กากีกะสีเขียว


เพิ่มเพื่อน    

            พร้อม 100% ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่เปิดตัวมาตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค.เป็นต้นมา มี ปั๊ดปัสเลน-พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร.เป็นหัวหน้าศูนย์ ปีนี้ระดมกำลังตำรวจกว่า 8 พันนาย ร่วมกับภาคีเครือข่ายปฏิบัติงานลดอุบัติเหตุในช่วงปีใหม่อย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะการให้จัดพนักงานสอบสวนส่วนหน้าประจำในเส้นทางหลัก กรณีเกิดปัญหาหรืออุบัติเหตุให้เข้าไปถ่ายรูป ถ่ายคลิปวิดีโอ เพื่อเร่งคลี่คลายสถานการณ์แยกคู่กรณีโดยเร็วที่สุด ไม่ให้เป็นปัญหาการจราจร ถือเป็นแนวคิดที่น่าปรบมือให้ เพราะการจราจรที่ติดขัดเป็นเวลานานจากอุบัติเหตุ ส่วนใหญ่เป็นเพราะคู่กรณีไม่สามารถแยกย้ายหรือนำรถเข้าข้างทางได้ เนื่องจากต้องรอประกัน รอพนักงานสอบสวน หากตามเส้นทางต่างๆ มีความพร้อม มีการถ่ายภาพอยู่แล้ว ก็สามารถย้ายรถออกจากผิวถนนได้เร็วขึ้น การจราจรจะกลับมาคล่องตัวตามปกติ ชื่นชมไอเดียนี้ของ  ปั๊ดบัสเลน ที่เห็นจุดอ่อน เห็นช่องโหว่ปัญหาจราจรติดขัดช่วงเทศกาล แล้วนำมาประยุกต์ใช้ได้อย่างตรงเหตุ ตรงประเด็น ๐

                น่าจะเป็น ฉายาตำรวจ ที่กระจิบข่าวสายอาชญากรรมภาคสนาม โดยเฉพาะ นักข่าวประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มองว่าตรงใจมากที่สุด สำหรับฉายาของ บิ๊กเบิ้ม-พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร.และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามที่สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกันคัดเลือกและพิจารณาตั้งฉายาตำรวจประจำปี 2562 จำนวน 12 นาย เปิดเผยออกมานั้น พล.ต.ท.ปิยะ ฉายา โฆษกไร้เงา ด้วยเหตุผล "เมื่อวันที่ 9 ต.ค.62 พล.ต.ท.ปิยะได้เปิดตัวทีมงานโฆษกหลัง ผบ.ตร.ได้แต่งตั้ง ถึงการทำงานว่าจะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางการนำเสนอข้อมูลข่าวสารต่างๆ  ในภาพรวมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงตอบคำถามในประเด็นเร่งด่วนที่เกิดขึ้นในสังคม แต่ที่ผ่านมาน้อยครั้งที่จะเห็น พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ออกมาชี้แจงหรือตอบคำถามต่อสื่อมวลชนด้วยตัวเอง ส่วนใหญ่จะเป็น พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้รับฉายาโฆษกไร้เงา” ถูกต้องตรงใจที่สุด แต่ไม่รู้เจ้าตัวจะรับรู้และปรับปรุงบทบาทในปี 2563 หรือเปล่า...ต้องรอดู ๐

                แม้สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย จะตั้งฉายา บิ๊กแป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา แม่ทัพใหญ่สีกากี พิทักษ์ 1 กึ่งทศวรรษ แต่ถ้าเคาะสถานการณ์ตลอดปี 2562 น่าจะเรียก "ถึงทีแป๊ะ" ดูจะเข้าท่า เข้าที เพราะตั้งแต่ร่างเงาดำๆ ที่ปกคลุม "กรมปทุมวัน" มาตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา หมดอำนาจและถูกขยับขยายออกไป การทำงานต่างๆ ของ "ผบ.แป๊ะ" ก็ดูจะคล่องตัว โดยเฉพาะการแต่งตั้ง "ตำรวจ" ที่แต่ไหนแต่ไรไม่เคยตรงเวลา บางปีลากยาวข้ามปี มาปีนี้แต่งตั้งระดับ นายพล ตำแหน่ง ผู้บังคับการ (ผบก.) ถึง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ก็ทันกำหนดที่คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ขีดเส้นใต้เอาไว้ภายใน 31 สิงหาคม พอแต่งตั้ง นายพัน ตำแหน่ง สารวัตร (สว.) ถึง รองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) ก็ทันตามกำหนด ก.ตร. ภายในวันที่ 30 พ.ย.  ตอนนี้ก็ถึงคิวการแต่งตั้งระดับชั้นประทวน ถึงรองสารวัตร (รอง สว.) ก็มีแนวโน้มจะเสร็จทันตามกำหนด  31 ม.ค.นี้อีก เพราะปลายเดือน ธ.ค. ผบ.แป๊ะ สะบัดปากกาเดดไลน์การแต่งตั้งออกมาให้เหล่ามดงานได้ขยับขยายกันแล้ว ๐

                สำหรับเดดไลน์ของ ผบ.แป๊ะ ในการแต่งตั้งตำรวจระดับ รอง สว.ลงมา กำหนดให้กรณีสับเปลี่ยนหมุนเวียนภายในหน่วย ให้ผู้บังคับบัญชาตรวจสอบคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งและคุณสมบัติของข้าราชการตำรวจ พร้อมหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องครบถ้วน รวมทั้งมีความเห็นขัดข้องหรือเกิดความเสียหายต่อทางราชการหรือไม่ และให้นำเสนอผู้บังคับบัญชาระดับถัดขึ้นไป โดยเสนอถึงระดับ กก. และให้ผู้บังคับบัญชามีความเห็นเป็นที่ยุติภายใน 3 ม.ค.63 เสนอถึงระดับ บก. ให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณามีความเห็นเป็นที่ยุติในวันที่ 7 ม.ค. สำหรับ บก.ที่มีหน่วยขึ้นตรง สง.ผบ.ตร. ให้เสนอคำร้องให้ ผบช.ภายในวันที่ 10 ม.ค. กรณีสับเปลี่ยนหมุนเวียนไปดำรงตำแหน่งนอกสังกัดให้หัวหน้าหน่วยส่งคำร้องที่มีผลการพิจารณาไม่ขัดข้อง หรือไม่ขัดข้องขอกำลังพล สับเปลี่ยนในคราวเดียวกันไปยังหน่วยที่รับตัวภายในวันที่ 14 ม.ค. โดยให้หน่วยที่รับตัวพิจารณาทำความตกลงกับหน่วยต้นสังกัดจนเป็นที่ยุติ บช.และ บก.ในสังกัด สง.ผบ.ตร. ให้ดำเนินการจัดส่งบัญชีข้อมูลเสนอแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ รอง สว.และ ผบ.หมู่ ไป ตร. ผ่าน ทพ. ภายในวันที่ 20 ม.ค. หลังจากได้รับแจ้งผลการตรวจสอบจาก ทพ.แล้ว ให้มีคำสั่งแต่งตั้งพร้อมกันทุกหน่วยภายใน 31 ม.ค. โดยคำสั่งแต่งตั้งมีผลบังคับใช้วันที่ 10 ก.พ.63 ๐

                พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ควง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ  รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาสภากลาโหม เข้าร่วมประชุมสภากลาโหมปิดท้ายปี 2562 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เลยถือโอกาสนำปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการเหล่าทัพ อวยพร ลุงป้อม-พล.อ.ประวิตร หลักใหญ่คือให้ หัวหน้าลุง สุขภาพแข็งแรง จากนั้น พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ก็นำขุนทหารทั้งหมดอวยพรปีใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมรับพรปีใหม่ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ได้ให้กำลังใจในการทำงาน และยังเตือนให้ระมัดระวังเพราะสถานการณ์ต่างๆ ยังไม่เป็นปกติสุขนัก ฝากทุกคนช่วยดูแลด้วย

                แต่ที่ไม่เห็น บิ๊กแดง-พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก มาร่วมอวยพรหรือประชุมสภากลาโหมด้วย เพราะติดภารกิจที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ที่ไปพบปะ พูดคุยกับนักเรียนโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าแบบคลุกวงใน โดยไปพักค้างคืน แต่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาก็ได้เข้าอวยพร พล.อ.ประวิตร ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก ตั้งแต่เช้าตรู่ พอช่วงสายก็เข้าอวยพร พล.อ.ประยุทธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาลพร้อม 5 เสือ ทบ. พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รอง ผบ.ทบ.  พล.อ.สุนัย ประภูชะเนย์ ผช.ผบ.ทบ. พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ และ พล.อ.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์  เสนาธิการทหาร

                คืบหน้าไปมากสำหรับการเดินหน้าสร้าง นิคมอาวุธ โดยในที่ประชุมสภากลาโหม พล.อ.ประยุทธ์  ได้สั่งการให้ไปหาพื้นที่ในการจัดสร้างรองรับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และไปดูงานในหลายๆ ประเทศเพื่อนำมาปรับใช้ สำหรับพื้นที่การก่อสร้างคาดว่าจะมีโมเดลคล้าย อมตะนคร ของ เจ้าสัววิกรม กรมดิษฐ์ ส่วนแนวทางของกระทรวงกลาโหมในการจัดตั้ง เพราะต้องการให้การจัดหายุทโธปกรณ์ของกองทัพเป็นการนำเข้าแค่ 40 เปอร์เซ็นต์ และพึ่งพาตัวเอง 60 เปอร์เซ็นต์ โดยปลัดกระทรวงกลาโหมมอบหมายให้ พล.อ.นภนต์ สร้างสมวงษ์ รองปลัดกระทรวงกลาโหมรับผิดชอบ ซึ่งภายในปีนี้ นิคมอาวุธ ต้องเป็นรูปเป็นร่าง ซึ่งขณะนี้มี 2 พื้นที่อยู่ระหว่างการพิจารณา คือพื้นที่กองทัพเรือในเขตบางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี และพื้นที่ราชพัสดุในเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก จ.ระยอง

                ถือได้ว่าเป็น ไอเดียที่ดี สำหรับการที่ บิ๊กนัต-พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผบ.ทอ. ที่ได้มอบหมายให้ทุกกองบินและโรงเรียนการบินร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลประชาชน โดยจัดอากาศยานไร้คนขับ  (UAV) ซึ่งเป็นยุทโธปกรณ์ทางทหาร ทำการบินสำรวจสภาพการจราจรในเส้นทางคมนาคมสายหลักทั่วประเทศ พร้อมส่งข้อมูลภาพแบบ Realtime ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ใช้ประโยชน์ในการวางแผนอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้ประชาชน อาทิ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)  กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงคมนาคม พร้อมตั้งจุดดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้แก่พี่น้องประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่ตามนโยบายของรัฐบาล โดยกำหนดจัดระหว่างวันพุธที่ 25 ธันวาคม 2562 ถึงวันศุกร์ที่ 3 มกราคม 2563.

 

 


"การดําเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง ต้องอาศัยรายได้ของพรรคการเมือง ซึ่งกฎหมายกําหนดแหล่งที่มาไว้ตามมาตรา ๖๒

ภาวะโลก "Covid-19" เซตซีโร
'บทบาท กมธ.ที่น่าทบทวน'
เรื่องกฎหมาย 'สไตล์ปิยบุตร'
พงศกร 'สะท้อนภาพ' ธนาธร
จะเอาให้ 'เผาศาล' กันใช่มั้ย?
จำเลย 'สารภาพ' แต่ดิ้นโชว์