เดโมแครตเริ่มกระบวนการถอดถอน 'ทรัมป์' อย่างเป็นทางการ


   

นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐพรรคเดโมแครต ประกาศเปิดกระบวนการไต่สวนเพื่อถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันอังคาร ชี้ทรัมป์ตระบัดสัตย์คำสาบานตนรับตำแหน่ง จากการขอความช่วยเหลือจากผู้นำต่างชาติเพื่อทำร้ายโจ ไบเดน คู่แข่งทางการเมืองของเขา

แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ พรรคเดโมแครต แถลงเมื่อวันอังคาร / AFP

    เอเอฟพีรายงานว่า กระบวนการถอดถอนนี้เกิดขึ้นก่อนหน้าการเลือกตั้งประธานาธิบดีและสมาชิกสภาคองเกรสของสหรัฐเพียง 14 เดือน แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งประณามความพยายามของเดโมแครตว่าเป็นการล่าแม่มดและการรังแกประธานาธิบดี กลับอ้างว่าจะช่วยเพิ่มโอกาสให้เขาชนะเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน 2563

    เพโลซีแถลงข่าวที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันอังคารที่ 24 กันยายน 2562 ถึงการตัดสินใจเริ่มต้นกระบวนการถอดถอนที่มีความซับซ้อนและมีโอกาสเป็นจริงน้อยว่า การกระทำของประธานาธิบดีทรัมป์เปิดเผยให้เห็นข้อเท็จจริงที่น่าอัปยศของการทรยศต่อคำสาบานตนของประธานาธิบดี การทรยศต่อความมั่นคงแห่งชาติ และการทรยศต่อบูรณภาพของการเลือกตั้งของสหรัฐ วันนี้ตนจึงประกาศว่าสภาผู้แทนราษฎรกำลังเดินหน้าเปิดการไต่สวนเพื่อถอดถอนอย่างเป็นทางการ

    ประธานสภาผู้แทนราษฎรรายนี้และแกนนำหลายคนของเดโมแครตเคยบ่ายเบี่ยงการถอดถอนทรัมป์ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา โดยต้องการให้ความสำคัญกับการสู้ศึกเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง แต่คำกล่าวหาล่าสุดที่ว่าทรัมป์เสนอให้ความช่วยเหลือต่อยูเครนเพื่อแลกกับการขอให้ยูเครนช่วยในการสอบสวนเพื่อทำลายชื่อเสียงของอดีตรองประธานาธิบดีไบเดน ซึ่งเป็นตัวเต็งผู้ท้าชิงจากพรรคเดโมแครต ไปจนถึงการสนับสนุนจากสมาชิกพรรคตั้งแต่ระดับบนยันระดับล่าง ส่งผลให้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป

    "ประธานาธิบดีต้องรับผิดชอบ ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย" เพโลซีกล่าว

    ทรัมป์ถูกสื่อเปิดโปงว่าเขากดดันประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ให้เปิดการสอบสวนคดีคอร์รัปชันกับไบเดน และฮันเตอร์ ลูกชายของเขาที่ทำงานให้บริษัทพลังงานของยูเครน เรื่องอื้อฉาวนี้มีชนวนเหตุมาจากการการร้องทุกข์กล่าวโทษของผู้เปิดโปงลับๆ รายหนึ่ง เกี่ยวกับคำสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างทรัมป์กับเซเลนสกีเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม แต่หน่วยงานด้านข่าวกรองปฏิเสธจะส่งมอบเอกสารร้องทุกข์ดังกล่าวให้คณะกรรมาธิการของคองเกรส ทำให้เกิดการงัดข้อกันระหว่างคองเกรสกับทำเนียบขาว

    ทรัมป์เคยยืนกรานจะไม่เปิดเผยบทสนทนาครั้งนั้น แต่เมื่อวันอังคารเมื่อเดโมแครตเดินหน้าถอดถอนจริง เขากลับประกาศทางทวิตเตอร์ว่า เขาจะเปิดเผยการถอดบทสนทนาทางโทรศัพท์กับเซเลนสกี ซึ่งจะเผยให้เห็นว่าเป็นการสนทนาฉันมิตร ไม่มีการกดดันหรือการยื่นหมูยื่นแมวเหมือนกับที่โจ ไบเดน และลูกชายของเขาทำ

    ก่อนหน้านั้นทรัมป์ยอมรับว่าเขาหารือกับเซเลนสกีเรื่องไบเดนจริง แต่ปฏิเสธว่าเขาไม่ได้ตั้งเงื่อนไขผูกพันความช่วยเหลือทางทหารหลายร้อยล้านดอลลาร์ที่สหรัฐจะมอบให้ยูเครน เพื่อแลกกับการให้ยูเครนสอบสวนไบเดน เมื่อวันอังคารทรัมป์อ้างว่า เขาระงับความช่วยเหลือก้อนนั้นก็เพื่อบีบให้ชาติพันธมิตรในยุโรปเพิ่มการสนับสนุนแก่รัฐบาลของเซเลนสกีบ้าง

    การตัดสินใจเปิดเผยบทสนทนาของทรัมป์ยังไม่เป็นที่พอใจแก่สมาชิกเดโมแครต ที่ต้องการให้ทำเนียบขาวเปิดเผยเอกสารร้องทุกข์ของผู้เปิดโปงจากหน่วยข่าวกรองต่อสภาคองเกรส ที่เชื่อกันว่ามีหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกระทำผิด.


ผมผิดอะไร?...........ฟัง "ทอน" แถลงข่าวก็ได้ข้อสรุปไม่ใช่เรื่อง "อยู่เป็น" หรือ "อยู่ไม่เป็น" แล้วล่ะ        อยู่ไปก็ไลฟ์บอยซะมากกว่า 

"ทอน-บุตร" ประเทศกูมี
"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา
คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว