จีนตะเพิด3นักข่าว WSJ ฉุนเหยียดเชื้อชาติ


เพิ่มเพื่อน    

รัฐบาลจีนมีคำสั่งเนรเทศนักข่าว 3 คนของหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัล อ้างสื่ออเมริกันฉบับนี้พาดหัวบทความเหยียดเชื้อชาติจีนกรณีไวรัสโคโรนาระบาดที่อู่ฮั่น เอาคืนที่วันก่อนหน้านี้รัฐบาลสหรัฐเพิ่งขึ้นบัญชีสื่อทางการจีนรายใหญ่รวมถึงซินหัวว่าเป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อให้ปักกิ่ง

    สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานอ้างคำแถลงของเกิ้ง ซวง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน เมื่อวันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 ว่าพาดหัวบทความหน้าคู่บทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัล ฉบับวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่ว่า "จีนคือคนป่วยตัวจริงของเอเชีย" นั้นเป็นพาดหัวที่กระทบความรู้สึกและเหยียดเชื้อชาติ จีนขอประณามหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ด้วยที่ไม่ขอโทษจีนอย่างเป็นทางการ และนับจากวันนี้เป็นต้นไป จีนจะเพิกถอนใบอนุญาตของนักข่าววอลล์สตรีทเจอร์นัล 3 คนที่ประจำกรุงปักกิ่ง

    วอลล์สตรีทเจอร์นัล (WSJ) เปิดเผยว่า นักข่าว 3 คนของตน ได้แก่ ชาวอเมริกัน 2 รายคือ จอช ชิน รองหัวหน้ากองประจำปักกิ่ง และจ้าว เติ้ง นักข่าว กับฟิลิป เหวิน นักข่าวชาวออสเตรเลีย ได้รับคำสั่งจากทางการจีนให้ออกนอกประเทศภายใน 5 วัน

    นักข่าว 3 คนนี้ทำงานด้านข่าวและไม่เกี่ยวข้องกับฝ่ายบทความบรรณาธิการหรือบทความทัศนะ ในขณะที่บทความทัศนะหน้าคู่บทบรรณาธิการที่ทำให้จีนโกรธเคืองนี้ เขียนโดยวอลเตอร์ รัสเซลล์ มีด อาจารย์มหาวิทยาลัยบาร์ดคอลเลจ วิจารณ์การตอบสนองต่อการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาช่วงเริ่มต้นของจีน กล่าวถึงรัฐบาลอู่ฮั่นที่เป็นศูนย์กลางการระบาดว่าปกปิดความลับและสนใจแต่เรื่องของตนเอง และเห็นว่าความพยายามระดับประเทศของจีนไม่มีประสิทธิภาพ

    เอเอฟพีกล่าวว่า วลี "คนป่วยแห่งเอเชีย" เดิมใช้เรียกขานจีนในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 และต้นศตวรรษที่ 20 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่จีนโดนมหาอำนาจต่างชาติแสวงหาประโยชน์ในยุคที่ถูกเรียก "ศตวรรษแห่งความอัปยศ"

    เกิ้งกล่าวว่า บทความชิ้นนี้ใส่ร้ายความพยายามของรัฐบาลจีนและประชาชนชาวจีนในการต่อสู้กับโรคระบาด

    ถึงวันพุธ โควิด-19 คร่าชีวิตผู้ป่วยในจีนแผ่นดินใหญ่มากกว่า 2,000 คนแล้ว และมีคนติดเชื้ออีกมากกว่า 74,000 คน นอกจากนี้ยังพบผู้ติดเชื้อในไม่ต่ำกว่า 25 ประเทศด้วย

    คำสั่งเนรเทศนักข่าวของหนังสือพิมพ์อเมริกันฉบับนี้มีออกมาไล่หลังรัฐบาลจีนประณามการตัดสินใจของรัฐบาลสหรัฐที่เพิ่มความเข้มงวดกับองค์กรสื่อของทางการจีนในสหรัฐ ว่าไม่มีเหตุผลและยอมรับไม่ได้

    เมื่อวันอังคาร สหรัฐจัดจำพวกสื่อของทางการจีน 5 แห่งใหม่ว่าเป็น "คณะผู้แทนต่างชาติ" ในสหรัฐ เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่า สื่อ 5 รายนี้ซึ่งรวมถึงสำนักข่าวซินหัวและสถานีไชน่าโกลบอลเทเลวิชันเน็ตเวิร์ก เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องมือ "โฆษณาชวนเชื่อ" ที่กำลังเติบโต้ขึ้นเรื่อยๆ ของรัฐบาลจีน

    โฆษกของจีนสะท้อนถึงความไม่พอใจอย่างรุนแรงของจีนในกรณีนี้ด้วยว่า จีนขอสงวนสิทธิ์ในการตอบโต้เพิ่มเติม

    สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศในจีน (FCCC) กล่าวว่า การเพิกถอนใบอนุญาตของนักข่าว 3 รายเป็นรูปแบบการตอบโต้ที่ไม่เคยมีมาก่อน นับแต่ปี 2556 เป็นต้นมามีนักข่าว 9 คนที่ถูกจีนเนรเทศโดยตรง หรือโดยอ้อมผ่านการไม่ต่อวีซ่าให้

    ตัวอย่างนักข่าวต่างชาติที่โดนขับพ้นจีนก็เช่น เมกา ราชาโกปาลัน หัวหน้าโต๊ะข่าวประจำปักกิ่งของบัซฟีดนิวส์ จีนไม่ต่อวีซ่าให้เธอภายหลังเธอรายงานข่าวเกี่ยวกับเขตซินเจียง ที่ชาวอุยกูร์และมุสลิมชนกลุ่มน้อยอื่นๆ ถูกกักกันในค่ายราว 1 ล้านคน นักข่าววอลล์สตรีท 3 รายนี้ก็รายงานข่าวเรื่องซินเจียงเช่นกัน ทั้งประเด็นการบังคับใช้แรงงาน, การสอดแนมและค่ายปรับทัศนคติ.


เรื่องหน้ากากอนามัย ๒๐๐ ล้านชิ้น มีแต่ตัวเลข ไม่มีตัวหน้ากากที่พูดกันมานานนั้น บทจะจบ..... ก็จบดื้อๆ แค่รองนายกฯ วิษณุพูดว่า "ของเก่าไม่ต้องพูดถึง.......

ฉุกเฉิน 'ในระบบราชการ'?
อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"