'วิษณุ' ยันรัฐบาลทำหน้าที่จบแล้ว โอดลำบากใจพูดมาก-น้อยยังไงก็โดน


เพิ่มเพื่อน    

19 ก.ย.62 -  ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯให้สัมภาษณ์ถึงการชี้แจงการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 เมื่อวันที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมาว่า บรรยากาศเป็นไปด้วยดี ซึ่งเจตนาของรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ระบุไว้ชัดเจนว่าต้องการให้มีการสอบถามเพื่อที่รัฐบาลจะนำไปใช้ประโยชน์ไม่ใช่การต่อสู้ทางการเมือง บรรยากาศก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ส่วนที่ฝ่ายค้านยังติดใจอยู่นั้นเป็นเรื่องธรรมดาไม่มีปัญหาใดๆ

เมื่อถามว่าฝ่ายค้านจะนำประเด็นเหล่านี้ไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจอีก สามารถทำได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ก็แล้วแต่เขา ตนไม่อยากไปพูดอะไรเดี๋ยวจะมองว่าเป็นการชี้นำอีก

"ผมลำบากใจ เพราะเมื่อก่อนพอตอบไปมากก็หาว่าชี้นำ พอไม่ตอบ สื่อก็ไปลงว่าเดี๋ยวนี้เป็นอะไร ทำไมปิดปากเงียบ เพราะฉะนั้นพูดก็โดนไม่พูดก็โดนก็เก็บไว้ถึงเวลาจำเป็นค่อยพูดดีกว่า หรือไม่ก็ไปพูดกับคนอื่นดีกว่า แต่ตอนนี้ถือว่ารัฐบาลทำในส่วนของรัฐบาลเสร็จสิ้นแล้ว ส่วนสมาชิกเขาก็ทำในส่วนของตัวเองได้ดี คำถามอาจจะซ้ำๆกันบ้างแต่ก็ถือว่าเป็นในแง่มุมของเขา ซึ่งผมว่าเป็นเรื่องดี น่าส่งเสริม

เมื่อถามย้ำว่าฝ่ายค้านรู้สึกว่าไม่ได้รับความชัดเจนจากการชี้แจงของรัฐบาล อาจจะพุ่งเป้าอภิปรายไม่ไว้วางใจไปที่ นายกฯและตัวท่าน นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ได้ว่าอะไรทำไปเถอะ แต่ที่ฝ่ายค้านบอกว่าไม่ชัดเจนนั้นความจริงมันชัดเจนได้ถ้าฝ่ายค้านไม่ตัดบทการชี้แจงของรัฐบาลก่อน

"พอพูดอะไรไปก็ตัดบทๆ บอกว่าไม่เอาแล้ว ยาวไปบ้าง นอกเรื่องบ้าง ก็เลยไม่รู้จะพูดอะไร แต่ผมเข้าใจดีว่ามันเป็นเทคนิคในทางสภาฯ ผมไม่ได้เป็นส.ส.แต่เห็นมาเยอะว่าเป็นเทคนิคอย่างหนึ่งไม่เป็นไรก็ว่ากันไป สำหรับผมการชี้แจงเมื่อวันที่ 18 ก.ย. ไม่ได้รู้สึกกดดันอะไร กลับเห็นว่าบรรยากาศดีด้วยซ้ำ ผมรู้สึกพอใจ เพราะอย่างน้อยได้โฆษณาหนังสือของตัวเอง"

เมื่อถามถึงกรณีที่นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม อภิปรายทำนองว่านายวิษณุ พยายามดึงฟ้าต่ำจะชี้แจงอย่างไร นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่มีอะไรชี้แจง


เรื่องหน้ากากอนามัย ๒๐๐ ล้านชิ้น มีแต่ตัวเลข ไม่มีตัวหน้ากากที่พูดกันมานานนั้น บทจะจบ..... ก็จบดื้อๆ แค่รองนายกฯ วิษณุพูดว่า "ของเก่าไม่ต้องพูดถึง.......

ฉุกเฉิน 'ในระบบราชการ'?
อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"