กากีกะสีเขียว


   

             ร้อนระอุ!!! ทั้งซอยสวนพลูชั่วโมงนี้ หลังจาก ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน ทนายความชื่อดัง หอบเอกสารหลักฐานเข้าร้องเรียนต่อสำนักคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สอบ 4 นายตำรวจระดับสูง เกี่ยวข้องโครงการไบโอแมทริกซ์  หลังพบไม่สามารถเชื่อมต่อระบบสารสนเทศของ ตม.ได้ ซ้ำส่งงานล่าช้า และมีผู้บัญชาการคนหนึ่งเสนอให้ยกเลิกสัญญากับเอกชนแล้ว แต่กลับถูกขยายเวลาส่อไปในทางทำให้รัฐเสียหาย เล่นเอา บิ๊กอู๊ด-พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง รรท.ผบช.สตม.ต้องออกมาชี้แจงโครงการระบบไบโอแมทริกซ์ ยืนยันทุกอย่างดำเนินการอย่างโปร่งใส ไม่มีนอกมีใน การขยายเวลาให้บริษัทที่ได้รับการประมูลติดตั้งโครงการไบโอแมทริกซ์เป็นไปตามขั้นตอนถูกต้อง พร้อมให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบ...แต่ที่ต้องบอก บิ๊กอู๊ด ไม่ธรรมดา คือลูกหยอด ลูกกระแทกเอาคืน ก็ไม่เป็นสองรองใคร เพราะเจ้าตัวบอก "บางครั้งอย่าลืมว่าการขยายสัญญาอาจไม่ได้เป็นความผิดของทางบริษัท แต่อาจเกิดจากการที่ส่งมอบพื้นที่ให้เอกชนไม่ได้ ก็ไม่ใช่ความผิดของคู่สัญญา ในส่วนนี้ก็เป็นเหตุให้ขยายสัญญาได้ แต่หากว่าไม่มีเหตุ แต่ทำไม่เสร็จคู่สัญญาก็ต้องเสียค่าปรับจนกว่าจะใช้ได้ ดังนั้นต้องแยกแยะในส่วนนี้ ไม่ใช่ไปเหมารวม เรื่องนี้อาจจะไม่หมูเหมือนหวย 30  ล้าน" เจ็บๆ คันๆ กันไป (ฮา) ๐

                ความร้อนระอุของ สตม. ไม่หยุดแค่ภายนอกที่ ทนายษิทรา โดดเข้ามาบู๊ เข้ามาตรวจสอบ ภายในก็ไม่ธรรมดา ช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา บิ๊กอู๊ด สะบัดปากกาเซ็นคำสั่ง สตม.ที่ 196/2562 เรื่องกำหนดลักษณะงานและการมอบอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบให้แก่รอง ผบช.สตม.และรองผู้การตำรวจภูธรภาค 7 ปฏิบัติราชการ สตม. และคำสั่ง สตช.ที่ 197/2562 เรื่องมอบหมายหน้าที่ดำเนินการตามมาตรการควบคุมและเสริมสร้างความประพฤติและระเบียบวินัยข้าราชการตำรวจ โดยทั้ง 2 คำสั่งมีการอ้างถึงกรณี สตช. โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ลงนามในบันทึกข้อความถึง ผบช.สกพ.ในคำสั่ง ตร.ที่ 0009.232/3856 ลงวันที่ 31 พ.ค. ให้ บิ๊กโอ๋-พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รอง ผบช.สตม.ไปปฏิบัติราชการที่กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (บช.ทท.) ตามที่ ผบช.ทท.มอบหมายเป็นครั้งคราว โดยไม่ขาดจากต้นสังกัด มีกำหนด 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย.เป็นต้นไป หรือจนกว่าคำสั่งจะมีการเปลี่ยนแปลง แต่ปรากฏว่าการแบ่งงานครั้งนี้ บิ๊กอู๊ด ไม่ได้มอบหมายงานอะไรให้ บิ๊กโอ๋ ซึ่งต่างก็รับรู้ว่า บิ๊กโอ๋ ใกล้ชิดสนิทสนมกับ บิ๊กโจ๊ก-พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีต ผบช.สตม.ที่โดนเด้งเข้ากรุ และสุดท้ายโดนโอนย้ายไปเป็นข้าราชการสำนักนายกฯ ก็เลยมีเสียงวิจารณ์นี่คือรายการ เช็กบิล เด็กโจ๊กหรือเปล่า ๐

                ย้อนไปดูการแบ่งงาน สตม.ของ บิ๊กอู๊ด ครั้งนี้ ก็ต้องบอกว่าแม่ทัพซอยสวนพลูไว้ใจเพื่อนเลิฟ  นรต.40 อย่าง พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.ภ.7 ที่ดึงมาช่วยงานที่ สตม.อย่างมาก เพราะให้คุมงานบริหารและงานจเรตำรวจ เป็นแม่บ้านช่วยงานเพื่อนอย่างใกล้ชิด ส่วนการแบ่งงานอื่นๆ นั้นให้ พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม. ดูแลงานปราบปราม พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย  รอง ผบช.สตม. ดูงานสืบสวน พล.ต.ต.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ รอง ผบช.สตม.ดูแลงานกฎหมายและคดี และ พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม.ดูแลงานมั่นคง ตรงตามความรู้ ความสามารถของแต่ละรายแบบไม่มีผิดฝา ผิดตัว ๐

                เป็นอีกหนึ่งผลงานที่ต้องชื่นชม พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี รรท.ผบก.ภ.จว.สกลนคร พ.ต.อ.วีระพงษ์ พงษ์พุ่ม รอง ผบก.ภ.จว.สกลนคร พ.ต.อ.กิตเตชิษฐ์ บำรุง ผกก.สภ.เมืองสกลนคร พ.ต.ท.วิทยากรณ์  ษมากรวิทิต รอง ผกก.สส.สภ.เมืองสกลนคร และชุดสืบสวน สภ.เมืองสกลนคร นำกำลังบุกทลายขบวนการลักรถจักรยานยนต์ ภายหลังมีการก่อเหตุในพื้นที่จำนวนมาก โดยนำไปขายให้ชาวบ้านขับขี่ตามท้องไร่ท้องนาในราคา 1,500-3,000 บาท เพราะแก๊งขโมยรถ แก๊งลักทรัพย์ สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านโดยตรง โดยเฉพาะการลักรถจักรยานยนต์ การทุบกระจกรถขโมยของ การติดตามจับกุมต้องใช้ทั้งความอดทน ความพยายามอย่างมาก เนื่องจากคดีเหล่านี้พยานหลักฐานหายาก เมื่อจับกุมทลายแก๊งเหล่านี้ได้ ชาวบ้านจึงสาธุปรบมือชื่นชมผลงานตำรวจไทย ๐

                เห็นลีลา ลุงป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ตอบคำถามสื่อเรื่องอนาคตในเก้าอี้ รมว.กลาโหมอีกสมัยแล้วเดายากจริงๆ เพราะยกเรื่อง "สุขภาพที่ไม่ค่อยแข็งแรง" ออกมาเปรยแบบตรงๆ แต่ก็ตบท้ายว่า "ยังไม่รู้ว่าจะกลับมาเป็นอีกหรือไม่ เพราะนายกฯ ยังไม่ได้มาคุย" เล่นเอาแผงหลังที่ยืนฟัง ไม่ว่าจะเป็น เพื่อนป้อม ตท.6 ที่ทำงานในสำนักงานด้วยกัน นายทหารฝ่ายเสนาธิการ ทีมโฆษกกระทรวงกลาโหม ได้ยินแล้วออกอาการเหวอๆ อยู่เหมือนกัน ส่วนหนึ่งอาจ ใจหาย เพราะทำงานกับ "นาย" มานาน แต่ส่วนหนึ่งก็ต้องยอมรับว่า "หมดป้อม" แล้ว ลมใต้ปีกที่เคยหนุนส่งให้ไปอยู่ในตำแหน่งสำคัญจะไม่มีอีกต่อไปแล้ว ๐

                แม้ตอนนี้มีแนวโน้มว่า "ลุงป้อม" น่าจะได้ไปต่อ แต่อีกนัยหนึ่งเก้าอี้ รมว.กลาโหมก็ไม่ได้มีอำนาจล้นเหมือนเมื่อก่อน โดยเฉพาะการโยกย้ายนายทหารระดับ ท็อปไฟว์ รวมไปถึง 5 เสือเหล่าทัพ และ หน่วยระดับคุมกำลังที่โครงสร้างอำนาจเปลี่ยนแปลงไป ส่วนระดับกองทัพภาคก็คงยกเว้นเฉพาะกองทัพภาคที่ 1 ซึ่งคุมกำลังปฏิวัติรัฐประหาร โดยการโยกย้ายนายทหารที่ผ่านมา รวมไปถึง ส.ว. 101 นายพล ที่ทำหน้าที่ในรัฐสภาเลือกนายกรัฐมนตรีแล้ว ภารกิจของ "ลุงป้อม" ในการส่ง น้องรัก-เพื่อนเลิฟ ขึ้นฝั่งน่าจะเกือบเสร็จสิ้น ยกเว้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เห็นว่าไหนๆ ก็ไหนๆ ลงเรือแป๊ะ 3 ป.กันมาถึงขนาดนี้แล้ว รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำที่กำลังจะมาก็น่าจะยืนระยะไม่ได้ยาวไกลนัก "พี่ป้อม" ก็จับมือปิดฉากภารกิจไปพร้อมกัน น่าจะจบสวยกว่า ๐   

                แต่ที่แน่ๆ ที่กระทรวงกลาโหมเรียกได้ว่าหัวบันไดไม่แห้งเลยทีเดียว วันศุกร์ที่ผ่านมา นายปีร์กะ  ตาปีโอละ เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทยเข้าพบ พล.อ.ประวิตร เนื่องในโอกาสเข้ารับหน้าที่ นอกจากแสดงความยินดีกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ได้รับความเห็นชอบให้ทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีแล้ว ยังชื่นชมความสำเร็จของไทยในความพยายามแก้ปัญหา IUU พร้อมบอกว่า EU มีความประสงค์จะเพิ่มพูนและยกระดับความร่วมมือกับไทยทุกด้าน โดยเฉพาะความร่วมมือด้านความมั่นคง ทั้งจากภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ด้านไซเบอร์และการต่อต้านลัทธินิยมความรุนแรงสุดโต่ง พร้อมทั้งยินดีสนับสนุนประสบการณ์ในการบริหารจัดการสถานการณ์วิกฤติ และพร้อมทำงานร่วมกับไทยในการแก้ปัญหาต่างๆ...ชงซะหวานกันเลยทีเดียว

                เตรียมเข้าสู่งานของทหารอย่างเต็มรูปแบบ หลังจากมีรัฐบาลใหม่ คสช.สิ้นสภาพ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยสลายตัว ทำให้กองทัพภาคคงต้องมีการใช้ทีมงานประชาสัมพันธ์ภารกิจของกองทัพให้มากขึ้น บิ๊กอี๊ด-พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 เลยตั้งทีมโฆษกขึ้นมา ซึ่งตัวโฆษกต้องมีอำนาจพอตอบคำถามได้ จึงส่ง พล.ต.อัครเดช บุญเทียม รองแม่ทัพภาคที่ 2 มาเป็นโฆษกกองทัพภาค 2 พล.ต.ราชันย์ ประจันตะเสน รองโฆษกฯ และ หมอภาคย์-พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน เป็นผู้ช่วยโฆษก ทำหน้าที่สื่อสารข้อมูลข่าวสาร สร้างความรู้ความเข้าใจของกองทัพไปสู่สาธารณชนทั่วไปได้อย่างถูกต้อง

                นาวาอากาศเอกจำรัส ศุภวงศ์ บิดาวัย 103 ปีของ บิ๊กเฟื่อง-พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ อดีต ผบ.ทอ. เสียชีวิตแล้วเมื่อคืนนี้ 23.45 น. ด้วยโรคชรา โดยจะมีพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพและสวดพระอภิธรรม ณ ศาลาทักษิณาประดิษฐ์ (ศาลาใหญ่) ฌาปนสถานกองทัพอากาศ วัดพระศรีมหาธาตุฯ เขตบางเขน กทม. โดยวันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน 2562 เวลา 17.30 น. พิธีรดน้ำศพ, เวลา 18.30 น. พิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ, เวลา 19.00 น. สวดพระอภิธรรม วันที่ 10-14 มิถุนายน 2562 กำหนดสวดพระอภิธรรม เวลา 18.30 น. วันเสาร์ที่ 15 มิถุนายน 2562 เวลา 19.30 น. พิธีบรรจุศพ ณ สุสานฌาปนสถาน ทอ. (เป็นเวลา 100 วัน) กำหนดการพระราชทานเพลิงศพจะแจ้งให้ทราบภายหลัง ๐ 


ยิ่งกว่าวันนั้นของเดือน........... "เอ๋-ปารีณา" เธอพูดถึง คุณเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส น่ะ ก็นะ.... ไม่เคยเห็นมาก่อนว่า กรรมาธิการสภาผู้แทนฯ จะแบ่งข้างแยกขั้วซัดกันเละขนาดนี้ เน้นสนองตัณหาตัวเอง ไม่สนใจว่าประชาชนจะได้อะไร

"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา
คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?