สภาล่างสหรัฐเดินหน้ากระบวนการไต่สวนถอด'ทรัมป์'


   

สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐที่เดโมแครตครองเสียงข้างมาก เดินหน้ากระบวนการไต่สวนเพื่อถอดถอนโดนัลด์ ทรัมป์ พ้นตำแหน่งประธานาธิบดี โดยเห็นชอบกฎพื้นฐานสำหรับการไต่สวนที่เปิดให้สาธารณชนได้รับรู้ข้อมูลเป็นครั้งแรก

แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ใช้ค้อนเคาะสัญญาณปิดการลงคะแนนในสภาเมื่อวันพฤหัสบดี / AFP

    การลงมติของสภาล่างสหรัฐเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 31 ตุลาคม ที่ผ่านมา เป็นการลงมติครั้งแรกเกี่ยวกับกระบวนการถอดถอนและเป็นบททดสอบอย่างเป็นทางการครั้งแรกในสภาแห่งนี้ว่าสนับสนุนการไต่สวนเพื่อถอดถอนหรือไม่ โดยผลปรากฏว่า ส.ส.ส่วนใหญ่ลงมติด้วยคะแนน 232 เสียงเห็นชอบในเดินหน้ากระบวนการนี้ โดยมี 196 เสียงคัดค้าน

    ส.ส.เดโมแครต 2 คนจากรัฐที่ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ลงมติคัดค้านแบบเดียวกับรีพับลิกันทั้งพรรค ขณะเดียวกันก็มีอดีต ส.ส.รีพับลิกันที่ปัจจุบันเป็น ส.ส.อิสระ ลงมติเห็นด้วย
 
    นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครต กล่าวว่า วันนี้สภาผู้แทนราษฎรดำเนินการอีกขั้นด้วยการกำหนดขั้นตอนสำหรับการให้การแบบเปิดเผยเพื่อให้สาธารณชนได้เห็นข้อเท็จจริงด้วยตนเอง

    การไต่สวนของเดโมแครตต้องการทราบว่าทรัมป์ใช้อำนาจประธานาธิบดีโดยมิชอบหรือไม่ ด้วยการใช้นโยบายต่างประเทศแบบผิดกฎหมายเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวทางการเมือง

    ที่มาของคำกล่าวหานี้มาจากคำสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างทรัมป์ กับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ซึ่งทรัมป์ถูกกล่าวหาว่ากดดันผู้นำยูเครนสอบสวนอดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน ตัวเก็งที่จะเป็นผู้แทนพรรคเดโมแครตชิงตำแหน่งประธานาธิบดีแข่งกับทรัมป์ในปีหน้า และฮันเตอร์ ไบเดน ลูกชายของไบเดนที่เคยเป็นผู้บริหารบริษัทพลังงานแห่งหนึ่งในยูเครน

    เจ้าหน้าที่ระดับสูงทั้งปัจจุบันและอดีตราว 12 คนเข้าให้การต่อคณะกรรมาธิการหลายชุดของสภาแบบปิดลับ ตอกย้ำตรงกันว่าทรัมป์สั่งระงับความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนราว 400 ล้านดอลลาร์ เพื่อบีบให้เซเลนสกีประกาศสอบสวนพ่อ-ลูกไบเดนเป็นการแลกเปลี่ยน

    ทรัมป์ปฏิเสธว่าสิ่งที่เขาทำไม่ผิดกฎหมาย และกล่าวโจมตีการไต่สวนว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายและเกิดจากแรงจูงใจทางการเมือง โดยเขามักเรียกว่าเป็นการล่าแม่มดครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกา

    การไต่สวนแบบเปิดเผยนี้จะเริ่มต้นด้วยการนำเสนอพยานและหลักฐานเอกสารโดยคณะกรรมาธิการข่าวกรองของสภาล่าง ที่เป็นแกนนำการไต่สวนที่ผ่านมา และจะเปิดให้รีพับลิกันท้าทายได้ หากผลการไต่สวนมีน้ำหนักมากพอ คณะกรรมาธิการการตุลาการจะร่างข้อกล่าวหาเพื่อถอดถอนให้สภาลงมติ หากผ่านก็จะส่งต่อให้วุฒิสภาลงมติถอดถอน ซึ่งต้องใช้เสียง 2 ใน 3 จึงแทบเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากรีพับลิกันครองที่นั่งข้างมาก.


ขอโทษที............ จู่ๆ ผมหายต๋อม บางท่านอาจตำหนิ ที่ไม่บอกกล่าวอะไรกันเลย ตามประสา "ชราชน" น่ะครับ ปุปปับ พรรคพวกต้องหามเข้าโรงพยาบาล นอนดูน้ำเกลือหยด ติ๊ก..ติ๊ก..อยู่ ๔ คืน

คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'