'วิษณุ'นำจิตอาสาทำความสะอาดสถานีรถไฟหัวลำโพง


   

23 ต.ค. 62 - พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิรลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานโครงการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.ให้หน่วยพระราชทาน ร่วมกับประชาชนจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริ ร่วมปฏิบัติหน้าที่ในโครงการ "เราทำความดี ด้วยหัวใจ" พัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์สถานีรถไฟหัวลำโพง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยระดมพลังความรักความสามัคคีทั้งของหน่วยงานในพระองค์ หน่วยงานราชการภาคเอกชน ชุมชน และประชาชน ร่วมพัฒนาทำความสะอาดสถานีรถไฟและบริเวณโดยรอบ

โดยในเวลา 10:30 น. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และเปิดกิจกรรม พร้อมด้วยพล.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร คณะรัฐมนตรี ผู้บริหารสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้บริหารศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักเทศกิจสำนักงานเขตปทุมวัน กองบัญชาการ กองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศกระทรวงคมนาคมการรถไฟแห่งประเทศไทย การไฟฟ้านครหลวง กองบัญชาการดำรวจนครบาลหน่วยพระราชทาน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กรุงเทพมหานคร (กทม.) ประชาชนจิตอาสา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมจำนวน 60 คน ร่วมพิธี ณ สถานีรถไฟหัวลำโพง เขตปทุมวัน จากนั้นจิตอาสาฯ ดำเนินการ
พัฒนาความสะอาดตามจุดที่กำหนด

สำหรับกิจกรรมแบ่งออกเป็น 3 โซนประกอบด้วย โซน A พัฒนาล้างทำความสะอาดและทาสีรั้ว บริเวณหน้าสถนีรถไฟ โซน B พัฒนาทำความสะอาดบริเวณโดยรอบสถานีรถไฟและโซน C พัฒนาทำความสะอาด บริเวณอนุสรณ์ปฐมฤกษ์รถไฟหลวงและตู้รถไฟ ทั้งนี้ศูนย์อำนวยการใหญ่ (ศอญ.)ได้จัดตั้งโรงครัวพระราชทานเพื่อให้บริการอาหารแก่จิตอาสาที่ร่วมกิจกรรมพัฒนาทำความสะอาดสถานีรถไฟหัวลำโพงตลอดวัน.


ขยันดีนะ....ฝ่ายค้านชุดนี้ เคาะกะลากันรายวัน จะแก้รัฐธรรมนูญ จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล งานเต็มมือ!    เรื่องหาวิธีชำเรารัฐธรรมนูญพูดกันไปเยอะแล้ว มาที่เรื่องซักฟอกรัฐบาลดูบ้าง 

ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน