อยู่ฝ่ายค้านอึดอัดใจ ‘เศรษฐกิจใหม่’เอือมเล่นการเมืองลืมปากท้อง/พท.ฟัดกันเอง


   

 "เฮียมิ่ง" นำ 5 ส.ส.เศรษฐกิจใหม่แถลงจุดยืนยังเป็นฝ่ายค้าน ไม่มีใครแตกแถว พิลึก! ขอเอกสิทธิ์โหวตบางเรื่องอาจสวนพรรคร่วมฝ่ายค้าน เลขาฯ พรรครับอึดอัดกับฝ่ายค้านที่มุ่งเน้นการเมืองมากไป ไม่ช่วยประชาชนอิ่มท้อง "ยุทธพงศ์" ฉุนก๊วนส.ส.สุรินทร์ไปต้อนรับนายกฯ จ่อยื่น พท.ตั้ง กก.สอบจริยธรรม แต่ "สมพงษ์" มองแค่กลอนพาไป พูดเอาใจนายกฯ เพื่อของบลงพื้นที่ "เสรีพิศุทธ์" จี้ "ชวน-พรเพชร" ลาออกรับผิดชอบปล่อยนายกฯ แถลงนโยบายทั้งที่ถวายสัตย์ฯ ไม่ครบ เลขาฯ นายกฯ เผยส่งหนังสือแจงผู้ตรวจการฯ ทันกรอบเวลาแน่  

    ที่รัฐสภา วันที่ 21 สิงหาคม นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์, นายสุภดิช อากาศฤกษ์, นายภาสกร เงินเจริญกุล, นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล, นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ และนางมารศรี ขจรเรืองโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ (ศม.) ร่วมแถลงชี้แจงปฏิเสธกระแสข่าวมี ส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่บางส่วนจะย้ายขั้วไปร่วมกับฝ่ายรัฐบาล
    นายมิ่งขวัญกล่าวว่า ขอพูดชัดๆ ว่า ส.ส. 6 คน พรรคเศรษฐกิจใหม่ยังเป็นฝ่ายค้าน ไม่มีใครแตกแถวไปไหน แต่บางกรณีที่เป็นความเห็นร่วมกันของพรรคฝ่ายค้านนั้น ส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่จะใช้เอกสิทธิ์พิจารณาการลงมติที่อาจสวนทางกับพรรคร่วมฝ่ายค้านในบางประเด็น จะไม่ค้านแบบหัวปักหัวปำ และไม่ต้องมาถามว่าจะเป็นฝ่ายค้านอิสระหรือไม่ เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์การทำงานของพวกเราว่ารักษาคำพูดหรือไม่ ขอให้สบายใจได้ หากมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พรรคเศรษฐกิจใหม่พร้อมเข้าร่วมด้วยแน่นอน การตัดสินใจของ ส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่จะเป็นไปในแนวทางเดียวกันทั้งหมด
    นายสุภดิช อากาศฤกษ์ หัวหน้าพรรค ศม. กล่าวว่า กระแสข่าว ส.ส.เศรษฐกิจใหม่บางส่วนจะไปอยู่ร่วมกับรัฐบาลนั้น ไม่เป็นความจริง เรายังอยู่กับฝ่ายค้าน และไม่เคยมีใครมาทาบทามไปร่วมรัฐบาล พรรคไม่ได้แตกแยกตามที่เป็นข่าว
    นายภาสกร เงินเจริญกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะเลขาธิการพรรค ศม. กล่าวยอมรับว่า แม้จะอยู่ฝ่ายค้าน แต่มีความอึดอัด เนื่องจากมีความมุ่งเน้นเรื่องการเมืองมากเกินไป แต่พรรคเศรษฐกิจใหม่ชำนาญเรื่องเศรษฐกิจ อาจทำให้การทำงานบางเรื่องไม่ราบรื่น ปัญหาปากท้องประชาชนไม่ถูกพูดถึง มีแต่พูดเรื่องการเมืองที่ไม่ช่วยให้ประชาชนอิ่มท้อง 
    "ดังนั้นพรรคจึงอยากมีเอกสิทธิ์การแสดงความเห็นและการออกเสียงในบางกรณีที่อาจไม่ตรงกับมติฝ่ายค้าน เพราะบางเรื่องพรรคเศรษฐกิจใหม่ไม่เห็นด้วยกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน ไม่อยากให้ลากชื่อพรรคไปอยู่มุมใดมุมหนึ่ง แต่ว่าวันนี้เรายังเป็นฝ่ายค้าน" นายภาสกรกล่าว
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายมิ่งขวัญได้นำไมโครโฟนยื่นให้ลูกพรรคอีก 5 คน เพื่อขอคำยืนยันว่ายังคงอยู่ร่วมกับรัฐบาล ซึ่งลูกพรรคทุกคนต่างยืนยันว่ายังทำงานร่วมกับพรรคฝ่ายค้าน ไม่มีใครตีจากไปร่วมกับฝ่ายรัฐบาล
    มีรายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทย (พท.) แจ้งว่าจากกรณีนายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม, นายตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล, นายคุณากร ปรีชาชนะภัย ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย เดินทางไปรอต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ขณะลงพื้นที่จ.สุรินทร์ และนายครูมานิตย์ไปพูดทำนองตำหนิติติงการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ โดยแกนนำพรรคมีการหารือนอกรอบเห็นควรตั้งคณะกรรมการมาสอบสวน โดยทางคณะกรรมการสอบ เตรียมบทลงโทษไว้ตั้งแต่การว่ากล่าวตักเตือน ไปจนถึงขั้นรุนแรง ส่วนจะออกมาในรูปแบบใด จะต้องรอฟังคำชี้แจงจากนายครูมานิตย์และคณะ ส.ส.สุรินทร์ก่อน 
ชงพท.สอบก๊วนส.ส.สุรินทร์
    เหตุที่เราต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนนั้น เพราะเห็นว่า 1.การลงพื้นที่ของนายกฯ ก็ไม่ใช่พื้นที่เขตรับผิดชอบของนายครูมานิตย์โดยตรง เหตุใดต้องไปชักชวน ส.ส.สุรินทร์ให้ไปร่วมต้อนรับ 2.พรรคต้องการทำเพื่อไม่ให้เกิดกรณีตัวอย่างไปถึง ส.ส.คนอื่น เพราะไม่อย่างนั้น ส.ส.จะนึกว่าทำได้กลายเป็นบรรทัดฐานที่ผิดไป 3.แนวทางของพรรค เกี่ยวกับปัญหาภัยแล้ง ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ พรรคก็ได้เตรียมแนวทางไว้แล้ว แต่กลับไม่ถูกพูดถึงในส่วนนี้ ตรงกันข้ามคนของพรรคกลับมาพูดให้ร้ายพรรคที่ตัวเองสังกัดถือเป็นเรื่องไม่สมควรอย่างยิ่ง
    ขณะที่นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรคพท. ภาคอีสาน แถลงว่า การที่นายครูมานิตย์ไปบอกกับนายกฯ ว่าจะยกมือให้นายกฯ ล้านเปอร์เซ็นต์ และไม่ได้ลงชื่ออภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ โดยกล่าวหาคนที่ลงชื่อว่าลงทำบ้าอะไร เป็นบ้าไปหรือไม่นั้น ถ้าพูดเช่นนี้แสดงว่าตนเป็นบ้า เพราะเป็นคนลงชื่อลำดับที่ 6 รวมถึง ส.ส.พรรคเพื่อไทยที่ลงชื่อก็ต้องเป็นบ้ากันทั้งหมด เป็นรองหัวหน้าพรรคภาคอีสานหากไม่ทำอะไรก็ควรต้องลาออก กรณีของนายตี๋ใหญ่ที่ไปอวยให้ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ 8 ปีนั้น ตนได้พูดตั้งแต่อภิปรายนโยบายรัฐบาลแล้วว่า ไม่นิยมคนเลียรองเท้าทหาร รวมถึง ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่ไปเลียรองเท้าทหารก็สังฆกรรมด้วยไม่ได้ 
    “ในวันที่ 22 ส.ค. เวลา 11.00 น. จะยื่นเรื่องถึงนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค เพื่อให้ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยและมาตรฐานจริยธรรมของสมาชิกตามข้อ 113 ของข้อบังคับพรรค กับนายครูมานิตย์ และนายตี๋ใหญ่ ซึ่งบทลงโทษอยู่ที่พรรคจะพิจารณา ส่วนนายคุณากรไม่ต้องถูกสอบ เพราะเห็นว่าเป็นการไปต้อนรับตามปกติ ผมเป็นรองหัวหน้าพรรคภาคอีสาน ไม่ดำเนินการอะไร พรรคเพื่อไทยก็อยู่ไม่ได้ ทั้งที่พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคอันดับหนึ่ง ชูประชาธิปไตยมาตลอดในการหาเสียง การที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยไปอวย พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งอยู่คนละขั้วกับพรรคเพื่อไทย ให้อยู่ 8 ปี มันไม่ใช่ เขาทำผิดจริยธรรมของพรรค และหากพรรคไม่มีบรรทัดฐานในเรื่องนี้ เวลานายกฯ ลงพื้นที่ ก็จะมีปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ” นายยุทธพงศ์กล่าว
    ด้านนายครูมานิตย์กล่าวถึงกรณีนายยุทธพงศ์ เตรียมยื่นหัวหน้าพรรค พท.สอบวินัยและจริยธรรมว่า เขาอยากแสดง อยากจะเป็นข่าว ก็ปล่อยเขาไป ถือเป็นสิทธิที่เขาจะทำ ไม่สนใจอยู่แล้ว เพราะปัญหาของประชาชนใน จ.สุรินทร์ มีความสำคัญมากกว่าที่จะเอาสมองมาคิดเรื่องเหล่านี้ เรื่องนี้สำหรับตนถือว่าจบแล้ว ได้คุยกับนายสมพงษ์และผู้ใหญ่ในพรรคแล้ว ไม่ได้ตำหนิอะไร เพราะมองว่าเป็นเรื่องปกติ เพียงแต่ตักเตือนว่าการให้สัมภาษณ์ หรือให้ความคิดเห็นทางการเมืองต้องระมัดระวังมากขึ้น 
    นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรค พท. กล่าวว่า การที่ไปต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ เข้าใจว่าคงเป็นเรื่องของพื้นที่มากกว่า รวมทั้งนายครูมานิตย์เป็นคนมีเพื่อนเยอะ เมื่อนายกฯ ลงไป คงอยากไปสะท้อนปัญหาเรื่องภัยแล้ง และเรื่องปัญหาอื่นๆ ของชาวบ้าน คงไม่มีปัญหาอะไร ในวันประชุมพรรค ส.ส.ไม่ได้พูดกันในเรื่องนี้ ผู้ใหญ่ในพรรคก็ยังขำๆ ไม่มีการเรียกไปว่ากล่าวตักเตือน เพื่อน ส.ส.ในพรรคไม่ได้ติดใจอะไร     
"สมพงษ์"ชี้ส.ส.รับนายกฯได้
    น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรค พท. กล่าวถึงกรณีนายยุทธพงศ์จะการยื่นหนังสือร้องเรียนตั้งกรรมการสอบ ส.ส.พรรคว่า ตามหลักการแล้วสามารถทำได้ ซึ่งจะต้องผ่านที่ประชุมร่วมกันของกรรมการบริหารพรรคว่าจะดำเนินการกับข้อร้องเรียนดังกล่าวต่อไปอย่างไร เรื่องนี้จะไม่นำไปสู่ปัญหาความขัดแย้งที่บานปลาย
    ด้านนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค พท.กล่าวว่า ในข้อเท็จจริงผู้แทนฝ่ายค้านก็คงพูดเอาใจพล.อ.ประยุทธ์ เพื่อของบประมาณ เช่น ขอไป 500 แล้วเขาให้มาพันกว่า ก็ไม่เป็นไร นิดๆ หน่อยๆ แต่เขาไม่ได้ไปซูฮกนายกฯ ส่วนคำพูดก็ควรต้องปรามกันเพื่อไม่ให้ทำเกินขอบเขต แต่สถานการณ์นั้นมันเป็นเพราะ กลอนพาไป 
    เมื่อถามว่า จะมีผลต่อฐานคะแนนเสียงพรรค พท.หรือไม่ นายสมพงษ์กล่าวว่า เขาคงต้องไปชี้แจงให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่เข้าใจ เพราะเขาก็ลงพื้นที่อยู่เสมอ และคงเอาข้อดีเรื่องได้งบมาไปส่วนที่พูดแล้วไปตรงกันข้ามกับสิ่งที่พรรคร่วมฝ่ายค้านดำเนินการ ก็ต้องมองถึงความเหมาะสมจะไปสั่งให้ไปซ้ายหรือขวาไม่ได้ แต่ครั้งนี้เป็นการพูดเพื่อให้ได้งบมาจากส่วนกลาง ส่วนการไปต้อนรับนายกฯ สามารถทำได้ อยากทำอะไรก็ทำ เมื่อมีผู้แทนคอยทำหน้าที่นี้ให้ในสภา ก็เป็นเรื่องหน้าที่ที่ผู้แทนประชาชนควรทำ 
         นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี ในฐานะประธาน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า ขอชื่นชม นายครูมานิตย์และนายตี๋ใหญ่ ที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นนักการเมืองของประชาชน ถือเป็นนักการเมืองน้ำดี ไม่แบ่งสีแบ่งฝ่าย โดยส่วนตัวได้พูดคุยกับนายตี๋ใหญ่ แล้ว ก็ทราบว่าไม่ใช่เป็นการแสดงตัวเพื่อขอย้ายข้างมาสนับสนุนรัฐบาลแต่อย่างใด แต่ทั้งสองคนได้รับแจ้งจากผู้ว่าราชการจังหวัดว่านายกฯ จะมาลงพื้นที่ และมีการนำงบประมาณมาพัฒนาจังหวัดด้วย จึงตัดสินใจไปให้การต้อนรับ หากวันนี้ตนเป็นฝ่ายค้านก็จะต้องมาต้อนรับ 
     นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ กล่าวถึงกรณีการเข้ารับตำแหน่งข้าราชการการเมืองของนายโรจนินทร์ หิรัญโชคอนันต์ อดีตผู้สมัครส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ อันดับ 10 พรรคเพื่อชาติ ว่า  นายโรจนินทร์ได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคไปแล้วช่วงหลังจากการเลือกตั้ง ตนไม่อยากพูดอะไรมาก เพราะเราไม่ได้ห้ามให้ใครอยู่หรือลาออกอยู่แล้ว บางคนหวังว่าเมื่อเราได้เป็นรัฐบาล ตัวเองจะได้ตำแหน่งทางการเมือง แต่พอเราได้เป็นฝ่ายค้าน เขาก็ผิดหวัง ซึ่งเรื่องแบบนี้อยู่ที่อุดมการณ์ของแต่ละคน ส.ส.เรามีแค่ 5 คน ดังนั้นเวลาโหวตเราเห็นกันอยู่ คุมไม่ยาก รู้ว่าใครโหวตอะไร แต่คนที่ไม่ได้เป็น ส.ส.เราคุมไม่ได้ ก็ต้องปล่อยเขาไป 
    นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป เปิดเผยว่า พรรคได้ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 5 ส.ค. เพื่อขอแจ้งการเลิกกิจการพรรค ซึ่งเป็นไปตามมติพรรคเอกฉันท์  เนื่องมาจากกรรมการบริหารพรรคแต่ละคนมีภารกิจมากมาย การแจ้งยกเลิกกิจการพรรคการเมือง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 91 (7) เลิกตามข้อบังคับ ส.ส.ของพรรคต้องไปสังกัดใหม่ภายในเวลาไม่เกิน 60 วัน ไม่เช่นนั้นก็จะพ้นจากสมาชิกภาพ ส.ส. นับตั้งแต่วันที่ กกต.ประกาศเรื่องดังกล่าวลงในราชกิจจานุเบกษา หลังจากนี้คาดว่า กกต.จะพิจารณาแล้วเสร็จมีความชัดเจนภายในปลายสัปดาห์หน้า  
โปรดเกล้าฯ ผู้นำฝ่ายค้าน
    มีรายงานว่า นายไพบูลย์จะไปสังกัดพรรค พปชร. เพราะพรรคนี้เป็นเเกนนำรัฐบาลเเละหนุน พล.อ.ประยุทธ์ รวมทั้งนโยบาย พปชร.สอดรับกับนโยบายพุทธศาสนาที่พรรคประชาชนปฏิรูปหาเสียงไว้ 
    พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรค พปชร. กล่าวถึงกระแสข่าวที่พูดในที่ประชุม ส.ส.พรรค ระบุให้ 5 รัฐมนตรีพิจารณาลาออกจากการเป็น ส.ส.แก้ปัญหารัฐบาลเสียงปริ่มน้ำว่า ตนไม่ได้พูดอย่างนั้น แค่บอกว่าเมื่อเสียงมันปริ่มน้ำ แล้วถ้ารัฐมนตรีมีงานเยอะ ก็ลองพิจารณากันดู ว่าจำเป็นหรือไม่ที่รัฐมนตรีจะลาออกจากการเป็น ส.ส.เพื่อให้คนที่เหลือเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในสภาแทน ก็แล้วแต่เขา ให้ตัดสินใจเอง นอกจากนี้ ตนยังได้เน้นย้ำให้ ส.ส.มีความเป็นหนึ่งเดียว รักใคร่กันพรรคทุก ซึ่งหลังจากนี้ตนถือเป็นนักการเมืองเต็มตัวแล้วตามหลักการ
    ส่วนกลยุทธ์การแก้ปัญหาเสียงปริ่มน้ำ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า มันก็ปริ่มจะทำอย่างไร ส่วนข่าวที่จะมี ส.ส.ฝ่ายค้าน 20 คน พร้อมยกมือสนับสนุนรัฐบาลนั้น ก็ไม่เห็นมีเลย แต่คิดว่าเป็นเรื่องดี หาก ส.ส.ฝ่ายค้านจะยกมือสนับสนุนรัฐบาลในญัตติสำคัญ มั่นใจว่าการมีหลายพรรคร่วมรัฐบาลจะสามารถดูแลไม่ให้เกเรกันได้ มั่นใจอีกว่ารัฐบาลจะอยู่ครบ 4 ปี โดยการเลือกตั้งครั้งหน้าจะได้ ส.ส.มากกว่าเดิม
     ที่รัฐสภา เวลา 11.09 น. สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จัดพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร โดยมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และ ส.ส. จากพรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ มาร่วมในพิธีด้วย และหลังจากเสร็จพิธี นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร, นายสุชาติ ตันเจริญ และนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้นำแจกันดอกไม้มาแสดงความยินดีกับนายสมพงษ์ และถ่ายรูปร่วมกัน
    นายสมพงษ์กล่าวภายหลังว่า เป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าฯ ที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง จะทำหน้าที่ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านให้ดีที่สุดเพื่อชาติบ้านเมือง สำหรับการอภิปรายญัตติอภิปรายทั่วไปนายกรัฐมนตรีโดยไม่มีการลงมตินั้น อยู่ระหว่างการรอสภาประสานไปยังรัฐบาล ซึ่งรอมาหลายสัปดาห์แล้ว และยังรอได้ ถือเป็นความจำเป็นที่นายกฯ จะต้องมาตอบชี้แจงด้วยตัวเอง
     "บทบาทผู้นำฝ่ายค้านตามข้อเท็จจริงแล้ว ไม่ใช่ว่าเราจะทำงานเป็นฝ่ายค้านของพรรคเพื่อไทยเท่านั้น แต่จะทำงานร่วมกันกับพรรคร่วมเพื่อให้มีศักยภาพสูงสุด ตนจะออกคำสั่งให้ตั้งเป็นคณะทำงาน ขณะนี้วางตำแหน่งไว้ 4 ท่าน คือที่ปรึกษา เลขาฯ ผู้ช่วยเลขาฯ และโฆษกผู้นำฝ่ายค้าน" 
    ส่วนที่มีข่าวว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านจะไปร่วมกับรัฐบาล นายสมพงษ์กล่าวว่า ตนก็ได้ยินข่าวมา แต่ไม่เชื่อว่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะพรรคร่วมฝ่ายค้านมีความเข้าใจกันเป็นอย่างดีว่าการย้ายจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง ผลเสียมันอยู่ที่การปฏิบัติของตัวเอง รัฐมนตรีเขาก็แบ่งตำแหน่งกันไปแล้ว จะเข้าไปเป็นพระอันดับมันก็ไม่ควร
จี้"ชวน-พรเพชร"ลาออก
    วันเดียวกัน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ยื่นหนังสือร่วม 60 หน้า ถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา และนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา เพื่อขอให้นายชวนและนายพรเพชรแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่ง จากกรณีที่ปล่อยให้นายกรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา และให้คณะรัฐมนตรี (ครม.)ปฏิบัติหน้าที่ ทั้งที่นายกฯ นำ ครม.ถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน ซึ่งถือว่าฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 159, 161 และ 162 เพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลที่มีความเป็นกลาง เหมาะสมที่จะปฏิบัติหน้าที่โดยไม่นำรัฐสภาที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติไปรับใช้ ครม.ซึ่งเป็นฝ่ายบริหาร 
     พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า เคารพนับถือทั้งสองคน ที่นายชวนระบุว่าจำเป็นต้องยึดหลักการนั้น ตนก็ยืนยันว่าจำเป็นต้องยึดหลักการเช่นกัน จึงได้ยื่นหนังสือขอให้ลาออกกฎหมายกำหนดให้ผู้มีสิทธิ์เสนอชื่อบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกฯ เป็นหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร แต่วาระการประชุมสภาในวันเดียวกับวันที่โหวตนายกฯ ไม่ปรากฏวาระการเสนอชื่อบุคคลให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ อีกกรณีคือนายกฯ นำครม.ถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน เบื้องต้นจะให้พิจารณาตัวเองไปก่อน แต่หากทั้งนายชวนและนายพรเพชรไม่พิจารณาตนเอง ก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ที่จะต้องส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.และผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้พิจารณาต่อไป
    นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาฯ แถลงว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นความจริง เพราะการเสนอชื่อนายกฯ ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญทุกประการ โดยเฉพาะตามมาตรา 272 ซึ่งเป็นบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญที่ระบุชัดเจนว่า ระหว่าง 5 ปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ การให้ความเห็นชอบนายกฯ ให้กระทำการในที่ประชุมร่วมรัฐสภา เรื่องนี้เมื่อมีการยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินแล้วก็ควรจะยุติ เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปตามกระบวนการต่อไป ยืนยันนายชวนพร้อมถูกตรวจสอบเพื่อความถูกต้อง
    ด้านนายชวนกล่าวถึงการกำหนดวันเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ประเด็นนายกฯ ถวายสัตย์ฯ ไม่ครบถ้วน และประเด็นนโยบายรัฐบาลไม่ระบุที่มางบประมาณให้ชัดเจน ว่า เมื่อมีการบรรจุเป็นญัตติเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องมีการกำหนดวันประชุม เพื่อจัดให้มีการอภิปราย ซึ่งสามารถกำหนดวันประชุมเฉพาะกรณีนี้ โดยเฉพาะ แยกจากวันประชุมตามปกติได้ โดยจะพิจารณาจากความพร้อมทั้ง 2 ฝ่าย 
    “การอภิปรายตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 เป็นเรื่องที่จำเป็นจะต้องมีผู้ชี้แจง ดังนั้น การกำหนดวันอภิปรายจะต้องดูความพร้อมของฝ่าย ครม.ด้วย คาดว่าจะสามารถเปิดอภิปรายได้ทันภายในสมัยประชุมนี้ คือในช่วงต้นเดือนกันยายน ไม่เกินวันที่ 18 ก.ย. ไม่น่าจะต้องเปิดประชุมวิสามัญนอกสมัยประชุม ส่วน นายกฯ ต้องมาชี้แจงด้วยตัวเองหรือไม่ เป็นเรื่องของฝ่ายคณะรัฐมนตรี แต่เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ส่งหนังสือถึงสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อขอความร่วมมือให้มาชี้แจงโดยปกติอยู่แล้ว" นายชวน กล่าว
เลขานายกฯ แจงผู้ตรวจ
     ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้เดินขึ้นตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล โดยถือซองสีน้ำตาลขึ้นไปด้วย 1 ซอง  ทั้งนี้ ภายหลังผู้สื่อข่าวพยายามถามว่าขึ้นไปพบนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือถึงกรณีการชี้แจงผู้ตรวจการแผ่นดิน เกี่ยวกับการถวายสัตย์ปฏิญาณของนายกรัฐมนตรีใช่หรือไม่ นายดิสทัต ปฏิเสธว่า ไม่ได้ขึ้นไปพบนายวิษณุ 
    เมื่อถามว่าได้ส่งหนังสือถึงผู้ตรวจการแผ่นดินแล้วหรือไม่ นายดิสทัตกล่าวว่า ยังไม่ได้ส่ง ยังไม่ทราบจะส่งได้เมื่อใด แต่จะส่งให้ทันตามกำหนดเวลาแน่นอน เมื่อถามว่าแล้วกำหนดเวลานั้นมีถึงเมื่อใด เลขาฯ นายกฯ กล่าวว่า จำไม่ได้ ซึ่งเมื่อถึงเวลาก็จะเปิดเผยให้สื่อมวลชนทราบอีกครั้ง
     นายวิษณุ เครืองาม กล่าวถึงกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินส่งหนังสือให้นายกฯ ชี้แจงเรื่องการถวายสัตย์ฯ ว่า นายดิสทัตเคยมาคุยกับตนเรื่องนี้ แต่ไม่รู้ว่าเขาจะเอาแนวทางที่ตนให้มุมมองหรือไม่ และไม่รู้ว่าเลขาฯ นายกฯ จะไปทำอย่างไร เพราะเขามาคุยและกลับไปเขียนคำชี้แจงกันเอง อีกทั้งเขาได้ไปถามมุมมองคนอื่นๆ มาด้วย 8-9 คน เพื่อมาดูว่าจะมีมุมมองอะไรหรือไม่ และไม่รู้ด้วยว่าได้ชี้แจงกลับไปยังผู้ตรวจการแผ่นดินแล้วหรือยัง ส่วนผลการวินิจฉัยของผู้ตรวจการฯ ไม่ทราบว่าเขาตีเป็นเอกสารลับไปหรือไม่ หากตีเป็นเอกสารลับ ก็ไม่สามารถนำไปชี้แจงในสภาได้ 
    ถามว่า สภาบรรจุญัตติที่ฝ่ายค้านขออภิปรายตามมาตรา 152 แล้ว นายกฯ ต้องไปตอบเองหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ต้องห่วงว่านายกฯ จะไปหรือไม่ไป เมื่อยื่นมาต้องไปอยู่แล้ว ไม่ได้มีปัญหาอะไร เมื่อมีการอภิปรายตามมาตรา 152 นั้น ให้ ครม.ไปชี้แจง ในการนี้จะให้ผู้ใดเป็นผู้ช่วยชี้แจงก็ได้ 
    ที่จังหวัดระยอง พล.อ.ประยุทธ์เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์มาลงบนเรือหลวงอ่างทอง บริเวณอ่าวไทยตอนบน เพื่อเป็นประธานพิธีปิดการฝึกปฏิบัติทางทะเลของศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ในช่วงท้าย พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธที่จะตอบคำถามกรณีนายชวนส่งหนังสือมาถึงสำนักเลขาธิการนายกฯ เกี่ยวกับการไปชี้แจงในการขอเปิดอภิปรายฯ ในประเด็นการถวายสัตย์ฯ โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า "เรื่องการเมืองไม่ตอบ เพราะวันนี้เป็นเรื่องงานการทหารเรือ" และปฏิเสธตอบคำถามเคลียร์คิวไปชี้แจงต่อสภาแล้วหรือยัง โดยนายกฯ ได้เดินทางกลับทันที.


วันนี้ พุธ ๑๘ กันยา ฝ่ายค้านอภิปรายทั่วไปรัฐบาล ประเด็น "นายกฯ ถวายสัตย์ฯ" ส่งท้ายก่อนปิดสมัยประชุม

ร้อยล้าน ‘ศรัทธาบริการ’ บิณฑ์
'สารอันตรายกับสายน้ำท่วม'
'เส้นทาง ๒ มิติ' รอ.ธรรมนัส
เฉพาะกับ "พระมหากษัตริย์"
ว่าด้วย 'บุญคุณและเอื้ออาทร'
น้ำครำตรวจสอบน้ำเน่า