กากีกะสีเขียว


   

         ยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง ข่าวลือที่สะพัดถึงการ "คัมแบ็ก" สวมเครื่องแบบสีกากีอีกครั้งของ บิ๊กโจ๊ก-พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นักบริหารระดับสูง) อดีตผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ซึ่งข่าวระบุว่าการกลับมาครั้งนี้ไม่ได้เข้ามานั่งเป็น  ผู้บัญชาการ หรือ ผบช. เหมือนตำแหน่งเดิมที่ออกไป แต่ขยับขึ้นเป็น ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ถูกส่งต่อ ถูกกระจายกันอย่างรวดเร็ว พร้อมๆ กับแรงกระเพื่อม แรงระส่ำในแวดวง สีกากี ที่หากพาสชั้นกันจริงๆ ก็เหลือบันไดอีกเพียง 2 ขั้นในการก้าวขึ้นสู่เก้าอี้ ผบ.ตร. ภาพหลอนตลอดช่วง 4-5 ปี ในการ รวมศูนย์ แต่งตั้งโยกย้ายตำรวจหวนกลับคืนมาหลอนอีกครั้ง เพราะก่อนหน้านี้ บิ๊กแป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพิ่งเซ็นคำสั่งกระจายอำนาจแต่งตั้งให้ ผู้บัญชาการ หรือ ผบช. จัดทำบัญชีแต่งตั้งระดับ รองผู้กำกับการ (รอง ผกก.)  ลงมาถึงชั้นประทวน ๐

                นอกเหนือจากข่าวลือ บิ๊กโจ๊ก กลับมาสวมเครื่องแบบสีกากีและพาสชั้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.แล้ว ข่าวลือการจัดทำบัญชีคำสั่งแต่งตั้ง รองสารวัตร (รอง สว.) ถึงผู้บังคับหมู่ (ผบ.หมู่) วาระประจำปี 2561  ที่ ผบ.แป๊ะ เพิ่งสั่งประเดิมกระจายอำนาจให้ ผู้บัญชาการ แต่ละหน่วยจัดทำกันเอง ตอนนี้กระแสข่าวแรงมากว่า กลุ่มอำนาจเก่าจะดึงการแต่งตั้งกลับมาทำเองแบบรวมศูนย์เช่นเดิม ยกเลิกการกระจายอำนาจ ทำให้เหล่า สีกากี ระส่ำกันหนัก ไม่รู้ทิศทางการรับราชการ แถมจนถึงป่านนี้คำสั่งแต่งตั้งดังกล่าวก็ยังไม่มีความคืบหน้าอะไร ทั้งๆ ที่ตามมติคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่มี บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธาน ขยายเวลาการจัดทำบัญชีแต่งตั้ง รอง สว.-ชั้นประทวน วาระประจำปี 2561 ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30  มิ.ย.62 เท่านั้น แต่จนถึงตอนนี้เหลืออีกเพียงสัปดาห์เดียวก็จะครบกำหนดเดดไลน์ที่กำหนดไว้แล้ว กองบัญชาการต่างๆ ยังได้แต่แค่เตรียมข้อมูล เตรียมประวัติข้าราชการตำรวจในสังกัด ยังไม่มีสัญญาณให้จัดทำบัญชีเลย ตำรวจที่รอลุ้น รอย้ายก็เลยวังเวง สับสน ปั่นป่วน ไม่เป็นอันทำงานทำการกันแล้ว ๐

                สั่งเด้งสังเวยเหตุกลุ่มวินจักรยานยนต์อุดมสุข 1-2 กับวินอุดมสุขรุ่งเรือง ซึ่งอยู่ใกล้กันในซอยสุขุมวิท 103 แขวงและเขตบางนา ยกพวกตะลุมบอนกันจนทำให้มีผู้ถูกยิงเสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บจำนวนมากเรียบร้อยโรงเรียนนครบาล บิ๊กบัว-พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ลงนามคำสั่งให้ พ.ต.ท.อนุรักษ์ อิ่มละเอียด รอง ผกก.จร.สน.บางนา มาปฏิบัติราชการ ศปก.น.จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ทำให้ตอนนี้งานจราจรทั้ง 88 โรงพักนครบาล ต่างตื่นตัวคุมเข้มจัดระเบียบวินจักรยานยนต์ในพื้นที่ความรับผิดชอบกันคึกคัก โดยเฉพาะโรงพักพญาไท พ.ต.ท.บวรภพ  สุนทรเรขา รอง ผกก.จร.สน.พญาไท พร้อมกับสำนักงานเขตราชเทวี กองพันทหารสื่อสารที่ 12 และกรมการขนส่งทางบก ลงพื้นที่สำรวจความถูกต้องของวินรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ที่มีกว่า 100 วิน เข้มงวดการกวดขันจับกุมรถจักรยานยนต์แผ่นป้ายทะเบียนสีขาว ในฐานความผิดใช้รถไม่ตรงตามประเภทที่จดทะเบียนไว้ แม้จะมีข้อครหาวัวหายล้อมคอก..ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเนอะ ท่านรองฯ บวรภพ ๐

                โดนวิพากษ์วิจารณ์กระหึ่มโซเชียล หลัง เดอะแจ็ค-พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกมาชี้แจงภาพมีการนำรถจักรยานยนต์ตำรวจไปใช้ส่วนตัวโดยให้หญิงสาวนั่งซ้อนท้าย เพราะแม้ เดอะแจ็ค จะแจ้งผลการตรวจสอบเบื้องต้นว่า "ได้รับรายงานจาก สน.หัวหมาก  บก.น.4 จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเบื้องต้น รถ จยย.คันดังกล่าวไม่ใช่ของ สน.หัวหมาก และจะพิสูจน์ทราบถึงตัวผู้ขับขี่และตรวจสอบว่าเป็นรถ จยย.ที่เบิกไปใช้ปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่นายใด และจะดำเนินการตามระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป ซึ่ง บก.น.4 จะได้มีคำสั่งให้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวที่เกิดขึ้น โดยให้คณะกรรมการทำการตรวจสอบด้วยความรวดเร็ว โปร่งใส เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากผลการตรวจสอบพบว่ามีข้อบกพร่องของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินการในทางอาญาและทางวินัยอย่างเด็ดขาดต่อไป" แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ต่างติติงแค่ดูทะเบียนรถ ดูวันเวลาก็น่าจะรู้แล้วว่าใครครอบครองรถคันดังกล่าว ไม่ต้องถึงกับตั้งคณะกรรมการมาตรวจสอบให้ยุ่งยากกระมั้ง..ฟังแล้วก็พยักหน้าตาม แต่ไม่รู้ เดอะแจ็ค จะว่าอย่างไร ๐

                ว่าด้วยเรื่อง ระเบียบวินัย ในแวดวงทหาร เป็นเรื่องที่อยู่คู่กับบุคลากรในอาชีพนี้อยู่แล้ว ก็ยิ่งกลายเป็นเรื่องยากสำหรับชายไทยในช่วงวัยรุ่น ที่ต่างก็มีธรรมชาติของ ความเกรียน หรือความ "ขบถ" ต่อจารีตของสังคมเป็นเรื่องปกติ ดังนั้นองค์กรที่จะทำให้คนในช่วงอายุดังกล่าวพร้อมใจปฏิบัติตามกฎระเบียบได้อย่างราบรื่น ก็ต้องมี "แท็กติก" หรือ กุศโลบาย ในการดึงเยาวชนเข้ามาเป็นส่วนร่วม แม้แต่นักศึกษาวิชาทหาร ที่ไม่ได้เรียนเป็นทหาร แต่เรียนรู้ความเป็นทหาร ในฐานะของ กำลังสำรอง ทางหน่วยงานที่ดูแล อย่างเช่น หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (นรด.) ต้องคิดค้นหลักสูตรให้สอดคล้องกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ซึ่งสังคมในยุคนี้ที่หล่อหลอมเยาวชนออกมามีความแตกต่างจากยุคก่อน ส่งผลให้  บิ๊กแดง-พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก มอบนโยบายให้ นรด.ไปร่างแนวทางดังกล่าวมาใช้ และประเมินผลหลังการใช้มาครบ 1 ปี เพื่อให้คนช่วงอายุดังกล่าวได้รู้สึกว่าไม่ถูกบังคับให้อยู่ในแถวแบบทหารเป๊ะจนเกินไป แนวทางที่จะใช้ทันทีคือ การผ่อนผันและทดลองให้ไว้ผมทรงรองทรงสูง  โดยนักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 1-3 ชาย ให้ไว้ผมรองทรงสูงความยาวด้านหน้าไม่เกิน 5 เซนติเมตร  และนักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 4 และ 5 ชาย ไว้ผมรองทรงความยาวด้านหน้าไม่เกิน 7 เซนติเมตร ๐

                ในช่วงสัปดาห์ที่แล้ว ผบ.แยม-พล.ท.ปราการ ปทะวานิช ผบ.หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน  (ผบ.นรด.) จึงเปิดเวทีสัมนาให้เหล่าบรรดาครูฝึก ให้เหล่าบรรดาวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิมาแจกแจงเรื่องการเรียนการสอนแบบ "Active Learning" คือการเปิดโอกาสให้นักศึกษาวิชาทหาร (นศท.) ได้แสดงความคิดเห็น ถกแถลงกับครูฝึกจาก 34 มณฑลทหารบกทั่วประเทศได้อย่างเปิดเผย โดย นศท.ปีการศึกษานี้จะเน้นกิจกรรมการช่วยเหลือประชาชนตามความสามารถ มีทั้งการฝึกปฐมพยาบาล การช่วยชีวิต การบรรเทาสาธารณภัย ที่สำคัญคือการเปิดให้สมัครเข้าเป็น นศท.จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ที่คาดว่าจะมี นศท.สมัครร่วมกิจกรรมดังกล่าวเป็นจำนวนมาก เพราะกิจกรรมการทำประโยชน์ต่อส่วนรวมก็เป็นหนึ่งในวิชาของ นศท.ด้วย

                ขอแสดงความยินดีกับ พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่เดินทางเยือนมลรัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา อย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 17-21 มิถุนายน 2562 เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพไทยกับกองทัพสหรัฐอเมริกา โดยในโอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้เข้ารับเหรียญตรา The Legion of Merit ชั้น Degree of Commander จาก พล.ร.อ.ฟิลิป เอส. เดวิดสัน (Adm.  Philip S. Davidson) ผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐฯ ภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก เพื่อมอบให้เป็นเกียรติสำหรับบุคคลสำคัญ ผู้มีความสามารถและมีส่วนช่วยพัฒนาความสัมพันธ์อันดีระหว่างกองทัพไทยและกองทัพสหรัฐอเมริกา

                ปิดท้ายด้วยการรอดูโผ ครม.ว่าชื่อของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม จะยังอยู่ใน ครม.ชุดใหม่หรือไม่ แต่ที่น่าสนใจคือ เวทีการประชุม รมว.กลาโหมอาเซียน มีไทยเป็นเจ้าภาพ ที่จะมีขึ้นในช่วงวันที่ 10-11 ก.ค. ใครจะทำหน้าที่สำคัญนี้แทนหาก รมว.กลาโหมไม่ใช่ชื่อ  "บิ๊กป้อม" ซึ่งถ้าเป็นชื่อของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ควบเก้าอี้ รมว.กลาโหม การมาประชุมที่นั่งหัวโต๊ะก็ดูประดักประเดิด หรือจะให้ รมช.กลาโหมที่คาดว่าจะเป็น บิ๊กช้าง-พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล มานั่งหัวโต๊ะก็ดู "ลักลั่น" ไม่แพ้กัน หรือในที่สุดจะมีตัวเลือกที่ 3 ซึ่งเดากันว่าไม่พ้นคนที่ต้องเป็นทหารที่ไว้ใจของ พล.อ.ประยุทธ์ ข้ามคลองหลอดมาคุมเก้าอี้สนามไชย หรือในที่สุดโผ ครม.อาจลากยาวไปจนภารกิจประชุม รมว.กลาโหมเสร็จสิ้นปิดจ็อบ "บิ๊กป้อม" แบบสวยงาม "ฟินาเล"...รอลุ้นต่อไป

 


ยิ่งกว่าวันนั้นของเดือน........... "เอ๋-ปารีณา" เธอพูดถึง คุณเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส น่ะ ก็นะ.... ไม่เคยเห็นมาก่อนว่า กรรมาธิการสภาผู้แทนฯ จะแบ่งข้างแยกขั้วซัดกันเละขนาดนี้ เน้นสนองตัณหาตัวเอง ไม่สนใจว่าประชาชนจะได้อะไร

"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา
คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?