'ทรัมป์' ป่าวร้องเรียกจีน-ยูเครนสอบ 'โจ ไบเดน'


   

ไหนๆ ก็ไหนๆ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเรียกร้องอย่างเปิดเผยให้รัฐบาลจีนและยูเครนสอบสวนอดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน ว่าที่คู่แข่งของเขาในการเลือกตั้งปีหน้า เย้ยหยันการสอบสวนของ ส.ส.เดโมแครตที่ต้องการถอดถอนเขาฐานเชื้อเชิญต่างชาติแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐ

อดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน (ซ้าย) และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ / AFP

    ประธานาธิบดีทรัมป์จากพรรครีพับลิกันยังคงแสดงอารมณ์โกรธแค้นต่อความพยายามถอดถอนเขาพ้นตำแหน่ง โดยโจมตีพวกที่กล่าวหาเขาว่าเป็นพวกวิกลจริต ระหว่างการปราศรัยในงานที่รัฐฟลอริดาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม 2562 วันเดียวกับที่คณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐที่เดโมแครตเป็นประธาน เรียกอดีตนักการทูตประจำยูเครนเข้าให้การแบบลับ

    ทรัมป์ถูกกล่าวหาว่ากดดันประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ให้เปิดการสอบสวนอดีตรองประธานาธิบดีไบเดน และฮันเตอร์ ไบเดน ลูกชายที่เคยทำงานในบริษัทพลังงานยูเครน ผู้เปิดโปงที่เชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ข่าวกรองสงสัยว่าทรัมป์ใช้เงินช่วยเหลือของรัฐบาลเป็นข้อต่อรองบีบบังคับให้เซเลนสกีเปิดการสอบสวน

    "ผมจะบอกว่า ประธานาธิบดีเซเลนสกี ถ้าผมเป็นคุณ ผมจะแนะนำให้พวกเขาเปิดการสอบสวนพ่อลูกไบเดน" ทรัมป์กล่าวกับนักข่าวนอกทำเนียบขาวเมื่อวันพฤหัสบดี "เช่นเดียวกัน จีนก็ควรเปิดการสอบสวนพวกไบเดนด้วย เพราะสิ่งที่เกิดในจีนก็เลวร้ายพอๆ กับสิ่งที่เกิดในยูเครน"

    และเมื่อถูกตั้งคำถามว่า เขาจะขอให้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ทำแบบเดียวกับเซเลนสกีหรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า เขายังไม่ได้ขอ แต่ก็น่าขบคิดเหมือนกัน

    ด้านอดัม ชิฟฟ์ ประธานคณะกรรมาธิการข่าวกรอง สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า เป็นอีกครั้งที่ประธานาธิบดีสหรัฐผู้นี้แนะนำและรบเร้าให้ประเทศอื่นแทรกแซงการเลือกตั้งของสหรัฐ

    ทรัมป์กล่าวหาว่า อดีตรองประธานาธิบดีไบเดนพายามขัดขวางการสอบสวนคดีคอร์รัปชันในยูเครน เกี่ยวกับหุ้นส่วนธุรกิจของลูกชาย โดยใช้ความช่วยเหลือของรัฐบาลเป็นข้อต่อรอง และกล่าวหาฮันเตอร์ ไบเดน ด้วยว่าใช้ชื่อเสียงของพ่อเพื่อหาทุน 1,500 ล้านดอลลาร์จากจีนเมื่อปี 2556 เพื่อใช้สำหรับการลงทุนในปักกิ่ง ที่สร้างเงินให้ฮันเตอร์ "หลายล้านดอลลาร์"

    อย่างไรก็ดี การตรวจสอบของยูเครนในอดีตไม่พบว่าการสอบสวนหุ้นส่วนของฮันเตอร์คดีคอร์รัปชันถูกขัดขวาง ตรงกันข้าม รัฐบาลสหรัฐขณะนั้นรวมถึงพันธมิตรในยุโรปต่างมองว่าอัยการยูเครนที่ทำคดีนี้ในเวลานั้นแต่ถูกปลดไปแล้ว มีความประนีประนอมอย่างยิ่ง

    ส่วนการทำธุรกิจในจีนของฮันเตอร์นั้น รายงานข่าวหลายชิ้นกล่าวว่า เพื่อนร่วมธุรกิจของเขาขอใบอนุญาตลงทุนในจีน แต่ไม่มีชื่อของฮันเตอร์เกี่ยวข้องด้วย และเป็นการลงทุนแค่ไม่กี่ล้านดอลลาร์.


ผมผิดอะไร?...........ฟัง "ทอน" แถลงข่าวก็ได้ข้อสรุปไม่ใช่เรื่อง "อยู่เป็น" หรือ "อยู่ไม่เป็น" แล้วล่ะ        อยู่ไปก็ไลฟ์บอยซะมากกว่า 

"ทอน-บุตร" ประเทศกูมี
"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา
คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว