เดโมแครตตั้ง 2 ข้อกล่าวหาถอดถอน 'ทรัมป์'


   

พรรคเดโมแครตตั้งข้อกล่าวหาเพื่อถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ 2 ข้อหาเมื่อวันอังคาร ประกอบด้วยการใช้อำนาจในตำแหน่งประธานาธิบดีโดยมิชอบ และขัดขวางกระบวนการของรัฐสภา คาดส่งให้สภาผู้แทนราษฎรลงมติสัปดาห์หน้า ด้านทรัมป์โต้ "น่าหัวร่อ"

เจอร์รี แนดเลอร์ ประธานคณะกรรมาธิการตุลาการ แถลงพร้อมแกนนำพรรคเดโมแครต เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2562 / AFP

    รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 11 ธันวาคมกล่าวว่า หากสัปดาห์หน้าสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งสมาชิกพรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมาก ลงมติเห็นชอบ ก็จะทำให้ทรัมป์เป็นผู้นำสหรัฐคนที่ 3 ที่ถูกกล่าวหาเพื่อถอดถอนพ้นตำแหน่ง ซึ่งจะนำไปสู่การพิจารณาของวุฒิสภาต่อไป

    เจอร์รี แนดเลอร์ กรรมาธิการตุลาการ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ กล่าวว่า พวกเราต้องทำให้กระจ่างชัดว่าไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย แม้แต่ประธานาธิบดี เมื่อเขาทรยศความไว้วางใจของประชาชนและสำคัญตัวเองว่าอยู่เหนือประเทศ เขาทำให้รัฐธรรมนูญของเรา, ประชาธิปไตยของเรา และความมั่นคงแห่งชาติตกอยู่ในอันตราย

    ทรัมป์ถูกกล่าวหาว่าใช้อำนาจในตำแหน่งประธานาธิบดีเพื่อประโยชน์ทางการเมืองและประโยชน์ส่วนตัว ด้วยการกดดันให้ยูเครนแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐในปีหน้า โดยเดโมแครตระบุว่า ทรัมป์ได้ทำความผิดอาญาระดับสูงและประพฤติมิชอบ เขาจะเป็นภัยคุกคามต่อรัฐธรรมนูญสหรัฐหากยังดำรงตำแหน่งต่อไป

    คำฟ้องข้อกล่าวหาเพื่อถอดถอนนี้จะส่งให้คณะกรรมาธิการตุลาการลงมติก่อนในสัปดาห์นี้แล้วคาดว่าจะส่งให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรลงมติต่อไปโดยคาดว่าจะเป็นในสัปดาห์หน้า

    ด้านทรัมป์ตอบโต้ว่า กระบวนการกล่าวหานี้ "น่าหัวร่อ" และย้ำอีกครั้งว่าเขาเป็นเหยื่อของการล่าแม่มด ส่วนสเตฟานี กริแชม โฆษกทำเนียบขาวกล่าวว่า เดโมแครตพยายามอย่างน่าสมเพชเพื่อกลับผลการเลือกตั้งปี 2559 ทรัมป์จะชี้แจงข้อกล่าวหาเท็จเหล่านี้ในวุฒิสภาและคาดว่าเขาจะพ้นจากข้อกล่าวหาทั้งหมดเพราะไม่ได้ทำอะไรผิด

    ผู้กล่าวหาหลายรายระบุว่า ทรัมป์ใช้ความช่วยเหลือทางทหารและการพบปะที่ทำเนียบขาวเป็นเงื่อนไขบีบรัฐบาลยูเครนของประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ประกาศสอบสวนอดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน ตัวเก็งของพรรคเดโมแครตที่จะเป็นคู่แข่งของทรัมป์ในการเลือกตั้งปี 2563 ทรัมป์ยังกดดันให้เซเลนสกีสอบสวนทฤษฎีที่ถูกลบล้างไปแล้วของรัสเซีย ที่ว่ายูเครน ไม่ใช่รัสเซีย ที่แทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐเมื่อปี 2559

    คำฟ้องกล่าวหาข้อแรกระบุว่า ทรัมป์ดำเนินแผนของเขาด้วยการเชื้อเชิญให้มีการแทรกแซงทางการเมืองอย่างทุจริต เขาใช้อำนาจในตำแหน่งประธานาธิบดีโดยมิชอบด้วยการเพิกเฉยและทำให้ความมั่นคงแห่งชาติและผลประโยชน์แห่งชาติที่สำคัญตกอยู่ในอันตราย เพื่อประโยชน์ทางการเมืองส่วนตัวของเขาเองอย่างไม่เหมาะสม

    ส่วนคำฟ้องกล่าวหาข้อที่ 2 กล่าวถึงความพยายามของทรัมป์เพื่อขัดขวางไม่ให้สภาคองเกรสสอบสวนการกระทำของเขาได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเดโมแครตมองว่าเป็นการละเมิดสิทธิตามรัฐธรรมนูญในการตรวจสอบการกระทำของฝ่ายบริหาร โดยทรัมป์ปฏิเสธจะให้ความร่วมมือกับการไต่สวน และเจ้าหน้าที่คนสำคัญในรัฐบาลของเขาหลายรายที่พัวพันกรณียูเครน รวมถึงรัฐมนตรีต่างประเทศไมค์ ปอมเปโอ ไม่ยอมมาให้การ.


​​​​​​​ ไม่มีอาชญากรรมใดที่สมบูรณ์แบบ อาชญากรย่อมทิ้งร่องรอยเสมอ ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้สืบสวนที่จะค้นหาร่องรอยหลักฐานนั้นพบหรือไม่

ที่ไม่ได้วินิจฉัย 'ใช่ว่าไม่ผิด'
'ศิษย์หนุ่มกับอาจารย์ทารก'
๒๑ มกรา 'มีใครจะลาบวช?'
ดิ้นกันไปเมื่อรู้ว่า 'ใกล้เมรุ'
ปิยบุตร "ยังเป็นคนอยู่หรือ?"
ประชาธิปัตย์ 'ก่อนศตวรรษ'?