'ทรัมป์' เมินอาเซียน ส่งกุนซือร่วมประชุมอีสต์เอเชียที่กรุงเทพฯ


   

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เบี้ยวอีสต์เอเชียซัมมิตเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน แต่คราวนี้ส่งเจ้าหน้าที่ระดับปลายแถวยิ่งกว่าปีที่แล้ว โดยมอบหมายให้ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติคนใหม่นำคณะร่วมประชุมที่กรุงเทพฯ แทน ตอกย้ำรัฐบาลสหรัฐไม่เห็นความสำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งที่จีนกำลังแผ่อิทธิพลครอบงำ

แฟ้มภาพ โรเบิร์ต โอไบรเอน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติคนใหม่ของสหรัฐ / AFP

    ทำเนียบขาวแถลงที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันอังคารที่ 29 ตุลาคม 2562 ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะไม่เดินทางมาร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอีสต์เอเชียซัมมิต (อีเอเอส) และสหรัฐ-อาเซียนซัมมิต ประจำปีนี้ ที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมที่กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 3-4 พฤศจิกายน โดยผู้นำสหรัฐมอบหมายให้โรเบิร์ต โอไบรเอน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติคนใหม่ที่เพิ่งรับตำแหน่งเมื่อเดือนกันยายน ทำหน้าที่ผู้แทนพิเศษของเขา

    คณะผู้แทนของสหรัฐยังรวมถึงวิลเบอร์ รอส รัฐมนตรีพาณิชย์ ซึ่งจะนำคณะเจ้าหน้าที่และผู้บริหารธุรกิจเข้าร่วมการประชุมอินโด-แปซิฟิกบิสซิเนสฟอรัม ที่จัดนอกรอบการประชุมอีเอเอส โดยรอสจะแยกเดินทางไปเยือนอินโดนีเซียและเวียดนามด้วยหลังจากนั้น

    แม้จะไม่มาร่วมการประชุมเอเชียและอาเซียนที่ไทย แต่ทำเนียบขาวยืนยันว่าทรัมป์จะไปร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (เอเปก) ที่กรุงซันติอาโกของชิลีกลางเดือนพฤศจิกายน

    ข่าวรอยเตอร์กล่าวว่า เดวิด สติลเวลล์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐด้านเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ก็จะร่วมคณะของโอไบรเอนมาร่วมการประชุมที่กรุงเทพฯ ด้วย แต่คณะผู้แทนของสหรัฐปีนี้ยังนับว่าเป็นเจ้าหน้าที่ระดับล่างที่สุด เมื่อเทียบกับผู้แทนของประเทศอื่นๆ ที่มีบทบาทสำคัญในภูมิภาคนี้ เช่น ญี่ปุ่น, อินเดีย และจีน

    ทรัมป์เคยเดินทางมาร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำสหรัฐ-อาเซียนด้วยตนเองครั้งหนึ่งที่กรุงมะนิลาของฟิลิปปินส์เมื่อปี 2560 แต่ครั้งนั้นเขาเดินทางกลับก่อนโดยไม่ได้เข้าร่วมการประชุมอีเอเอสอย่างเต็มรูปแบบ โดยมอบหมายให้เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐตอนนั้น ทำหน้าที่ผู้แทนของเขา

    ปีที่แล้ว ทรัมป์ส่งรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ เป็นตัวแทนเขามาร่วมประชุมที่สิงคโปร์ ซึ่งเพนซ์ได้งัดข้อกับจีนบนเวทีนี้ โดยวิจารณ์การขยายแสนยานุภาพทางทหารของจีนในทะเลจีนใต้ว่า "ผิดกฎหมายและอันตราย" พร้อมให้คำมั่นว่าสหรัฐจะยืนหยัดข้างเดียวกับชาติพันธมิตรของสหรัฐในภูมิภาคนี้

    เวทีอีสต์เอเชียซัมมิตเป็นแนวคิดที่ผลักดันโดยนายกฯ มหาเธร์ โมฮัมหมัด ของมาเลเซียเมื่อหลายปีก่อน แต่การประชุมครั้งแรกที่กรุงกัวลาลัมเปอร์เมื่อปี 2548 สหรัฐไม่ได้ส่งผู้แทนเข้าร่วม ซึ่งทำให้มีทัศนะวิจารณ์อย่างกว้างขวางว่าสหรัฐหมกมุ่นอยู่แต่กับภูมิภาคตะวันออกกลางโดยไม่สนใจเอเชีย

    อย่างไรก็ดี ภายหลังประธานาธิบดีบารัค โอบามา ประกาศนโยบายหันเหสู่เอเชีย โอบามาก็เข้าร่วมการประชุมเหล่านี้ด้วยตนเองตั้งแต่ปี 2554 โดยยกเว้นในปี 2556 ที่รัฐบาลสหรัฐเผชิญปัญหาชัตดาวน์ ทำให้ต้องส่งจอห์น แคร์รี รัฐมนตรีต่างประเทศ มาประชุมแทน

    นักการทูตในเอเชียและนักวิเคราะห์หลายรายกล่าวกันว่า การที่ทรัมป์ลดระดับความสำคัญของตัวแทนที่ส่งเข้าร่วมการประชุมอาเซียนและอีเอเอสจะก่อคำถามถึงความยึดมั่นของสหรัฐที่มีต่อภูมิภาคนี้ ที่กำลังวิตกกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับการแผ่อิทธิพลอย่างรวดเร็วของจีน

    เอมี ซีไรต์ ที่ปรึกษาอาวุโสของหน่วยงานคลังสมอง ศูนย์ยุทธศาสตร์และนานาชาติศึกษา (ซีซิส) ในกรุงวอชิงตัน กล่าวว่า การที่สหรัฐไม่ส่งผู้นำหรือเจ้าหน้าที่ระดับสูงมาร่วมด้วยก่อคำถามว่า รัฐบาลสหรัฐจริงจังแค่ไหนกับยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้าง รวมทั้งคำถามว่าความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐในภูมิภาคนี้เชื่อถือได้เพียงใด.


ขอโทษที............ จู่ๆ ผมหายต๋อม บางท่านอาจตำหนิ ที่ไม่บอกกล่าวอะไรกันเลย ตามประสา "ชราชน" น่ะครับ ปุปปับ พรรคพวกต้องหามเข้าโรงพยาบาล นอนดูน้ำเกลือหยด ติ๊ก..ติ๊ก..อยู่ ๔ คืน

คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'