บริษัทรองเท้ากีฬาวอน 'ทรัมป์' ยุติสงครามการค้าจีน หวั่นภาษีทำหายนะ


   

บริษัทผู้ผลิตรองเท้ากีฬาของสหรัฐมากกว่า 170 ราย นำโดยอาดิดาส, ไนกี้ และพูมา ทำหนังสือถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้ยุติสงครามการค้ากับจีน ระบุหากขึ้นภาษีศุลกากรรองเท้ากีฬาที่นำเข้าจากจีนจะก่อ "หายนะ" ต่ออุตสาหกรรมรองเท้ากีฬาของสหรัฐเอง

ร้านไนกี้ที่เอาต์เลตในนครลอสแองเจลีส / AFP

    รายงานเอเอฟพีและบีบีซีเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2562 กล่าวว่า บริษัทผู้ผลิตรองเท้ากีฬาและผู้ค้าปลีกของสหรัฐ 173 แห่ง รวมตัวกันทำหนังสือส่งถึงประธานาธิบดีทรัมป์ เรียกร้องให้ทรัมป์ยกเว้นสินค้าประเภทนี้จากการขึ้นภาษีศุลกากรรอบใหม่ ที่จะกระทบถึงสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์ โดยระบุว่าการตัดสินใจของทรัมป์ที่จะขึ้นภาษีศุลกากรสินค้านำเข้าจากจีนประเภทนี้จะส่งผลต่อชนชั้นแรงงานในสหรัฐเอง และยังคุกคามอนาคตของธุรกิจบางรายด้วย

    สงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนบานปลายยิ่งขึ้นในเดือนนี้ หลังจากรัฐบาลทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการค้ากันได้ ทรัมป์สั่งขึ้นภาษีศุลกากรสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 200,000 ล้านดอลลาร์ จาก 10% เป็น 25% และยังขู่ว่าจะขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มอีกมูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์ จีนตอบโต้ด้วยการประกาศขึ้นภาษีศุลกากรสินค้านำเข้าจากสหรัฐมูลค่า 60,000 ล้านดอลลาร์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน

    คำขู่ของทรัมป์ที่จะขึ้นภาษีเพิ่มอีกจะส่งผลกับสินค้าอุปโภคบริโภคที่นำเข้าจากจีนเกือบทุกชนิด ซึ่งรวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องนุ่งห่ม เช่น รองเท้ากีฬาและไอโฟน ก่อความหวาดกลัวแก่ผู้ผลิตและผู้ค้าปลีกในสหรัฐที่ต้องพึ่งการนำเข้าสินค้าจากจีน

    จดหมายของกลุ่มผู้ผลิตรองเท้ากีฬากล่าวว่า การเสนอขึ้นภาษีศุลกากรเพิ่ม 25% กับรองเท้า จะกลายเป็นหายนะสำหรับผู้บริโภคของสหรัฐ, บริษัทของสหรัฐ และเศรษฐกิจของสหรัฐโดยรวม บริษัทเหล่านี้กล่าวว่า อุตสาหกรรมรองเท้ากีฬาต้องจ่ายภาษีอยู่แล้ว 3,000 ล้านดอลลาร์ และภาษีศุลกากรที่จะเก็บเพิ่มขึ้นจะยิ่งเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายและราคาสินค้า.


เริ่มหนาวแล้วและอาจได้หนาวถึงขั้วหัวใจกันทั่วหน้า หากยังมีความคิดจะโค่นรัฐธรรมนูญวันนี้เสียงเรียกร้องบอกว่า อยากจะแก้รัฐธรรมนูญ มาในแบบลับลวงพรางเพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน
'ชมกันเองบ้างจะเป็นไรไป'