'บลูมเบิร์ก'พร้อมขายบริษัทหากชนะ'ทรัมป์'


เพิ่มเพื่อน    

คณะหาเสียงของไมเคิล บลูมเบิร์ก มหาเศรษฐีเจ้าของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก ย้ำว่าเขาพร้อมขายบริษัทที่สร้างผลกำไรเป็นกอบเป็นกำหากเอาชนะโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีเดือนพฤศจิกายนนี้ ขณะโพลชี้คะแนนนิยมของเขาพุ่งพรวดแซงหน้าอดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน แล้ว

    อดีตนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก 3 สมัยเพิ่งกระโดดลงสังเวียนชิงชัยของพรรคเดโมแครตเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ล้าหลังสมาชิกร่วมพรรคคนอื่นๆ เกือบ 1 ปี แต่เขาได้รับคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งมาจากอานิสงส์ของการทุ่มทุนส่วนตัวมากกว่า 200 ล้านดอลลาร์ในการโฆษณาหาเสียง และในวันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ เขาจะขึ้นเวทีโต้อภิปรายเป็นครั้งแรกที่ลาสเวกัส ภายหลังคณะกรรมการแห่งชาติพรรคเดโมแครตยอมรับว่าเขามีคุณสมบัติในการท้าชิงตำแหน่งตัวแทนพรรค แม้เขาจะไม่ได้เข้าร่วมการหยั่งเสียงของพรรคใน 4 มลรัฐแรก

    รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ อ้างคำกล่าวของโฆษกคณะหาเสียงของบลูมเบิร์กเมื่อวันอังคารว่า บลูมเบิร์กจะขายกิจการบริษัท บลูมเบิร์ก แอลพี ของเขาอย่างแน่นอน หากเขาชนะโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้

    บลูมเบิร์ก แอลพี ซึ่งเขาก่อตั้งเมื่อปี 2524 เป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงินแก่บริษัทในตลาดหุ้นวอลล์สตรีท เพิ่มเติมจากการขายข่าว โดยอดีตนายกเทศมนตรีนิวยอร์กรายนี้ถือหุ้นส่วนใหญ่ นักวิเคราะห์จากบริษัทให้คำปรึกษาระหว่างเบอร์ตัน-เทย์เลอร์ประเมินว่า บลูมเบิร์ก แอลพี สร้างรายได้มากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์เมื่อปี 2562

    คณะหาเสียงของเขากล่าวว่า กระบวนการขายบริษัทจะเริ่มต้นด้วยการนำบริษัทเข้าบลายด์ทรัสต์ก่อน แล้วจากนั้นค่อยขายกิจการ

    ผลสำรวจความคิดเห็นหลายสำนักชี้ว่าบลูมเบิร์กมีคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โพลของเอ็นพีอาร์/พีบีเอสนิวส์อาวร์/มาริสต์ให้เขามีคะแนนอันดับ 2 ของพรรค ที่ 19% ตามหลัง ส.ว.ฝ่ายซ้าย เบอร์นีย์ แซนเดอร์ส ที่ได้ 31% ส่วนไบเดนได้อันดับ 3 ที่ 15%, ส.ว.หัวก้าวหน้า เอลิซาเบธ วอร์เรน ได้ 12% และ ส.ว.นักปฏิบัตินิยม เอมี โคลบูชาร์ ได้ 9%

    คะแนนที่เพิ่มขึ้นอย่างพรวดพราดของมหาเศรษฐีสายกลางวัย 78 ปีรายนี้เริ่มทำให้เขาตกเป็นเป้าโจมตีของคู่แข่งร่วมพรรค และรวมถึงประธานาธิบดีทรัมป์ด้วย.