สภาคองเกรสผ่าน 'ร่าง กม.อุยกูร์' จีนขู่ตอบโต้


เพิ่มเพื่อน    

กระตุกหนวดมังกรอีกแล้ว สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐผ่านร่างกฎหมายอุยกูร์ 2019 ประณามการละเมิดสิทธิมนุษยชนชาวมุสลิมฮุยกูร์ในซินเจียง เล็งแซงก์ชันเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนที่อยู่เบื้องหลัง รอรวมร่างกับของวุฒิสภาเพื่อส่งให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนาม จีนเตือนสหรัฐต้องจ่ายค่าตอบแทน

แฟ้มภาพ เฉิน เฉวียนกั่ว เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำซินเจียง ที่อาจโดนสหรัฐคว่ำบาตรตามร่างกฎหมายฉบับนี้ / AFP

    การลงมติผ่านร่างกฎหมายอุยกูร์ 2019 ของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ด้วยคะแนนเห็นชอบท่วมท้น 407 ต่อ 1 เสียงคัดค้าน เมื่อวันอังคารที่ 3 ธันวาคม 2562 ยิ่งเพิ่มความตึงเครียดระหว่างสองชาติมหาอำนาจที่กำลังติดพันกับสงครามการค้าที่ยืดเยื้อ อีกทั้งก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีทรัมป์เพิ่งลงนามกฎหมายสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยฮ่องกง ที่หนุนหลังผู้ประท้วงในฮ่องกง ซึ่งทำให้จีนกริ้วหนักและประกาศมาตรการตอบโต้เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ด้วยการแซงก์ชันองค์กรเอกชนอเมริกันหลายแห่งและห้ามเรือของกองทัพเรือสหรัฐแวะเทียบท่าฮ่องกงอย่างไม่มีกำหนด

    รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้ประณามการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงของรัฐบาลจีน ที่เกี่ยวโยงถึงการปราบปรามในเขตซินเจียงซึ่งอยู่ในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ที่ซึ่งเชื่อว่าชาวอุยกูร์และชนกลุ่มน้อยที่ส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมมากกว่า 1 ล้านคน ถูกคุมขังในค่ายปรับทัศนคติ

    ร่างกฎหมายของสภาล่างฉบับนี้มีเนื้อหาที่หนักหน่วงกว่าร่างที่ผ่านวุฒิสภาสหรัฐเมื่อเดือนกันยายน ขั้นตอนถัดจากนี้สภาคองเกรสต้องรวม 2 ร่างเข้าด้วยกันเพื่อส่งให้ทรัมป์ลงนาม

    ร่างของสภาผู้แทนราษฎรฉบับนี้ประณามการคุมขังชาวอุยกูร์จำนวนมากโดยพลการ และเรียกร้องให้จีนปิดค่ายปรับทัศนคติเหล่านี้ นอกจากนั้นยังเรียกร้องให้ทรัมป์คว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ของจีนที่อยู่เบื้องหลังนโยบายอุยกูร์ ซึ่งรวมถึงเฉิน เฉวียนกั่ว เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำซินเจียง

    แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวกับ ส.ส.ในสภาก่อนลงมติว่า ปัจจุบันศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์และสิทธิมนุษยชนของประชาคมอุยกูร์กำลังถูกคุกคามโดยพฤติการณ์โหดร้ายป่าเถื่อนของจีน ที่สร้างความโกรธแค้นต่อมโนธรรมที่ชาวโลกมีร่วมกัน คองเกรสกำลังดำเนินขั้นตอนที่สำคัญยิ่งต่อการตอบโต้การละเมิดสิทธิมนุษยชนชาวอุยกูร์อย่างน่ากลัวของรัฐบาลจีน

    ประธานสภาสตรีจากพรรคเดโมแครตรายนี้กล่าวโจมตีทางการจีนด้วยว่า ใช้มาตรการปราบปรามหลายอย่าง  เช่น การสอดแนมอย่างแพร่หลายโดยรัฐ, การขังเดี่ยว, ทุบตี, บังคับทำหมัน และการทารุณทรมานในรูปแบบอื่นๆ

    ในวันพุธ หัว ชุนอิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงที่กรุงปักกิ่งว่า ร่างฉบับนี้ไม่ควรผ่านเป็นกฎหมายออกมาบังคับใช้ และเตือนว่าการดำเนินการและถ้อยคำที่ผิดทั้งหมดจะต้องจ่ายผลตอบแทนตามมา

    โฆษกหญิงของจีนไม่ได้ตอบคำถามที่ว่าร่างกฎหมายดังกล่าวจะส่งผลต่อการเจรจาการค้าหรือไม่ แต่เธอกล่าวว่า ไม่มีทางที่มันจะไม่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐ รวมไปถึงความร่วมมือในด้านสำคัญๆ ระหว่างสองประเทศ

    ร่างของสภาล่างต้องการให้กระทรวงการต่างประเทศจัดทำรายงานว่าด้วยการปราบปรามในซินเจียง โดยกำหนดเวลาไว้ภายใน 1 ปี และต้องการให้กระทรวงพาณิชย์ห้ามการส่งออกจากสหรัฐไปยังองค์กรหรือบริษัทใดๆ ในซินเจียง ที่ถูกนำไปใช้ในการกักขังหรือสอดแนมชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิม ซึ่งรวมถึงเทคโนโลยีจดจำใบหน้า

    ด้านโทมัส แมสซี ส.ส.เพียงคนเดียวที่ลงมติคัดค้านทั้งร่างกฎหมายฉบับนี้และร่างกฎหมายฮ่องกง กล่าวผ่านทวิตเตอร์ว่า เขาลงมติเช่นนี้เพราะเห็นว่าเรื่องเหล่านี้เป็นกิจการภายในของจีน.


"ศ.ธีรยุทธ บุญมี" เผยแพร่บทความเรื่อง "เมษาชี้ชะตาประเทศ" เมื่อวาน (๓๐ มี.ค.๖๓) อ่านแล้ว..... ต้องบอกว่า "อาจารย์ธีรยุทธ" ก้าวข้ามคำว่า "นักวิชาการ" สู่สถานะ "วิญญูชน" แท้จริง!

อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"
ที่สุด 'ในสถานการณ์' คิดบวก