กากีกะสีเขียว


เพิ่มเพื่อน    

 

               สัปดาห์แรกแวดวง สีกากี ต้องรอลุ้น ต้องรอติดตาม การคัดเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ผู้ทรงคุณวุฒิ 2 คน จะเป็นใครกันแน่ หลังจากวงประชุม ก.ตร.ช่วงปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งมี บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม มานั่งหัวโต๊ะเป็นประธาน มีมติเป็นเอกฉันท์เสนอรายชื่อผู้เหมาะสมดำรงตำแหน่ง ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 2 คน ที่ต้องเสนอวุฒิสภา ซึ่งตามปกติวุฒิสภาจะเลือกจำนวน 2 คนตามกฎหมาย แต่ ก.ตร.เสนอไป 4 คน ประกอบด้วย  พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล, พล.ต.อ.เจษฎา อินทรสถิตย์, พล.ต.ท.เฉลิมพันธ์ อจลบุญ และ  พล.ต.ท.ปัญญา เอ่งฉ้วน เพราะทั้งหมดได้รับเสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่ง แต่อำนาจในการคัดเลือกเหลือ 2  คนเป็นหน้าที่ของวุฒิสภา แต่ถ้าจะมองแบบพิจารณาดูเหมือนว่า 1 ใน 2 มีโอกาสที่ พล.ต.อ.ชัยยะ  อดีตเลขาฯ ปปง.จะคว้าเก้าอี้ไปครอง เพราะสายสัมพันธ์และการทำงานที่ผ่านมาเข้าตา ผู้มีอำนาจ  อย่างมาก ส่วนอีก 1 ตัวต้องวัดกันทั้ง พล.ต.อ.เจษฎา, พล.ต.ท.เฉลิมพันธ์ และ พล.ต.ท.ปัญญา ล้วนดีกรีไม่ธรรมดาทั้งนั้น ในแวดวงตำรวจรู้จักกันดี ๐

                อีกหนึ่งประเด็นที่ผ่านความเห็นชอบของ ก.ตร.เรียบร้อยแล้วเช่นกัน คือเรื่องที่อนุ ก.ตร.ด้านกฎหมายได้เสนอเพื่อการปฏิบัติงานในสถานีตำรวจคล่องตัวมากยิ่งขึ้น อนุมัติให้ข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ใน 3 สายงาน งานจราจร งานสืบสวน งานป้องกันและปราบปราม แต่เดิมถ้าถูกสั่งให้ไปช่วยราชการสายใดสายหนึ่งจะไม่ได้รับเงินประจำตำแหน่ง อย่างเช่นฝ่ายปราบปรามไปช่วยราชการจราจร เงินประจำตำแหน่งจะไม่ได้ แต่ความเห็นชอบครั้งนี้ 3 สายงานสามารถหมุนเวียนกันได้ โดยผู้การจังหวัดสามารถออกคำสั่งให้รองสารวัตรและตำรวจชั้นประทวนที่ปฏิบัติหน้าที่ 3 สายงานสามารถหมุนเวียนได้เลย แต่ถ้าไปช่วยราชการนอกเหนือจากนี้จะไม่ได้รับเงินประจำตำแหน่ง เรื่องนี้เรียกเสียงชื่นชมจากตำรวจทั่วประเทศ เหมือนเป็นของขวัญปีใหม่ชิ้นสำคัญ และน่าจะช่วยทำให้มีขวัญกำลังใจในการทำงานมากขึ้น ต้องปรบมือดังๆ ให้ ผบ.แป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา แม่ทัพใหญ่กรมปทุมวัน ที่ผลักดันจนผ่านความเห็นชอบของ ก.ตร.จนได้ ๐

                เก็บตกช่วงเทศกาลปีใหม่กับ          โครงการประชารัฐร่วมใจดูแลความปลอดภัยบ้านประชาชนช่วงเทศกาลสำคัญ (ฝากบ้านไว้กับตำรวจ) ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ตั้งแต่วันที่ 25 ธ.ค.62 - 2 ม.ค.63 บิ๊กเบิ้ม-พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร.และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สรุประยะเวลา 10 วันมีประชาชนที่เข้าร่วมโครงการทั้งประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 5,353 หลัง อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ จำนวน 980  หลัง ภาพรวมทั้งประเทศมากกว่าปีที่แล้วถึง 1,395 หลัง คิดเป็น 26.06 เปอร์เซ็นต์ โดยในปีที่แล้วมีบ้านเข้าร่วมโครงการจำนวน 3,958 หลัง แต่สิ่งที่ดูแตกต่างไปจากปีก่อนๆ คือ บรรยากาศการฝากบ้านที่ดูโปรโมตน้อย การประชาสัมพันธ์ยังเงียบๆ ไม่คึกคัก แม้ "บิ๊กเบิ้ม" จะเดินตามรอยรุ่นพี่ทั้ง จูดี้-พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ อดีตรอง ผบ.ตร. และ บิ๊กอวบ-พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน อดีตรองผบ.ตร.ที่ออกเดินสายไปตรวจเยี่ยมบ้านดารานักแสดงที่เข้าโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ ทว่าข่าวสารต่างๆ ก็ดูเงียบๆ ไม่หวือหวา ไม่คึกคักเท่าที่ควร ดังนั้นในช่วงสงกรานต์เดือนเมษายน บิ๊กแป๊ะ คงต้องแก้ตัวจัดโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจให้คึกคักกว่านี้น่าจะดีนะท่าน ผบ.ตร. ๐

                เป็นอีกหนึ่งประเด็นร้อนๆ ปี 2562 ที่ในปี 2563 ผบ.แป๊ะ ต้องพยายามแก้ปัญหาให้ได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด นั่นคือ "ตำรวจฆ่าตัวตาย" เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีตำรวจเสียชีวิตเป็นใบไม้ร่วงจากการตัดสินใจปลิดชีพตัวเอง จะด้วยเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องงานก็ตาม โดยปี 2551 ตำรวจฆ่าตัวตาย 12 นาย  ปี 2552 ตำรวจฆ่าตัวตาย 22 นาย ปี 2553 ตำรวจฆ่าตัวตาย 31 นาย ปี 2554 ตำรวจฆ่าตัวตาย 32  นาย ปี 2555 ตำรวจฆ่าตัวตาย 47 นาย ปี 2556 ตำรวจฆ่าตัวตาย 30 นาย ปี 2557 ตำรวจฆ่าตัวตาย  57 นาย ปี 2558 ตำรวจฆ่าตัวตาย 36 นาย ปี 2559 ตำรวจฆ่าตัวตาย 37 นาย ปี 2560 ตำรวจฆ่าตัวตาย 33 นาย ปี 2561 ตำรวจฆ่าตัวตาย 40 นาย และปี 2562 เหลือไม่ถึงเดือนจะหมดปี ตำรวจฆ่าตัวตายไปแล้ว 19 นาย ยิ่งปีนี้เป็นปีสุดท้ายบนเก้าอี้ ผบ.ตร. คงต้องทิ้งทวนก่อนเกษียณอายุราชการ สร้างชื่อในการแก้ปัญหา "ตำรวจฆ่าตัวตาย" ถ้าทำได้ ทำให้ดีขึ้น รับรองได้เสียงชื่นชมอีกอักโข ๐     

งานวันเด็กแห่งชาติของเหล่าทัพ ยังคงต้องเตรียมยุทโธปกรณ์เพื่อจัดแสดงเหมือนเช่นทุกปี ปีนี้หลายเหล่าทัพมียุทโธปกรณ์ใหม่ๆ ที่จะจัดแสดง รวมถึงการจัดกิจกรรมต่างๆ ให้เยาวชนได้มีส่วนร่วม  เสร็จจากงานวันเด็กไม่นาน กองบัญชาการกองทัพไทยก็จะจัดพิธีสวนสนามถวายสัตย์ปฏิญาณของทหาร-ตำรวจ เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 และวันกองทัพไทยในวันที่ 18  มกราคมนี้ ที่ศูนย์การทหารม้า จ.สระบุรี โดย พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด  ประธานจัดพิธีได้กำชับให้เหล่าทัพ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สนับสนุนและเตรียมความพร้อมเพื่องานนี้ 

ถือได้ว่าเป็นการ สวนสนามแสดงแสนยานุภาพ ที่กองทัพทิ้งช่วงการจัดมากว่า 20 ปี โดยครั้งที่ผ่านมาจัดระหว่างงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปีของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2539 ที่พระลานพระราชวังดุสิต ซึ่งยุทโธปกรณ์ในยุคนั้นก็ยังมีประจำการอยู่ (ดูภาพได้จากกระทู้นี้ https://pantip.com/topic/38486730)  ขณะที่ปีนี้จัดขึ้นที่ต่างจังหวัด โดยมี กำลังภาคพื้น จำนวน 10 กรมสวนสนาม และ 1 กองพันทหารม้า  ประกอบด้วย 7 กรมสวนสนามเดินเท้า (กรมละ 4 กองพัน), 1 กรมวิ่งสวนสนาม (4 กองพัน), 2 กรมยานยนต์สวนสนาม และ 1 กองพันทหารม้า ส่วน กำลังทางอากาศ จำนวน 37 เครื่อง ประกอบด้วยหมู่บิน เอยู-23 บินปล่อยควันสีรูปธงชาติ ตามด้วยหมู่บิน ฮ. 4 เหล่าทัพ ในแง่ของข้อมูล ประชาชนจะได้เห็นพัฒนาการด้านการทหารและอาวุธส่วนใหญ่ของกองทัพที่เปลี่ยนแปลงไป

กลายเป็นเรื่องร้อนและถูกโฟกัสจากสังคมพอสมควร สำหรับข้อเสนอของ ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในประเด็นที่ไม่เห็นด้วยกับการให้ ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มานั่งเป็นวุฒิสมาชิก และหลังจากนั้นก็มีเสียงสนับสนุนมากมายจากสังคม ทำให้หลายฝ่ายอยากทราบถึงปฏิกิริยาของผู้ดำรงตำแหน่งทั้ง 6 นายว่าเป็นอย่างไร ปรากฏว่า ทั้ง พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ โนคอมเมนต์ เพราะเกรงจะเสียบรรยากาศดีๆ ในช่วงปีใหม่ ในขณะที่ พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ก็ส่ายหน้าไม่ขอแสดงความคิดเห็น ส่วน พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบกนั้น ผู้สื่อข่าวยังไม่เจอตัวเป็นๆ เห็นแต่ภาพเดินสำรวจทัศนียภาพในกองบัญชาการกองทัพบกเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แต่ไม่ช้าก็น่าจะมีท่าทีในเรื่องนี้แบบภาพรวม เพราะคาดว่า ประเด็นร้อน ของ "ประธานชวน" คงไม่เงียบไปง่ายๆ เพราะฝ่ายต้านรับลูกไปต่อยอดจัดหนักผู้นำทางทหารอย่างต่อเนื่อง ๐    

ผ่านพ้นเทศกาลปีใหม่ได้อย่างโล่งใจ เพราะ ข่าวสาร ช่วงรอยต่อปีเก่า-ปีใหม่ ก่อนเข้าสู่สนามรบการเมืองในปีนี้ไม่สู้ดีเท่าไหร่นัก เจ้าหน้าที่การข่าวเลยต้องทำงานกันหนักหน่วง และก็ผ่านพ้นช่วง พีก ไปแล้วอย่างราบรื่น ไม่มีเหตุร้ายหรือเสียงตูมตามเกิดขึ้นกลางเมือง ทำให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ  รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง หน้าบานเข้าร่วมประชุม ครม.อย่างอารมณ์ดี พร้อมขอบคุณฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ที่ร่วมกันเสียสละปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยประชาชนและความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ๐

 


"การดําเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง ต้องอาศัยรายได้ของพรรคการเมือง ซึ่งกฎหมายกําหนดแหล่งที่มาไว้ตามมาตรา ๖๒

ภาวะโลก "Covid-19" เซตซีโร
'บทบาท กมธ.ที่น่าทบทวน'
เรื่องกฎหมาย 'สไตล์ปิยบุตร'
พงศกร 'สะท้อนภาพ' ธนาธร
จะเอาให้ 'เผาศาล' กันใช่มั้ย?
จำเลย 'สารภาพ' แต่ดิ้นโชว์