กัมพูชากู้เหยื่อตึกถล่มที่ 'สีหนุวิลล์' ยอดดับเพิ่มเป็น 18 ศพ


   

กัมพูชาเร่งค้นหาผู้ที่อาจติดอยู่ใต้ซากอาคารสูง 7 ชั้นในเมืองพระสีหนุ ที่ถล่มเมื่อวันเสาร์ โดยยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 18 ศพแล้วในวันอาทิตย์

เจ้าหน้าที่กู้ภัยค้นหาเหยื่อที่อาจติดอยู่ใต้ซากอาคารกำลังก่อสร้างที่พังถล่มลง ในจังหวัดพระสีหนุ / AFP

    อาคารสูง 7 ชั้นที่กำลังก่อสร้างในเมืองพระสีหนุ ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวริมทะเลชื่อดังของกัมพูชา พังถล่มลงมาช่วงก่อนรุ่งอรุณของวันเสาร์ที่ 22 มิถุนายน อาคารหลังนี้มีบริษัทจีนเป็นเจ้าของ

    เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเผยในวันอาทิตย์ว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากอาคารถล่มครั้งนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนงานที่พักในอาคารที่กำลังก่อสร้างนี้ อยู่ที่ 18 คน มีผู้หญิงรวมอยู่ด้วยอย่างน้อย 3 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 24 คน ส่วนใหญ่อาการสาหัส บีบีซีรายงานว่า ยอดผู้สูญหายมีรายงานตัวเลขที่ไม่ตรงกัน แต่ได้รับการยืนยันว่ามีชาวเขมร 3 คน ที่คาดว่ายังติดอยู่ในซากอาคารนี้ โดยเป็นคนงานก่อสร้าง 2 คน และล่าม 1 คน ในวันอาทิตย์เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงปฏิบัติการค้นหาผู้รอดชีวิตบริเวณซากอาคาร

    ตำรวจกัมพูชาควบคุมตัวผู้รับผิดชอบสร้างอาคารแห่งนี้มาสอบสวนแล้ว 4 คน ได้แก่ เจ้าของอาคารที่เป็นชาวจีน, เจ้าของบริษัทก่อสร้างและหัวหน้าคุมงานก่อสร้าง และเจ้าของที่ดินซึ่งเป็นชาวกัมพูชา

    แพท โซพัล คนงานก่อสร้างอายุ 37 ปีที่ติดอยู่ในซากอาคารราว 6 ชั่วโมง ก่อนที่จะได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยกู้ภัย ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีทางโทรศัพท์ว่า เขาโชคดีมากที่รอดมาได้ เขาพักในอาคารที่กำลังก่อสร้าง กระทั่งราวๆ 04.00 น.ได้ยินเสียงดังมาก ชั้นที่เขานอนอยู่สั่นสะเทือน จากนั้นทั้งอาคารพังถล่มลงมา เขาถูกซากอาคารทับตั้งแต่เอวลงไป มีคนงานราว 70 คนพักที่ชั้น 2 ถึงชั้น 4 ส่วนชั้นที่สูงกว่านั้นเป็นที่พักของช่างไฟฟ้าชาวจีน

    เมืองสีหนุวิลล์แห่งนี้แต่เดิมเป็นหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ นักท่องเที่ยวแห่แหนกันมามากในช่วงทศวรรษ  2000 และในปี 2559-2561 มีการลงทุนก่อสร้างในจังหวัดพระสีหนุราว 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กาสิโนราว 50 แห่งและโรงแรมหลายสิบแห่ง เจ้าของเป็นบริษัทจีน.


๒๓ ตุลาคม เป็นวัน "ปิยมหาราชเจ้า" "พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว" รัชกาลที่ ๕ สวรรคต

เห็นยัง 'บิ๊กแดง' เป็นแบบไหน
'๒๑ ตุลา' สำนึกย้อน 'สำนึกไทย'
'ทอน' ไม่รู้! แล้วจะรอดหรือ
ธาตุแท้อนาคตใหม่
งบฯ ผ่าน ไม่ยุบ ไม่ออก
'ความเมือง' ในไทยยุคที่ ๓