สื่อปูด 'คิม จองนัม' เป็นสายให้ซีไอเอ


   

หนังสือพิมพ์วอลสตรีทเจอร์นัลฉบับวันอังคารอ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวว่า คิม จองนัม พี่ชายต่างมารดาของคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เป็นสายข่าวให้หน่วยข่าวกรองซีไอเอของสหรัฐ ขณะหนังสือเล่มใหม่ของนักข่าววอชิงตันโพสต์เผย ทริปสุดท้ายที่มาเลเซียก่อนโดนสังหารมีภาพกล้องวงจรปิดยืนยันคิมพบกับสายลับอเมริกันที่โรงแรมด้วย

แฟ้มภาพ คิม จองนัม (ซ้าย) ขณะลงรถบัสที่สนามบินนาริตะเมื่อวันที่ 4 พ.ค. 2544 ส่วนคิม จองอึน (ขวา) ร่วมพิธีสวนสนามในกรุงเปียงยางเมื่อวันที่ 10 พ.ค. 2559 / AFP / Getty Images

    รายงานของเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 11 มิถุนายน 2562 อ้างข่าวของวอลสตรีทเจอร์นัลฉบับวันเดียวกันว่า คิม จองนัม ซึ่งโดนลอบสังหารด้วยสารพิษทำลายประสาท วีเอ็กซ์ ที่สนามบินกัวลาลัมเปอร์เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 เป็นสายข่าวให้สำนักข่าวกรองกลางสหรัฐ (ซีไอเอ) เขาเคยพบกับสายลับซีไอเอหลายครั้ง วอลสตรีทเจอร์นัลอ้างแหล่งข่าวที่เป็นบุคคลที่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า คิม จองนัม และซีไอเอ มีช่องทางติดต่อกัน แต่ยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนมากนักเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างคิมกับซีไอเอ

    แหล่งข่าวรายนี้เปิดเผยว่า คิมเดินทางมายังมาเลเซียเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2560 เพื่อพบกับผู้ที่เป็นสื่อกลางของซีไอเอ แต่ก็อาจไม่ใช่วัตถุประสงค์เดียวที่เขามายังมาเลเซีย

    ตำรวจมาเลเซียจับกุมผู้ต้องสงสัยในคดีลอบสังหารนี้ไว้ได้ 2 คน เป็นหญิงสาวชาวอินโดนีเซียและเวียดนาม พวกเธอยืนกรานว่าโดนสายลับเกาหลีเหนือหลอกให้แกล้งชายคนนี้เพื่อถ่ายทำรายการแกล้งคน ท้ายที่สุดอัยการมาเลเซียตัดสินใจถอนฟ้องข้อกล่าวหาฆาตกรรมกับทั้งคู่ รายหนึ่งคือสิตี ไอส์ยะห์ ชาวอินโดนีเซีย ได้รับการปล่อยตัวกลับประเทศเมื่อเดือนมีนาคมปีนี้ ส่วนด่วน ถิ เฮือง สาวชาวเวียดนาม ได้รับการปล่อยตัวในเดือนพฤษภาคม

    รัฐบาลเกาหลีใต้และสหรัฐกล่าวโทษเกาหลีเหนือว่าสั่งการให้ลอบสังหารคิม จองนัม แต่เกาหลีเหนือปฏิเสธคำกล่าวหานี้

คิม จองนัม โบกมือหลังให้สัมภาษณ์ครั้งแรกกับสื่อเกาหลีใต้ที่เกาะมาเก๊าเมื่อเดือนมิถุนายน 2553 / Joong Ang Ilbo

    คิม จองนัม เป็นบุตรชายคนโตของคิม จองอิล อดีตผู้นำเกาหลีเหนือ และได้รับการคาดคะเนว่าจะสืบทอดอำนาจต่อจากบิดา แต่อนาคตของเขาดับวูบลง หลังจากตกเป็นข่าวโดนญี่ปุ่นเนรเทศเมื่อปี 2544 จากการใช้หนังสือเดินทางปลอมพยายามเข้าญี่ปุ่นเพื่อไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์ เขาใช้ชีวิตลี้ภัยอยู่ที่มาเก๊าเป็นส่วนใหญ่ และเคยให้สัมภาษณ์กับสื่อญี่ปุ่นและสื่อต่างชาติอย่างตรงไปตรงมาหลายครั้ง เช่นในปี 2554 เขาบอกกับหนังสือพิมพ์ญี่ปุ่นฉบับหนึ่งว่าไม่เห็นด้วยกับการสืบทอดอำนาจผ่านวงศ์ตระกูล

    วอลสตรีทเจอร์นัลกล่าวว่า อดีตเจ้าหน้าที่สหรัฐหลายรายบอกว่า คิม จองนัม ซึ่งใช้ชีวิตในต่างแดนนานหลายปีและไม่มีฐานอำนาจภายในเปียงยาง ไม่น่าจะให้รายละเอียดเกี่ยวกับการทำงานวงในของเปียงยางได้ นอกจากนี้ อดีตเจ้าหน้าที่เหล่านี้เผยว่า คิมเคยติดต่อกับเจ้าหน้าที่ความมั่นคงของประเทศอื่นๆ ด้วย โดยเฉพาะจีน

    บทบาทของคิม จองนัม ในฐานะแหล่งข่าวของซีไอเอถูกเอ่ยถึงในหนังสือเล่มใหม่เกี่ยวกับตัวเขา ชื่อ "ผู้สืบทอดที่ยิ่งใหญ่" เขียนโดยแอนนา ฟิฟีลด์ ผู้สื่อข่าวของวอชิงตันโพสต์ ซึ่งมีกำหนดวางจำหน่ายวันอังคาร ฟิฟีลด์กล่าวว่า คิม จองนัม มักจะมาพบกับผู้ดูแลเขาที่สิงคโปร์และมาเลเซีย

    หนังสือเล่มนี้กล่าวด้วยว่า ภาพจากกล้องวงจรปิดถ่ายภาพการมาเยือนมาเลเซียครั้งสุดท้ายของคิม เผยให้เห็นเขาอยู่ในลิฟต์โรงแรมกับชายเอเชียคนหนึ่ง ที่มีรายงานว่าเป็นสายลับสหรัฐ ในเป้ของคิมมีเงินสด 120,000 ดอลลาร์ (ราว 3.75 ล้านบาท) ซึ่งอาจเป็นเงินค่าสายข่าวของคิม หรือเป็นเงินที่เขาเล่าพนันมา.


เมื่อ ส.ส. "ไม่ รพช." ก็ดีไปอย่าง จะได้ตรวจสอบซึ่งกันและกัน สภาฯ สถานที่ออกกฎหมาย จะได้น่าเชื่อถือ

ไทยที่ "ดังและดี" ในตัวเอง
เส้นทางบรรจบ 'ประยุทธ์-ชวน'
จุดตายของ 'ธนาธร'
กเฬวรากลี้ภัยใจคด
ผิดพลาดของการตรากฎหมาย?
วันนี้ "ตามใจแฟน" ซักวัน