จีนกริ้ว 'ทรัมป์' ขึ้นบัญชีดำหัวเว่ย เตือนกระทบสัมพันธ์


   

รัฐบาลจีนเตือนสหรัฐยุติการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งจะกระทบสัมพันธ์ทางการค้าและเศรษฐกิจระหว่างกัน ภายหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามคำสั่งเมื่อวันพุธ ห้ามบริษัทหัวเว่ยของจีนเข้าตลาดสหรัฐ เพิ่มพูนความตึงเครียดทางการค้าที่มีอยู่เดิม

แฟ้มภาพ โลโก้บริษัทหัวเว่ยที่นิทรรศการนวัตกรรมและสตาร์ทอัพวีวาเทคที่กรุงปารีส / AFP

    ความขัดแย้งกรณีหัวเว่ยยังทำให้ความพยายามรื้อฟื้นการเจรจาทำข้อตกลงทางการค้าระหว่างจีน-สหรัฐอยู่ในภาวะไม่แน่นอน หลังจากทั้ง 2 ฝ่ายเพิ่งขึ้นภาษีศุลกากรตอบโต้กันไปมาเมื่อไม่กี่วันก่อน คำแถลงของกระทรวงพาณิชย์ของจีนเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม 2562 ปฏิเสธว่าจีนไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับแผนการเจรจาการค้ากันต่อที่กรุงปักกิ่ง หลังจากสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังของสหรัฐ กล่าวว่า เขาอาจจะมาเยือนปักกิ่งในอนาคตอันใกล้

    เกา เฟิง โฆษกกระทรวง แถลงว่า กลยุทธ์รังแกและกดดันถึงขีดสุดของสหรัฐนั้นทำให้การเจรจาเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐเสื่อมถอยลงอย่างร้ายแรง

    เมื่อวันพุธ ทรัมป์พุ่งเป้าเล่นงานบริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของจีนแห่งนี้อีกขั้น ด้วยการลงนามคำสั่งประธานาธิบดีห้ามการซื้อหรือใช้อุปกรณ์จากบริษัทที่ก่อความเสี่ยงต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐหรือความปลอดภัยของคนอเมริกันอย่างไม่อาจยอมรับได้

    เอเอฟพีกล่าวว่า แม้ทำเนียบขาวจะยืนกรานว่าคำสั่งของทรัมป์ไม่ได้มีเป้าหมายที่ประเทศหนึ่งประเทศใดหรือบริษัทใดเป็นการเฉพาะ แต่เชื่อว่าน่าจะมีเป้าหมายที่หัวเว่ย ซึ่งสหรัฐหวั่นเกรงว่าจะตกเป็นเครื่องมือของหน่วยงานข่าวกรองของจีน

    วันเดียวกัน หัวเว่ยยังตกเป็นเป้าหมายของกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐโดยตรง ด้วยการขึ้นบัญชีดำห้ามหัวเว่ยใช้ส่วนประกอบจากสหรัฐในผลิตภัณฑ์ของบริษัท ตั้งแต่โทรศัพท์, อุปกรณ์โทรคมนาคม, ฐานข้อมูล และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ

    ทบวงอุตสาหกรรมและความมั่นคง (บีไอเอส) ของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ ประกาศขึ้นบัญชีหัวเว่ยและบริษัทในเครือไว้ในรายชื่อบริษัทหรือบุคคลที่ละเมิดการคว่ำบาตรอิหร่าน อันส่งผลให้บริษัทของสหรัฐที่ต้องการขายหรือถ่ายโอนเทคโนโลยีของอเมริกันไปยังบริษัทหรือบุคคลที่อยู่ในรายชื่อนี้ต้องขออนุญาตจากบีไอเอสก่อน และบีไอเอสสามารถปฏิเสธได้หากเห็นว่าการขายหรือถ่ายโอนนั้นจะทำร้ายความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐหรือผลประโยชน์ด้านนโยบายต่างประเทศ

    เกากล่าวว่า จีนเรียกร้องให้สหรัฐยุติการกระทำที่ไม่ถูกต้อง เพื่อหลีกเลี่ยงการทำร้ายความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐไปยิ่งกว่านี้ "จีนเคยพูดมาหลายครั้งแล้วว่าประเด็นความมั่นคงแห่งชาติไม่ควรถูกล่วงละเมิด" เขากล่าว

    ด้านบริษัทหัวเว่ยออกแถลงการณ์ว่า การห้ามอย่างไม่มีเหตุผลของสหรัฐจะละเมิดสิทธิของบริษัทและก่อคำถามร้ายแรงทางกฎหมาย การห้ามหัวเว่ยจากการดำเนินธุรกิจในสหรัฐจะไม่ทำให้สหรัฐปลอดภัยขึ้นหรือแข็งแกร่งขึ้น แต่กลับจะจำกัดสหรัฐเองให้ต้องใช้ตัวเลือกอื่นที่แพงขึ้น

    ความขัดแย้งเกี่ยวข้องกับบริษัทหัวเว่ยส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนกับแคนาดาเช่นกัน เมื่อวันพฤหัสบดี กระทรวงการต่างประเทศของจีนยืนยันว่า จีนได้จับกุมพลเมืองแคนาดา 2 คนอย่างเป็นทางการแล้ว ฐานต้องสงสัยว่ารวบรวมความลับทางราชการของจีน

    คดีนี้บานปลายจากเหตุการณ์เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ที่แคนาดาจับกุมเมิ่ง ว่านโจว ผู้บริหารของหัวเว่ยที่เป็นบุตรีผู้ก่อตั้งบริษัทนี้ ตามคำร้องขอของทางการสหรัฐเพื่อให้ส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนฐานต้องสงสัยว่าละเมิดการคว่ำบาตรอิหร่าน ไม่กี่วันต่อมา จีนตอบโต้แคนาดาด้วยการจับกุมไมเคิล คอฟริก อดีตนักการทูตแคนาดาในจีน และไมเคิล สเปเวอร์ นักธุรกิจชาวแคนาดา โดยอ้างกฎหมายความมั่นคง.


เรื่อง "นักเรียน" กับ "พานไหว้ครู"กลายเป็น......เรื่อง "เผด็จการทหารหาญ" กับ "ประชาธิปไตยกางเกงในเก่า" ได้เนียนและพิลึกกึกกือ!

โลกจะสวยด้วย "จิตให้"
'แม่มด' หรือคน 'คดแผ่นดิน'
'ด้วยยินดีและสิ่งที่ห่วงใย'
'๑ หญิง ๒ ชาย' ที่ไปด้วยกัน
'แก้รัฐธรรมนูญ' แก้เพื่ออะไร?
Where are you...ทักษิณ?