กากีกะสีเขียว


   

           ดูเหมือนพอฟ้าเปลี่ยนสี การแต่งตั้ง สีกากี เปลี่ยนรูปแบบ จาก รวมศูนย์ ที่ขึ้นกับ ผบ.ตร. เพียงคนเดียว มาเป็นการ กระจายอำนาจ ตามที่ บิ๊กแป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา แม่ทัพใหญ่กรมปทุมวัน มอบอำนาจให้ ผู้บัญชาการ แต่ละหน่วยจัดทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจตั้งแต่ระดับ รองผู้กำกับการ (รอง ผกก.) ลงมาถึงชั้นประทวน ประเดิมแนวทางใหม่กันที่การแต่งตั้งตำรวจระดับ รองสารวัตร (รอง สว.) - ผบ.หมู่ วาระประจำปี 2561 ผลพวงออกมาทุกอย่างเป็นไปตามโรดแมปสีกากี  ตามที่คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) มี บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธาน ก.ตร. กำหนดให้การแต่งตั้ง รอง สว.-ผบ.หมู่ วาระนี้ต้องเสร็จสิ้นภายในวันที่ 30 มิ.ย. พอขึ้นวันที่ 1 ก.ค. 3 กองบัญชาการ ประกอบด้วย สํานักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (สทส.), กองบัญชาการศึกษา (บช.ศ.) และโรงพยาบาลตำรวจ ก็คลอดคำสั่งออกมาทันที จากนั้นก็ตามมาด้วยโรงเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) สำนักงานกองพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (สพฐ.ตร.) กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ภาค 3 ภาค 4 ภาค 5 ภาค 6 และภาค 9 ตามลำดับ แบบไม่มี ถอนคำสั่ง ไม่มี กั๊กคำสั่ง ไม่มี เลื่อนแต่งตั้ง ให้วุ่นวาย โดยทุกคำสั่งจะมีผลพร้อมกันวันที่ 10  ก.ค.เป็นต้นไป ๐

                เล่นเอาควันออกหู บิ๊กช้าง-พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร. หลังมีการแชร์ภาพและข้อความในโซเชียลมีเดียระบุ “เรื่องใหญ่ที่ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.ต้องแก้ไขปัญหา มีตำรวจชั้นประทวนในสังกัด กองปฏิบัติการพิเศษกองปราบ 4 คน ไปช่วย พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร. ที่เคยคุมกองปราบปรามมาก่อน เลี้ยงตำรวจโจรไปดักตีหัว ‘จ่านิว’ และ ‘ฟอร์ด’ กลุ่มเคลื่อนไหวต่อต้านเผด็จการ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เป็นลูกน้องแขนซ้าย พล.อ.ประวิตร” จน บิ๊กช้าง ต้องใช้สิทธิตามกฎหมายแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ให้ดำเนินคดีแก่ผู้ที่นำเข้าและเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ บิดเบือนข้อเท็จจริง รวมทั้งขยายผลไปยังผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ให้การสนับสนุน สมรู้ร่วมคิดทั้งหมด...คราวนี้ก็คงต้องขึ้นอยู่กับฝีมือตำรวจ ปอท. ลูกน้อง พล.ต.ต.ไพบูลย์ น้อยหุ่น ผบก.ปอท. จะตามล่าตัวมือโพสต์ที่กล่าวหา บิ๊กช้าง มาดำเนินคดีได้หรือไม่ ๐

                สมกับเป็น กองปราบปราม ยุคคนหนุ่มรุ่นใหม่อย่าง บิ๊กก้อง-พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) คุมทัพหน่วยอาร์มสวย เพราะขนาด แอดมินเพจกองปราบปราม ที่มีผู้ติดตามกว่า 3.2 แสนคน ในการโพสต์ข้อความแต่ละเรื่อง แต่ละโพสต์ทันยุคทันสมัย จนหลายคนชื่นชม  ขนาดละครดังเรื่อง ใบไม้ที่ปลิดปลิว ทางช่อง ONE ซึ่งละครตอนหนึ่งนางเอกชื่อ นิรา ใช้พาสปอร์ตปลอมเพื่อปลอมตัวเข้ามาเมืองไทย เพจ กองปราบปราม ได้ทีหยิบมาโพสต์เตือน "นิรา จะทำแบบนี้ไม่ได้!! แม้จะอยากเปลี่ยนเป็นอีกคน แต่นิราจะปลอมพาสปอร์ตไม่ได้ การใช้หรือทำหนังสือเดินทางปลอม มีโทษจำคุก 1 ถึง 10 ปี และมีโทษปรับ 2 หมื่น ถึง 2 แสนบาท ขอขอบคุณภาพจาก ละครเรื่องใบไม้ที่ปลิดปลิว #นิราปลอมพาสปอร์ต #ใบไม้ที่ปลิดปลิว #นิรา #ละครช่องวัน #กฎหมายน่ารู้ #กองปราบ #กองปราบปราม #CSDThailand #CSD #POLICE" เล่นเอาคนที่ติดตามเพจกองปราบปรามส่งหัวใจรัวๆ  ในความทันยุคทันสมัยของตำรวจไทยยุค 4.0 (ฮาฮา) ๐

                เตือนภัยใกล้ตัวจากศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) โพสต์เฟซบุ๊กเตือนภัย โกงเงินแบบใหม่ ดูดเงินในบัญชีธนาคารจนหมดเกลี้ยง ภายในไม่กี่นาที อย่ากดตกลงเด็ดขาด ถ้าไม่อยากหมดตัว บอกถูกคนร้ายทำทีเป็นลูกค้ามาขอซื้อสินค้าออนไลน์ และขอเลขประจำตัวประชาชน เบอร์โทรศัพท์ และข้อมูลส่วนบุคคลอื่นๆ ในบัตรประชาชน คนร้ายจะนำเอาข้อมูลเหล่านั้นไปเปิดบัญชีกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ขึ้นมา และตั้งค่าบัญชีกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ให้เชื่อมเข้ากับบัญชีธนาคารของผู้เสียหาย จากนั้นผู้เสียหายจะได้รับการแจ้งเตือนผ่านโทรศัพท์มือถือ ในทำนองว่า “คุณต้องการที่จะให้บัญชีธนาคารของคุณเชื่อมต่อกับกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่” แต่การแจ้งเตือนนั้นมีข้อความค่อนข้างยาว ทำให้ผู้เสียหายหลายรายไม่อยากอ่าน และมองว่าไม่น่าจะมีอันตรายอะไรเกิดขึ้น เมื่อผู้เสียหายกด ยอมรับ หรือ ตกลง บน Mobile Banking App การเชื่อมบัญชีระหว่างบัญชี Mobile Banking ของผู้เสียหายกับบัญชีกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ของคนร้ายก็จะสมบูรณ์ สามารถยักย้ายถ่ายโอนเงินออกจากบัญชีธนาคารผ่านช่องทาง Mobile Banking ไปยังบัญชีกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ของคนร้ายจนหมดภายในเวลาไม่กี่นาที...ภัยใกล้ตัวที่ควรรับรู้เอาไว้ ๐

                หลังจากตอบสื่อว่า "ไม่รู้" จะนั่งเก้าอี้ รมว.กลาโหมหรือไม่มาพักใหญ่ ก่อนส่งโผ ครม.ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ก็ถึงเวลา บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ตอบผู้สื่อข่าวแบบชัดๆ เสียทีว่า "พอแล้ว" เมื่อถามถึงตำแหน่งการนั่งควบ รมว.กลาโหม ในรัฐบาล ประยุทธ์ภาค 2 หลังจากที่ทำหน้าที่เป็น รมว.กลาโหมมา 8 ปี หรือเป็นมา 2 รอบ แต่หลังจากนี้ "บิ๊กป้อม" ก็ยังคุมภาพรวมความมั่นคง แต่จะได้คุม "ตำรวจ" เหมือนเดิมหรือไม่ "ต้องลุ้น" เห็นจากแววตาเมื่อสัปดาห์ก่อนคง "ใจหาย" อยู่ไม่น้อย เพราะต่อไปคงต้องมีภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาลเป็นหลัก แต่อย่างไรก็ตาม ฐานบัญชาการหลักที่จะกลายเป็น เซฟเฮาส์ น่าจะมีความเคลื่อนไหวของ "นักการเมือง-ทหาร-ตำรวจ" แบบคึกคักมากที่สุด คงเป็นภายในมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก ซึ่งปัจจุบัน "บิ๊กป้อม" ก็ใช้เป็นสถานที่  มอร์นิงบรีฟ งานด้านความมั่นคงทุกเช้าอยู่แล้ว รวมไปถึง วงข้าว-วงน้ำชา ในการพบปะพูดคุยเพื่อเคลียร์ทุกประเด็น

                ศุกร์สุดสัปดาห์ บิ๊กแดง-พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ลงพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา ไปตรวจดูความคืบหน้าของสนามบินเบตงที่ก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จ เล่าความหลังย้อนไปเกือบ 20 ปีก่อนว่าเป็นจุดริเริ่มจาก ลุงตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ที่ครั้งนั้นดำรงตำแหน่งรองแม่ทัพภาคที่ 1 ลงไปทำหน้าที่เป็น ผบ.ฉก.หมายเลข เมื่อปี 2538 เห็นว่าการพัฒนาสนามบินในพื้นที่ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของคนในท้องถิ่น และก็ดีใจที่สนามบินเป็นรูปเป็นร่างและเป็นผลสำเร็จในช่วงที่ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี จากนั้นรำลึกความหลังในพื้นที่ อ.ธารโต โดยไปเยี่ยมฐานปฏิบัติการในวัดธารโต อ.ธารโต ที่ในอดีต "บิ๊กแดง" เคยดำรงตำแหน่งเป็น ผบ.ฉก.14 มาช่วงหนึ่ง ๐

                เรียกว่าเกือบจะพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว สำหรับการเตรียมเรือพระราชพิธีขบวนพยุหยาตราทางชลมารคทั้ง 52 ลำ และจะเริ่มมีการฝึกซ้อมกลางแม่น้ำเจ้าพระยา 10 ครั้งก่อนวันจริงวันที่ 24 ก.ค.62  "บิ๊กลือ" พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ทำหน้าที่ประธานคณะอนุกรรมการฝ่ายจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก นำกรรมการแถลงข่าวไปเมื่อวันศุกร์ ตบท้ายว่า "ทุกคนมีความภาคภูมิใจ จะทำให้ดีที่สุดให้เกิดความเรียบร้อย สง่างาม สมพระเกียรติ  เพื่อสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นที่เคารพและเทิดทูนยิ่งของประชาชนชาวไทยทุกคน ที่สำคัญคือจะเหน็ดเหนื่อยยากประการใด กำลังพลทุกคนไม่เคยท้อแท้ มีอย่างเดียวคือต้องทำเพื่อสถาบันที่รักยิ่งของเรา ที่ทุกคนเทิดไว้เหนือเกล้า" เป็นการแถลงข่าวด้วยน้ำเสียงตามแบบฉบับของ "บิ๊กลือ" ที่เป๊ะเสมอ...........สอดคล้องกับบริบทในพื้นที่บริเวณของกองบัญชาการกองทัพเรือ วังนันทอุทยาน มีการนำบท ราชสวัสดิ์ แนวทางปฏิบัติตนของทหารมาติดไว้ให้อ่าน เตือนสติในการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลด้วยความจงรักภักดี.

 


ผมผิดอะไร?...........ฟัง "ทอน" แถลงข่าวก็ได้ข้อสรุปไม่ใช่เรื่อง "อยู่เป็น" หรือ "อยู่ไม่เป็น" แล้วล่ะ        อยู่ไปก็ไลฟ์บอยซะมากกว่า 

"ทอน-บุตร" ประเทศกูมี
"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา
คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว