ศน.เตรียมจัดทำพระไตรปิฎกฉบับสากลครั้งแรก  สรรหาผู้เชี่ยวชาญภาษาบาลี-สวันสกฤตแปลเป็นอังกฤษ


เพิ่มเพื่อน    

13 ม.ค.63- นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ อธิบดีกรมการศาสนา (ศน.) เปิดเผยว่า จากการที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการแต่งตั้งคณะกรรมการโครงการจัดทำพระไตรปิฎกฉบับภาษาอังกฤษเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 และทรงประกาศพระองค์เป็นพุทธศานูปถัมภก  เป็นการเผยแพร่สืบทอดพระพุทธศาสนาสู่ประชาคมโลกด้วยพระไตรปิฎกฉบับภาษาอังกฤษ  จำนวน 2 คณะ ได้แก่ 1.คณะกรรมการอำนวยการฝ่ายอุปถัมภ์ โดยมีนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายเป็นประธาน และ 2. คณะกรรมการอำนวยการฝ่ายบรรพชิต มีสมเด็จพระสังฆราชเป็นประธานกรรมการนั้น ศน.ในฐานะฝ่ายเลขานุการร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) จะนำรายชื่อของคณะกรรมการที่ ครม. เห็นชอบถวายแด่พระพรหมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.)  ในฐานะเลขานุการฝ่ายบรรพชิตพิจารณาในการเตรียมร่างรายชื่อคณะอนุกรรมการฝ่ายต่างๆ เสนอต่อที่ประชุม มส.ให้ความเห็นชอบ

           นายกิตติพันธ์ กล่าวว่า สำหรับคณะอนุกรรมการที่จะแต่งตั้งรับผิดชอบการดำเนินงานในด้านต่างๆ เช่น ด้านการแปลเอกสาร ด้านบรรณาธิการ ด้านการสนับสนุนการตรวจสอบเอกสาร เมื่อ มส.มีมติเห็นชอบแต่งตั้งคณะอนุกรรมการแล้วเสร็จ จะจัดประชุมหารือถึงกรอบการดำเนินงานการด้านต่างๆ โดยเฉพาะกระบวนการแปลพระไตรปิฎกที่มีทั้งหมด  45 เล่มว่า จะเริ่มดำเนินการแปลประโยคในเล่มใดก่อน เบื้องต้น ศน. ได้จัดสรรงบประมาณ ประจำปี 2563 ไว้สำหรับการดำเนินการปีแรก จำนวน  20 ล้านบาท  ส่วนใหญ่เป็นค่าดำเนินการสำหรับการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิและผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการแปลภาษาบาลี-สันสกฤต เป็นภาษาอังกฤษ  รวมถึงเป็นค่าใช้จ่ายในการอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ  ตลอดจนการใช้ระบบเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการช่วยแปลภาษา คาดว่า ขั้นตอนการแปลเอกสารทั้งหมดจะใช้เวลาประมาณ 3 ปี จากนั้นจึงเข้าสู่การตรวจสอบตามหลักพระธรรมวินัย โดยคณะกรรมการฝ่ายสงฆ์ ซึ่งขั้นตอนนี้จะต้องใช้เวลาตรวจสอบนาน เนื่องจากต้องสอบความถูกต้องไม่ให้มีความผิดเพี้ยน 

           “ งบประมาณที่ตั้งไว้ในปีแรกใช้สำหรับการแปลเอกสาร เพราะต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญการแปลอย่างมาก โดยเฉพาะจากต่างประเทศ เช่น สมาคมบาลีปกรณ์ อีกทั้งยังต้องมีการศึกษาข้อมูลการแปลในยุคต่างๆ มาประกอบ พร้อมกันนี้ ศูนย์พหุภาษา การแปลและล่ามแห่งอาเซียนที่จัดตั้งขึ้นมาก่อนหน้านี้ เห็นว่าจะใช้ระบบเทคโนโลยีการแปลภาษามาช่วย แต่ต้องมีการตรวจสอบความถูกต้อง เมื่อแปลแล้วเสร็จจะต้องมีคณะสงฆ์ช่วยกันวิพากษ์ว่าการแปลนั้นถูกต้อง มีความผิดเพี้ยนหรือไม่ เพราะหากไม่ถูกต้องจะทำให้พระธรรมวินัยผิดเพี้ยน ถือเป็นอาบัติของคณะสงฆ์ต้องมีระบบการตรวจสอบอย่างดี” นายกิตติพันธ์ กล่าว 

  


วันนี้...ศุกร์ ๒๑ กุมภา. บ่าย ๓ โมง ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ถนนแจ้งวัฒนะ หลังประชุมอภิปรายและลงมติแล้ว

'บทบาท กมธ.ที่น่าทบทวน'
เรื่องกฎหมาย 'สไตล์ปิยบุตร'
พงศกร 'สะท้อนภาพ' ธนาธร
จะเอาให้ 'เผาศาล' กันใช่มั้ย?
จำเลย 'สารภาพ' แต่ดิ้นโชว์
"ออมสิน" ในปริศนา "เสี่ยสั่ง"