเชื่อมโยงที่จะสอดคล้องกับ Thailand 4.0 และ BRI และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองฝ่ายร่วมกันทำงานอย่างแข็งขันต่อไป ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดไทย-จีน จะเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูมิภาคให้ก้าวหน้าต่อไป” พล.ท.วีรชนระบุ 
พล.ท.วีรชนกล่าวว่า ด้านประธานาธิบดีจีนพร้อมแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ และให้ความร่วมมือในสาขาที่จีนมีความเชี่ยวชาญ และจีนพร้อมสนับสนุนบทบาทการเป็นประธานอาเซียนของไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรียืนยันเดินหน้าการดำเนินการตามแนวคิดหลักร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล และยั่งยืน โดยเฉพาะการสานต่อข้อริเริ่มต่างๆ ของอาเซียนให้บรรลุผลเป็นรูปธรรม และหวังให้จีนสนับสนุนให้มีการสรุปผลการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคภายในปีนี้ ซึ่งสอดคล้องกับความตั้งใจของจีนและไทย พร้อมแสดงความขอบคุณการสนับสนุนของจีนในการเปิดสำนักงานเศรษฐกิจและการค้าฮ่องกงประจำประเทศไทย เพื่อเติมเต็มกลไกการประสานงานระหว่างไทย-ฮ่องกง-จีน ในยุคใหม่.
 


ย่ำเท้าอยู่กับเรื่อง "ล่มชาติ-ล่มสถาบัน" มันช่างไร้สาระ "ถ่วงความเจริญบ้านเมืองเสียจริงๆ"

'กราบเดียว' จันทร์ส่องหล้า
กระจกสภา 'ชุมพล จุลใส'
อำนาจแท้จริง "ประชาชน"
'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ'
'พระผู้ไม่ทอดทิ้งประชาชน'
ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'