สหรัฐทดสอบมิสไซล์พิสัยกลาง รัสเซีย-จีนโวยกระตุ้นแข่งอาวุธ


   

ฉีกสัญญาไอเอ็นเอฟแล้วทำได้ สหรัฐยิงทดสอบมิสไซล์ครูซที่สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ชนิดยิงจากภาคพื้นดินเมื่อวันอาทิตย์ รัฐบาลรัสเซียและจีนเตือนสหรัฐเพิ่มความตึงเครียดทางทหารและเสี่ยงต่อการจุดชนวนการแข่งขันด้านอาวุธ

ภาพจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐ (DoD) แสดงการยิงทดสอบมิสไซล์ตามแบบชนิดยิงจากพื้นดิน จากเกาะซานนิโคลัสนอกชายฝั่งแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2562  / DoD / AFP

    กระทรวงกลาโหมสหรัฐแถลงเมื่อวันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม 2562 ว่าสหรัฐยิงทดสอบมิสไซล์ครูซตามแบบ ที่โจมตีเป้าหมายในระยะไกลมากกว่า 500 กิโลเมตร ซึ่งเป็นการยิงทดสอบมิสไซล์พิสัยกลางที่เคยถูกห้ามไว้ภายใต้สนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง (ไอเอ็นเอฟ) เป็นครั้งแรกนับแต่สหรัฐถอนตัวจากสนธิสัญญาสมัยสงครามเย็นฉบับนี้เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม สหรัฐอ้างเหตุผลในการฉีกสัญญานี้ว่ารัสเซียละเมิดข้อตกลงก่อน แต่รัสเซียปฏิเสธและกล่าวหาสหรัฐในแบบเดียวกัน

    ไอเอ็นเอฟห้ามทั้งรัสเซียและสหรัฐใช้มิสไซล์ชนิดยิงจากภาคพื้นดินที่มีพิสัยระหว่าง 500-5,500 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามทวีปยุโรปในช่วงเวลานั้น แต่รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า ข้อห้ามจากปี 2530 ฉบับนี้ไม่มีผลผูกมัดถึงมหาอำนาจชาติอื่นๆ โดยเฉพาะจีน ที่พัฒนาอาวุธนี้ได้อย่างเสรี

    รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารกล่าวว่า มิสไซล์ลูกนี้ถูกยิงจากฐานปล่อยบนเกาะซานนิโคลัสที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพเรือสหรัฐ นอกชายฝั่งรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยเป็นมิสไซล์โทมาฮอว์กชนิดที่สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ได้ กองทัพสหรัฐยกเลิกประจำการมิสไซล์โทมาฮอว์คชนิดยิงจากภาคพื้นดินนับแต่ให้สัตยาบันไอเอ็นเอฟ

    เมื่อต้นเดือนนี้ มาร์ก เอสเปอร์ รัฐมนตรีกลาโหมคนใหม่ของสหรัฐ เคยกล่าวไว้ว่า สหรัฐได้เริ่มพัฒนาระบบขีปนาวุธและมิสไซล์ครูซชนิดยิงจากภาคพื้นดินที่เป็นอาวุธตามแบบและเคลื่อนย้ายได้ และเนื่องจากขณะนี้สหรัฐถอนตัวจากไอเอ็นเอฟแล้ว กระทรวงกลาโหมจะเดินหน้าเต็มสูบเพื่อพัฒนามิสไซล์ชนิดยิงจากภาคพื้นดินเพื่อโต้ตอบการกระทำรัสเซีย แต่เขายืนกรานว่าสหรัฐไม่ได้เริ่มต้นการแข่งขันอาวุธครั้งใหม่
 
    อย่างไรก็ดี ภายหลังคำประกาศทดสอบของสหรัฐ เซอร์เกย์ เรียบคอฟ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของรัสเซีย กล่าวกับสำนักข่าวทาสส์ของรัสเซียว่า เห็นได้ชัดว่าสหรัฐกำลังเดินหน้าสู่การเพิ่มความตึงเครียดทางทหาร แต่รัสเซียจะไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้กับการยั่วยุนี้

    "เราจะไม่ยอมถูกดึงเข้าสู่การแข่งขันด้านอาวุธที่ฟุ่มเฟือย" เขากล่าว พร้อมกับโจมตีสหรัฐว่า การทดสอบครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า สหรัฐทำโครงการมิสไซล์นี้มานานก่อนที่จะถอนตัวจากไอเอ็นเอฟอย่างเป็นทางการ

    ที่กรุงปักกิ่ง เกิ้ง ซวง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน กล่าวว่า การกระทำของสหรัฐจะกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันอาวุธรอบใหม่ ที่จะนำไปสู่การเผชิญหน้าทางทหารมากยิ่งขึ้น เขาเตือนด้วยว่า การทดสอบของสหรัฐจะส่งผลกระทบเชิงลบอย่างร้ายแรงต่อสถานการณ์ด้านความมั่นคงระหว่างประเทศและระดับภูมิภาค สหรัฐควรละทิ้งความคิดแบบสงครามเย็น แล้วทุ่มเททำสิ่งที่สร้างสรรค์ต่อสันติภาพและความสงบสุขในระดับสากลและระดับภูมิภาคให้มากขึ้น

    ก่อนหน้าที่สหรัฐจะประกาศข่าวการทดสอบมิสไซล์เมื่อวันจันทร์ ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย กล่าวขณะเยือนกรุงปารีสว่า รัสเซียจะวางกำลังมิสไซล์พิสัยกลางหรือพิสัยใกล้กว่านั้น ก็ต่อเมื่อต้องทำเพื่อตอบโต้การวางกำลังของสหรัฐเท่านั้น "หากสหรัฐผลิตระบบเชิงรุกแบบนี้ เราก็จะทำในแบบเดียวกัน" ปูตินกล่าว

    การทดสอบของสหรัฐเกิดไม่กี่สัปดาห์คล้อยหลังเหตุระเบิดที่ฐานทดสอบอาวุธของรัสเซีย ที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์เสียชีวิต 5 คน และก่อความวิตกเรื่องกัมมันตภาพรังสีปนเปื้อนในอากาศ ผู้เชี่ยวชาญกล่าวกันว่า รัสเซียกำลังพัฒนามิสไซล์ครูซพลังงานนิวเคลียร์ "บูเรเวสต์นิก" ที่ปูตินเคยคุยไว้เมื่อต้นปีนี้ แต่รัสเซียยังปิดปากเงียบเรื่องอุบัติเหตุนี้.


เก็บมาเล่า..... วันเสาร์ที่ผ่านมา มีคนบอกว่า โลกหมุนรอบ "ธนาธร-ปิยบุตร" เพราะ ๒ คนนี้คือผู้นำเหล่านักรบต่อสู้กับเผด็จการ เป็นผู้กอบกู้ประชาธิปไตยจากรัฐบาลสืบทอดอำนาจทหาร

แล้ว 'ทอน' จะรู้ว่าผิดอะไร
"ทอน-บุตร" ประเทศกูมี
"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา
คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!